ข่าว

'ปลอด'โต้'ปราโมทย์'แจงฝนทิ้งช่วงทำแล้ง

'ปลอด'โต้'ปราโมทย์'แจงฝนทิ้งช่วงทำแล้ง

27 ส.ค. 2555

"ปลอดประสพ" โต้ "ปราโมทย์" แจงฝนทิ้งช่วงทำแล้ง ปัดไม่เกี่ยวกับการระบายน้ำ จี้ให้ไปหาข้อมูลจากกรมชลประทานที่ตัวเองเคยอยู่ "รอยล"ระบุภัยแล้งเหตุฝนทิ้งช่วงตกท้ายเขื่อน ส่งผลสถานการณ์น้ำ4เขื่อนหลักโคราชเริ่มวิกฤติ

           เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 27 สิงหาคม ที่ศูนย์แถลงข่าวตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) แถลงข่าวตอบโต้นายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลจนทำให้เกิดภัยแล้งอยู่ในหลายจังหวัดขณะนี้

            นายปลอดประสพ กล่าวตอนหนึ่งว่า สถานการณ์ฝนแล้งแก้ยังไงก็ไม่หาย แต่ความรุนแรงของน้ำท่วมรุนแรงกว่า ดังนั้นรัฐบาลจึงกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหา การแก้ปัญหาภัยแล้งก็ครอบคลุมด้วย ซึ่งยืนยันว่ารัฐบาลใส่ใจกับปัญหาฝนแล้งและไม่ได้กลัวกับน้ำท่วม แต่มองว่าโจทย์น้ำท่วมเป็นงานหนักเพราะสร้างความเสียหายอย่างมากเมื่อครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องยุทธวิธีเพื่อลดความเสียหายด้วยวิธีต่างๆเพื่อลดความเสียหายของประเทศให้น้อยที่สุด ไม่ใช่ว่าจะละเลยกับฝนแล้ง ทั้งนี้ตนอยากให้คิดอย่างที่รัฐบาลคิด

            ส่วนการพร่องน้ำที่ถูกมองว่าพร่องน้ำมากเกินไปนั้น นายปลอดประสพ ชี้แจงโดยพาดพิงและเปรียบเทียบความแตกต่างถึงรัฐบาลที่แล้วว่า รัฐบาลที่แล้วไม่พร่องน้ำเลย ส่วนที่รัฐบาลนี้พร่องน้ำก็เพื่อรองรับน้ำฝนที่ตกลงมาปริมาณมาก อีกทั้งตั้งแต่อดีตในการระบายน้ำมีการตั้งคณะกรรมการระบายน้ำที่มีมานานแล้วแต่ไม่มีอำนาจในการสั่งการ ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงตั้ง14หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการระบายน้ำขึ้นมาดูแล โดยจะมีการประชุมสัปดาห์ละ1ครั้ง และมีการประสานข้อมูลกันแบบเรียลไทม์ทุกวันทุกนาที และจะตัดสินใจเมื่อมีความจำเป็นและจากนั้นจะรายงานมาที่ตนและนายกรัฐมนตรี ดังนั้นนายปราโมทย์จะเหาะเหินเดินอากาศได้มาจากไหน จะสู้กับ 14 หน่วยงานนี้ได้อย่างไร และยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้กลัวน้ำเหมือนกับที่หมาบ้ากลัวน้ำด้วย

            นายปลอดประสพ ยังกล่าวถึงนายปราโมทย์อีกว่า นายปราโมทย์เองก็เคยอยู่กรมชลประทานก็น่าจะทราบว่านี่คือช่วงของหน้าฝน และการที่ฝนทิ้งช่วงนั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติของประเทศไทย ดังนั้นหากจะพูดเรื่องภัยแล้งแล้วก็ต้องบอกข้อมูลด้วยว่า ฝนไม่ตกมานานเท่าไรกี่วัน ความชื้นหน้าดินเท่าไร ไหนจะเรื่องของน้ำท่า ไม่ใช่บอกว่าฝนไม่ตก3วันแล้วบอกว่าเป็นภัยแล้ง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้กรมชลประทานได้ชี้แจงไปแล้ว

