ข่าว

'ปลัดกห.'คาดผบ.เหล่าทัพก็จะโดนเด้ง

'ปลัดกห.'คาดผบ.เหล่าทัพก็จะโดนเด้ง

27 ส.ค. 2555

"สุกำพล" เตรียมแถลงแจงเซ็นเด้งฟ้าผ่า "ปลัด กห." 28 ส.ค. ขณะที่ "เสถียร" ยันทำตามความถูกต้อง ชี้อีกหน่อย ผบ.เหล่าทัพก็โดนเหมือนกัน "ชาตรี" รับงงถูกสั่งย้าย

               27ส.ค.2555 พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม   กล่าวหลังจากมีคำสั่งจากพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้ไปช่วยราชการสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า การที่ตนถูกย้ายก็ยังไม่เห็นในรายละเอียดหรือคำสั่งแต่ตนไม่เป็นไร

               ผู้สื่อข่าวถามจึงพยายามถามย้ำว่า จะเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตนเองหรือไม่ พล.อ.เสถียร กล่าวว่า ตนยืนยันทำตามความถูกต้องตามตัวบทกฎหมาย ตนทำตามความถูกต้องทุกอย่าง เมื่อเป็นแบบนี้ก็ไม่เป็นไรก็ยอมรับสภาพแล้วแต่ผู้บังคับบัญชา

               อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่าน้อยใจหรือเสียใจหรือไม่ พล.อ. เสถียรกล่าวว่าไม่เสียใจตนทำตามความถูกต้อง ยอมเสียสละทุกอย่างแม้แต่ชีวิตยังยอม

               เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการแทรกแซงทางการเมืองหรือไม่  พล.อ.เสถียรกล่าวว่า  ไม่ทราบ  "เพียงแต่ผมทำตามควมถูกต้อง แต่หากถูกในลักษณะนี้ก็ไม่เป็นไร อีกหน่อย ผบ.เหล่าทัพก็โดนเหมือนกัน ซึ่งผมเป็นตัวแบบให้"

               ทั้งนี้เมื่อถามว่าเหตุใดไม่คุยกับแบบพี่น้อง พล.อ.เสถียรกล่าวว่าไม่เป็นไร ตนไม่รู้ แต่ก็คุยกันอยู่แล้ว ตนไม่ได้ทำอะไร เพียงแต่ทำหนังสือชี้แจงและรายงานว่าอะไรทำถูกต้องหรือไม่ เท่านั้นเอง หากทำไปแล้วก็กลัวผู้บังคับบัญชาจะผิด ตนก็ได้ชี้แจงไปแค่นั้น และไม่ต้องการให้มันรั่วไหล เอกสารรั่วไหลตรงไหนก็ไม่รู้เพราะเป็นเอกสารลับ ตนรายงานให้ผู้บังคบบัญชารับทราบว่าทำไปแล้วอาจจะผิด ตนยืนยันความถุูกต้องจะโดนอะไรก็ไม่เป็นไร  ส่วนสังคมจะมองอย่างไรก็แล้วแต่สังคม

              ผู้สื่อข่าวยังพยายามถามต่อว่าจะฟ้องร้องหรือไม่  ซึ่งพล.อ.เสถียรก็ไม่ยอมตอบพร้อมขึ้นรถและยกนิ้วโป้งชูขึ้นมา  ทั้งนี้น่าสังเกตว่าสีหน้าของ พล.อ.เสถียร เรียบเฉย โดยไม่ได้แสดงอารมณ์แต่อย่างใด  นอกจากนี้ก่อนหน้าที่จะลงมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวเป็นจำนวน  พล.อ.เสถียร ได้หารือร่วมกับ นายพลอีกสองคนที่ถูกย้ายคือ พล.อ.ชาตรี ทัตติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.พิณภาษณ์ รสิวัฒน์ เจ้ากรมเสมียนตรา


 "ชาตรี"รับงงถูกเด้งฟ้าผ่า

 
              ขณะที่พล.อ.ชาตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับทราบข่าวว่ามีคำสั่งจาก พล.อ.อ.สุกำพล  ให้ย้ายตนออกจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหมเพื่อช่วยราชการ โดยตอนนี้ยังไม่เห็นเอกสารคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร และยังไม่ทราบเหตุผลที่ถูกย้ายไปช่วยราชการในครั้งนี้ ทั้งนี้ ตนยืนยันว่า ไม่ได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหาร ประจำปี 2555  เพราะตนเป็นแค่ 1 คน ที่เป็นแคนดิเดตถูกเสนอให้ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่เท่านั้น จึงไม่เข้าใจว่าโดนย้ายไปช่วยราชการเพราะเหตุใด ถึงแม้ที่ผ่านมาตนยอมรับว่าสนิทสนมกับพล.อ.เสถียรเพราะเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม และตนเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม จึงได้ทำงานร่วมกันมาตลอด
 
 
              “การย้ายผมไปช่วยราชการครั้งนี้หากไม่เป็นธรรม ก็ต้องขอหารือกับผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายก่อน จะมีช่องทางที่จะสามารถยื่นร้องเรียนได้บ้าง แต่ตอนนี้ผมไม่ขอพูดอะไรมาก เพราะยังไม่เห็นตัวเอกสาร จึงไม่อยากเป็นผู้ร้าย ให้อีกฝ่ายเป็นผู้ร้ายไปฝ่ายเดียวดีกว่า  แต่ผมขอให้สังคมพิจารณากรณีที่เกิดขึ้นเอาเอง เนื่องจากบางเรื่องไม่ใช่ปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย แต่เป็นปัญหาเรื่องจริยธรรม โดยไม่ขอตอบว่าถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ แต่เชื่อว่าสื่อคงมองออกว่าเป็นอย่างไร เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เมื่อไม่ได้ดั่งใจก็ทำแบบนี้” รองปลัดกระทรวงกลาโหม ระบุ


