ข่าว

ซิ่งกระบะขนไม้พะยูงฝ่าฝนชนยับรั้วร.ร.

ซิ่งกระบะขนไม้พะยูงฝ่าฝนชนยับรั้วร.ร.

27 ส.ค. 2555

กระบะขนไม้พะยูง ซิ่งฝ่าฝนหลบหนีการตรวจค้นไปไม่รอด เสียหลักพุ่งชนกำแพงร.ร.บ้านสำโรงเกียรติ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ พังยับ ส่วนคนร้ายหลบหนีไปได้ ขณะที่อุบลฯ ตรวจยึดไม้พะยูง 48 ท่อน ได้ผู้ต้องหา 5 คน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 55  เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านสำโรงเกียรติ ตำบลบักดอง อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โดนเอาว์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ได้ทำการตรวจยึดไม้พะยูง จำนวน 7 ท่อน ขนาดหน้ากว้าง 35 เซนติเมตร

          คิดเป็นมูลค่าการส่งออกกว่า 3 ล้านบาท ถูกซุกซ่อน ไว้ภายในรถกระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ สีเทา ตอนเดียว ติดโครงเหล็ก หมายเลขทะเบียน บท 1887 สระแก้ว โดยคนร้ายได้ อำพรางโดยการนำลูกแตงโม มาปิดทับไม้พะยูงไว้ ก่อนที่จะคลุมด้วยผ้าใบสีฟ้าอีกชั้น เพื่อเป็นการอำพรางจากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่

          โดยเจ้าหน้าตำรวจ ที่ได้ติดตามขอตรวจค้นรถคันดังกล่าว ตั้งแต่ช่วงบริเวณบ้านหนองอุดม หมู่ที่ 5 ตำบลรุง อำเภอกันทรลักษ์ แต่คนร้ายได้ไหวตัว ขับรถฝ่าสายฝนด้วยความเร็วหลบหนีการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ จนกระทั่งมาเสียหลักพุ่งชนกับกำแพงป้ายโรงเรียนบ้านสำโรงเกียรติ เขตท้องที่อำเภอขุนหาญอย่างรุนแรง โดยล้อหน้าฝั่งขวาของคนขับหลุดออกมาจากตัวรถ ขณะที่คนร้ายสามารถหลบหนีไปได้

          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โดนเอาว์ ได้ประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขุนหาญ ออกติดตามคนร้ายในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงแล้ว ส่วนของกลางทั้งหมดเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.โดนเอาว์ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

 

อุบลราชธานี ยึดไม้พะยูง 48 ท่อน กลางป่าอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ได้ผู้ต้องหา 5 คน

 

          พ.ต.อ.สมพาน มุทาพร ผกก.สส.ภ.จว.อุบลราชธานี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ศุภกร ปะนิทานัง หัวหน้าหน่วยปฎิบัติการพิเศษ ภ.จว.อุบล สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 2252 กองร้อยทหารพรานที่ 2601 ชุดปราบปรามทรัพยากร จ.อุบลฯ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้จากอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย นำกำลังกว่า 50 นาย กระจายกำลังเข้าตรวจยึดไม้พะยูงที่แปรรูปแล้ว และยังไม่ได้แปรรูปจำนวน 48 ท่อนเหลี่ยม มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 5 คน ประกอบด้วย นายตะวันวิทย์ รักร้อย อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 หมู่ที่ 11 ต.วังเพลิง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี , นายสาธิต รักร้อย อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 251 ต.ท่าหลวง อ.ท่าหลวง จ.ลพบุรี ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 ราย เป็นราษฎรมีภูมิลำเนาใน ต.ห้วยข่า อ.บุญฑริก จ.อุบลราชธานีประกอบด้วยนายสมาน อักษร อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120 หมู่ที่ 4 บ้านหนองเม็ก นายกิตติราช กิ่งแก้ว อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 183 หมู่ที่ 22 บ้านสร้างหอม และนายพิศ หาบุตร อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 หมู่ที่ 4   

          การจับกุมสืบเนื่องจากชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่า มีนายทุนส่งคนเข้าไปลักลอบตัดไม้พะยูงที่บริเวณป่าภูเอือด ภูหินด่าง เขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ห่างจากบ้านหนองเม็ก ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี ประมาณ 15 กม. กำลังเจ้าหน้าที่แบ่งเป็น 10 ชุดกระจายกำลังเข้าปิดเส้นทางเข้าออกระหว่างหมู่บ้านหนองเม็กถึงภูหินด่าง กระทั่งพบกลุ่มคนร้ายลักลอบแปรรูปไม้พะยูง จึงเข้าจับกุมและตรวจยึดไว้ได้ทั้งหมด

          พ.ต.อ.สมพาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันไม้พะยูงจำนวนมากถูกตัดอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย และกำลังจะถูกลักลอบลำเลียงเพื่อไปส่งให้กับนายทุน โดยเปลี่ยนเส้นทางการขนย้ายจากทางรถยนต์ไปยัง อ.เขมราฐ แล้วข้ามเรือไปลาว แต่ถูกปราบปรามอย่างหนักนายทุนจึงหันมาลักลอบตัดในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย บริเวณภูเอือด ภูหินด่าง บ้านหนองเม็ก ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก ซึ่งมีไม้พะยูงเหลืออยู่จำนวนมาก และมีเขตติดต่อกับบ้านห้วยทราย เขตเมืองมน แขวงจำปาสัก ประเทศลาว จากนั้นก็จะทำการลำเลียงไม้ลงทางหน้าผาช่องคำปากั้ง ภูหินด่าง บริเวณอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย โดยมีนายทุนจากจีนจะมารับซื้อในราคา ลูกบาศก์เมตรละ 5 แสนบาท ซึ่งก่อนหน้านี้มีการลักลอบส่งไปแล้วกว่า 100 ท่อน

          นายไพบูลย์ รัตนะเจริญธรรม ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี เตรียมตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ฐานปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบตัดไม้พะยูงในเขตรับผิดชอบ