            ผู้สื่อข่าวรายงานงานว่าในการแถลงข่าวครั้งนี้นายปลอดประสพ กล่าวยืนยันว่านี่ไม่ใช่การตอบโต้นายปราโมทย์ที่เป็นเพื่อนกันมา 40 ปี แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่แย้งอะไรเลย แต่มีช่วงหนึ่งนายปลอดประสพใช้ถ้อยคำดุเดือดพาดพิงนายปราโมทย์ อาทิ โง่เขลา และจงใจหาเรื่อง รวมทั้งนายปราโมทย์ต้องคิดก่อนพูด และขอให้นายปราโมทย์ช่วยไปหาข้อมูลจากกรมชลประทานที่ตัวเองเคยอยู่ และขออย่ามากระทบกระแทกกัน และตนจะอดทนกับนายปราโมทย์อีกครั้งสองครั้งเท่านั้น หวังว่านายปราโมทย์จะได้ยินว่า “ผมยังเป็นเพื่อนกับท่านอยู่นะ”



"รอยล"ระบุภัยแล้งเหตุฝนทิ้งช่วงตกท้ายเขื่อน


            นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศ ทรัพยากรน้ำและการเกษตร ในฐานะกรรมการกบอ. กล่าวถึงสาเหตุของปัญหาภัยแล้งว่า ในพื้นที่อีสานเจอปัญหาฝนทิ้งช่วงและมีเรื่องของภัยแล้งในส่วนของอีสานตอนกลางและตอนล่างบ้าง ทั้งนี้ภาคอีสานมีพื้นที่เกษตร60กว่าล้านไร่ มีเขตชลประทานแค่ 4-5 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 6 ทำให้ไม่มีเครื่องมือในการบริหารจัดการ ดังนั้นการจะแล้งหรือไม่แล้งขึ้นอยู่กับฝน  อย่างไรก็ตามนอกจากภาคอีสานตอนกลางที่มีภัยแล้งแล้วก็ต้องระวังภาคอีสานตอนบน ภาคเหนือตอนบน เพราะการใช้มูลคาดการณ์ไม่ง่ายเหมือนเดิมแล้ว ไม่เช่นนั้นเอลนินโญ จีน ญี่ปุ่นก็ไม่ควรจะท่วมทั้งที่ควรจะแล้ง สถานการณ์แบบนี้ทำให้เราต้องทำงานอย่างหนัก

            นายรอยล กล่าวอีกว่า ปัญหาภัยแล้งส่วนใหญ่มาจากไม่มีพื้นที่ชลประทาน การแก้ปัญหาทำได้โดยการใช้น้ำธรรมชาติหรือน้ำบาดาลเท่านั้น ฉะนั้นต้องย้อนกลับไปแก้ที่วิธี เพราะการจัดการแบบโครงสร้าง และข้อมูลแบบนี้ไปคุยกับชาวบ้านได้ ส่วนปัญหาการคาดการณ์ปริมาณฝนนั้นในระยะยาวต้องมีความร่วมมือกับนานาชาติในการทำแบบจำลองอากาศเพื่อความแม่นยำมากขึ้น

 

 

ยอดว่างงานเพิ่มเหตุ"น้ำท่วม-ขึ้นค่าจ้าง"


              นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า สถานการณ์ว่างงานขณะนี้ถือว่าเป็นสถานการณ์ปกติ โดยตัวเลขล่าสุด เดือนก.ค.ยังอยู่ในระดับ 0.7% ถือว่าต่ำมาก อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย.ที่ผ่านมาตัวเลขว่างงานขยับตัวสูงขึ้นเกินระดับ 1-2% สาเหตุมาจากจำนวนนักศึกษาจบใหม่เข้าสู่ตลาดในช่วงดังกล่าว ประกอบกับสถานการณ์การฟื้นตัวของสถานประกอบการยังไม่เต็มที่ บางแห่งยังเปิดกิจการไม่ได้จากน้ำท่วมปีที่แล้ว

 ขณะเดียวกันผลกระทบจากค่าจ้าง300 ที่ทำให้ผู้ประกอบการบางแห่งไม่รับคนเพิ่ม แต่หันมาเน้นเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานเดิมแทน รวมทั้งผลกระทบจากวิกฤติยูโรก็มีส่วนเล็กน้อย ที่ทำให้ธุรกิจส่งออกบางประเภทอาจจะหยุดรับคนเพิ่ม ซึ่งทำให้เกิดการชะลอการจ้างงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการจ้างงาน

