ข่าว

ปรุงรสส้มตำย้ำรสชาติที่1ของโลก

ปรุงรสส้มตำย้ำรสชาติที่1ของโลก

28 ส.ค. 2555

ปรุงรสส้มตำ ย้ำรสชาติที่ 1 ของโลก

                            ตอกย้ำมนต์เสน่ห์ของความแซบที่ใครๆ ก็ขาดไม่ได้ ถ้าเข้ามาอยู่ในประเทศไทยแล้วล่ะก็ อาหารที่ถูกเรียกหาจานแรกๆ เห็นจะต้องมี "ส้มตำ" ที่จะถูกถามถึงและสร้างความรู้สึกอยากลิ้มลอง บวกกับรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของคนไทย คณะผู้บริหารและทีมเชฟผู้สอนของโรงเรียนประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต จึงได้จัดทำตำราสอนทำอาหาร “ส้มตำ” โดยนำรสชาติแล้ววัตถุดิบสำคัญมารังสรรค์เป็นอาหารจานใหม่ในสไตล์ ไทย-ผรั่งเศส กว่า 23 เมนู จนได้รับรางวัลตำราอาหารที่ดีที่สุดของโลก ประเภทอาหารเอเชีย (เวิลด์ เบสต์ คุกบุ๊ก อวอร์ด 2012)  ของการประกวดในประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย โดยมีการเฉลิมฉลองและเปิดตัวหนังสือให้ชาวไทยภาคภูมิใจอีกครั้ง บริเวณโรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต เมื่อวันก่อน

                            แกรี่ โครมี่ ผู้อำนวยการฝ่ายการค้าร่วม โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต กล่าวถึงที่มาของหนังสือเล่มนี้ว่า ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือ “กิมจิ” ที่เลอ กอร์ ดอง เบลอ ประเทศเกาหลีใต้ ได้จัดพิมพ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ.2549 และเชื่อว่าอาหารไทยก็เป็นที่ยอมรับของทั่วโลก จึงจัดทำหนังสือแบบนี้ในประเทศเราบ้าง ส้มตำเป็นอาหารจานโปรดของคนไทย รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เป็นอาหารที่สามารถดัดกแปลงได้ง่ายและหลากหลายทั้งส่วนผสมและรสชาติ อาจเรียกได้ว่าเป็นอาหารฟิวชั่นดั่งเดิมก็ว่าได้ ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาส้มตำกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย และมีอาหารไทยไม่กี่จานที่คนจะเขียนเพลงถึง เหตุนี้จึงเลือกเมนูส้มตำมาเป็นธีมในการทำหนังสือเล่มนี้

                            ภายในงานได้มีการจัดนิทรรศการอาหารเมนูใหม่ในหนังสือส้มตำ ทั้งของคาวและของหวาน อาทิ เยลลี่ส้มตำในเทอร์รีน ทาร์ตส้มตำ ฟัวกราส์ ซีบูสท์ เปาะเปี๊ยะส้มตำ มาการูนส้มตำ ขนมปังส้มตำ สปาเกตตีรสกุ้งแห้ง กับส้มตำเพสโต้ เป็นต้น ทั้งยังมีการสาธิตการทำอาหารจากเชฟผู้คิดค้นสูตรอาหารเหล่าให้แขกในงานได้ลิ้มลอง

                            พฤกษ์ สัมพันธวรบุตร เชฟและอาจารย์ประจำโรงเรียนสอนการทำอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ บอกถึงคอนเซ็ปต์เมนูอาหารในหนังสือส้มตำว่า เน้นการปรับรสชาติให้เข้าถึงชาวต่างชาติง่ายขึ้นแต่คนไทยมาชิมก็ยังรู้ว่าเป็นส้มตำอยู่ ตอกย้ำความเป็นอาหารที่คนรู้จักกันไปทั่วโลก มีการหยิบส่วนผสมบางอย่างของส้มตำมาทำเป็นอาหารอีกจากหนึ่ง หรือเป็นเมนูเครื่องเคียงที่นำมารับประทานกับส้มตำ รวมถึงดัดแปลงเป็นของหวานที่ใช้ได้ทุกสถานการณ์ เช่น นำมะละกอ มะเขือเทศมาทำเป็นเค้ก หรือนำมะขามเปียก ถั่วลิสง และน้ำตาลมาทำเป็นไส้ของมากาลูน ขนมหวานที่ทุกคนชอบรับประทานในงานปาร์ตี้

                            ด้านผู้คิดสูตรอาหาร “ตำส้มโอปูนิ่ม” อย่าง “หรีด” รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ ก็เผยถึงวิธีการปรุงส้มตำให้เข้าถึงชาวตะวันตกมากขึ้นว่า ต้องลดการใช้วัตถุดิบที่มีกลิ่นแรงอย่างน้ำปลา และใช้ซอสมิสโซะที่มีความเค็มแต่หอมมาใช้แทน ส่วนความเปรี้ยวหวานจะเลือกใช้น้ำผลไม้อย่างน้ำส้มคั้น หรือเสาวรส และมะนาวผงเพื่อความสะอาดและคุมรสชาติได้ดี นอกจากนี้ชาวต่างชาติจะแพ้ถั่วลิสงง่าย จึงเปลี่ยนมาใช้ถั่วอัลมอนด์แทน ก็จะได้ส้มตำที่ครบรสเปรี้ยว หวาน เผ็ด เค็มเหมือนเดิม แถมได้คุณประโยชน์มากขึ้นอีกมากมาย

                            นอกจากนี้รายได้จากการจำหน่ายหนังสือ "ส้มตำ" ทั้งหมด จะถูกมอบให้แก่ มูลนิธิสร้างรอยยิ้มประเทศไทย ตามโครงการ “ส้มตำสร้างรอยยิ้ม” เพื่อเป็นการตอบแทนสังคมโดยการช่วยเหลือเด็กผู้พิการทางใบหน้าจากโรคปากแหว่ง เพดานโหว่อีกด้วย