"สุกำพล"อ้างการเมืองไม่แทรกแซงทหาร

 
              ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ พล.อ.อ.สุกำพล ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า ได้ลงนามในคำสั่งให้ย้ายดังกล่าวจริงโดยให้มีผลทันที  ซึ่งเหตุผลที่ตนสั่งย้ายในครั้งนี้เพื่อให้การทำงานภายในกระทรวงกลาโหมคล่องตัวขึ้น เพราะการทำงานที่ผ่านมาไม่ไหลลื่น
 
              “ผมยืนยันว่าการย้ายพล.อ.เสถียร ไม่ใช่การเมืองเข้ามาแทรกแซงการทหาร แต่การทำหน้าที่ของพล.อ.เสถียร ถือว่าทำไม่ถูกต้อง ที่นำเรื่องภายในกระทรวงกลาโหมออกไปพูด ทำให้เกิดผลกระทบต่อกระทรวงกลาโหม  โดยผมได้แต่งตั้ง พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหมขึ้นรักษาการแทน” พล.อ.อ.สุกำพล ระบุ 

 รายงานข่าวระบุว่า  จากปัญหาการที่เกิดขึ้นวันที่ 28 ส.ค.  พล.อ.อ.สุกำพล จะเปิดแถลงข่าวในเรื่องนี้ต่อสื่อมวลชนเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกัน

"ปู"ไม่ตอบคำถามสื่อ

              น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปฎิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้พร้อมกับเดินฝ่าวงผู้สื่อข่าวขึ้นรถยนตร์ส่วนตัวเพื่อเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่อที่ทำเนียบรัฐบาลทันที หลังจากเสร็จเป็นประธานพิธีมอบรางวัลผู้ส่งออกสินค้าและบริการดีเด่น ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์


“เพื่อไทย”วอน“เสถียร”อย่าโยนบาปให้ฝ่ายการเมือง

              นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.เสถียรทำหนังสือถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์เพื่อร้องเรียนว่าพล.อ.อ.สุกำพลเกี่ยวกับการแต่งตั้งปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่ว่า เรื่องนี้ไม่มีวาระซ่อนเร้นจากฝ่ายการเมืองอย่างแน่นอน เพราะการแต่งตั้งปลัดคนใหม่นั้น รัฐมนตรีมีอำนาจเสนอชื่อตามพรบ.จัดระเบียบกระทรวงกลาโหม ดังนั้นไม่อยากให้พล.อ.เสถียรมองเป็นประเด็นการเมือง ยืนยันว่ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทยไม่มีการแทรกแซงในเรื่องนี้อย่างแน่นอน และขอร้องว่าอย่าพยายามโยนบาปมาให้ฝ่ายการเมือง


"ผอ.สำนักสันติวิธี"แนะ"ปู"นั่งควบกห.
               
              พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล แห่งสถาบันพระปกเกล้า ให้สัมภาษณ์ สำนักข่าวเนชั่นว่า ตนมองว่า พล.อ.อ.สุกำพล ต้องการย้ายบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายทหารปี 2555 ออกจาการทำหน้าที่ เพื่อให้บุคคลอื่นได้เข้ามาทำหน้าที่ในการตอบสนองการจัดทำบัญชีโยกย้ายดังกล่าว ซึ่งวิธีการสั่งย้ายดังกล่าวถือเป็นอำนาจเดียวที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะสามารถทำได้  ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า เมื่อย้ายบุคคลทั้ง 3 ออกจากการทำหน้าที่ และให้พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม นั่งรักษาการในตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมแทน ถือเป็นการให้บุคคลที่เป็นฝ่ายของตนเองเข้ามาทำหน้าที่ ส่วนประเด็นดังกล่าวตนมองว่าจะไม่กลายเป็นความขัดแย้งรุนแรงไปมากกว่าที่เป็นอยู่

              พล.อ.เอกชัย กล่าวต่อว่าตนมองว่าประเด็นปัญหาจะจบได้ ต้องอยู่ที่การเจรจา เพราะการย้ายพล.อ.เสถียร ไปอยู่ที่สำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงโหม ถือเป็นการลดเกรดการทำงานของบุคคลในระดับปลัดกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้ขอให้จับตาการแต่งตั้งบุคคลเข้ามาเป็นปลัดกลาโหม แทนพล.อ.เสถียรซึ่งจะเกษียณเร็วๆ นี้ ว่าจะมีการเมืองภายใน และการเมืองภายนอกเข้ามาแทรกแซงอีกหรือไม่ ส่วนปัญหาที่หลายฝ่ายกังวลจะเกิดขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของน.ส.ยิ่งลักษณ์

              “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีบุคลิกที่แข็งกร้าว และการย้ายปลัดกระทรวงกลาโหมครั้งนี้ ถือเป็นการกระทำที่หักด้ามพร้าด้วยเข่า ดังนั้นอาจส่งผลที่ทำให้นายกฯ พิจารณาปรับพล.อ.อ.สุกำพลออกจากการร่วมรัฐมนตรีได้ง่ายขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดความบาดหมางระหว่างรัฐบาลและบุคคลในกองทัพ ซึ่งผมมองว่า ตัวนายกรัฐมนตรีเอง หากเข้ามาทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเสียเองจะเป็นผลดี เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์มีบุคลิกประนีประนอม เข้ากับผู้บัญชาการเหล่าทัพได้เป็นอย่างดี และที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาต่อกัน” พล.อ.เอกชัย กล่าว