 "ตัวเลขการจ้างงานปีนี้เปรียบเทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เดือน มิ.ย.เพิ่มขึ้น 1.92% เดิอนก.ค. เพิ่ม 2.28% ซึงถือว่าสถานการณ์กลับมาปกติแล้ว  ซึงกรณีสถานการณ์ไม่ปกติ ตัวเลขจ้างงานจะต้องอยู่ที่ต่ำกว่า 1% ที่จะต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะสถานการณ์เริ่มแย่"

 
 

สถานการณ์น้ำ4เขื่อนหลักโคราชเริ่มวิกฤติ

             หม่อมหลวงอนุมาศ ทองแถม ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา รายงานสถานการณ์น้ำภายในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำมูลตอนบนว่า ปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้ง 4 แห่งของจังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำลำตะคอง ที่อำเภอสีคิ้ว , อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย , อ่างเก็บน้ำลำมูลบน และอ่างเก็บน้ำลำแชะ ที่อำเภอครบุรี ระดับลงจนเริ่มเข้าสู่ภาวะวิกฤติ เนื่องจากเกิดฝนทิ้งช่วงในพื้นที่ ส่งผลให้ปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว อยู่ที่ 84.580 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 26.89 % ของความจุปกติที่ 314.49 ล้าน ลบ.ม. 

            อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงที่อำเภอปักธงชัย ปริมาณน้ำล่าสุด อยู่ที่ 12.54 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 109.63 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 11.44 % ของความจุทั้งหมด , อ่างเก็บน้ำลำแชะ ที่อำเภอครบุรี ปริมาณน้ำอยู่ที่ 104.37 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 275.00 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 37.95 % และอ่างเก็บน้ำลำมูลบน อ.ครบุรี ปริมาณน้ำอยู่ที่ 34.90 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 141 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 24.75 ล้าน ลบ.ม. 

            จากการประเมินความเสียหายจากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงพบว่ามีพื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวสุ่มเสี่ยงที่จะได้รับความเสียหายแล้วกว่า 1.5 ล้านไร่ แต่อย่างไรก็ตามในช่วงนี้เริ่มมีฝนตกลงมาในพื้นที่บ้างแล้วทำให้พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับความเสียหายลดลงบางส่วน 

 
ฝนตกหนักน้ำท่วมขังเมืองร้อยเอ็ด

            เมื่อเวลา 15.00 น.ได้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของจังหวัดร้อยเอ็ด โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมือร้อยเอ็ด ฝนที่ตกติดต่อกันนานนับชั่วโมง ทำให้ถนนหลายสายถูกนำท่วมขัง กว่า 30 - 40 เซ็นติเมตร ทั้งถนนสุนทรเทพ รอบบึงพลาญชัย ถนนเพลินจิต ถนนเปรมประชาราษฎร์ ถนนกองพลสิบ ถนนรัฐกิจไคลคลา ถนนสุริยเดชบำรุง และอีกหลายสาย ทำให้การสัญจรไปมาของรถชนิดต่างๆ เป็นไปด้วยความยากลำบาก บางสายรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ มีรถยนต์ รถจักรยายยนต์ถูกน้ำท่วมตัวเครื่องดับ จอดเสียเป็นจำนวนมาก  ขณะเดียวกันนายบรรจง โฆตจิรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด   สั่งการณ์ให้หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย อปพร.นำรถดับเพลิงช่วยสูบระบายน้ำร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองร้อยเอ็ด และเก็บเศษขยะถุงพลาสติกที่อุดตันท่อระบายน้ำออกเพื่อเร่งระบายน้ำอย่างเร่งด่วน

            ทั้งนี้จังหวัดร้อยเอ็ดถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่ประสบภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วงมานานหลายเดือน และฝนหยุดตกมาหลายวันในที่สุดก็กระหน่ำลงมาอย่างหนักจนสร้างความเดือดร้อนกันในหลายจุด