
'มัลลิกา'สับ'ปู-โต้ง'พูดไม่ต่างกัน
ปชป.โหนกระแส'โกหกสีขาว'โยง 'ปู-โต้ง'พูดไม่ต่างกัน ชี้โม้คู่ส่อผิดวินัยการคลัง เตรียมหาช่องรวมหลักฐานร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน หวังส่ง ปปช.ฟันต่อ'เทพไท'กระทืบซ้ำ เชื่อสังคมแคลงใจเด็กเลี้ยงแกะ
27 ส.ค.55 น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยอมรับพูดโกหกในเรื่องเป้าตัวเลขส่งออกว่า หากตรวจดูหลักฐานแล้วจะพบว่า ผู้ที่เป็นหัวโจกในเรื้องการโกหกก็คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นั่นเอง โดยก่อนหน้านี้ 1.เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายกฯได้เป็นประธานประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการส่งออกเพื่อผลักดันการส่งออก และระบุกับผู้เข้าร่วมซึ่งมีนักธุรกิจภาคเอกชน ตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศว่าได้ตั้งเป้าหมายการส่งออกที่ 15% 2.การระบุผ่านสื่อมวลชนในรายการ"รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" เมื่อวันที่ 7ก.ค.ที่ผ่านมา ในใจความเดียวกัน ทั้งนี้จึงสรุปได้ว่านายกรัฐมนตรีนั่นเองเป็นคนอนุญาตให้นายกิติรัตน์พูดโกหกได้ ดังนั้นจึงอยากถามว่ามีเรื่องใดอีกบ้างที่นายกฯพูดโกหก อาทิ เรื่องที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น ซึ่งมีการเขียนเฟสบุ๊คชี้แจงเหตุผล
น.ส.มัลลิกา กล่าวต่อว่า สิ่งที่นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง โกหกประชาชน นอกจากจะเป็นการผิดจริยธรรมผู้นำประเทศแล้วยังเป็นการส่อทำผิดทางวินัยการคลังก่อความเสียหายตามมาอีกด้วย ซึ่งต้องตรวจสอบว่าการโกหกเหล่านี้ ได้ก่อความเสียหายใดไปแล้วบ้าง ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์ขอเรียกร้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบพฤติกรรมเหล่านี้ ก่อนจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ดำเนินการตามระเบียบต่อไป โดยหากผู้ตรวจการแผ่นดินยังไม่มีการดำเนินการ พรรคจะมอบหมายให้ทีมกฎหมายเป็นผู้รวบรวมเรื่องและส่งให้ ปปช.เอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พร้อมกันนี้นางสาวมัลลิกายังได้เปิดคลิปที่ระบุว่านายกรัฐมนตรีมีการพูดถึงตัวเลขเป้าหมายการส่งออกที่ 15% ด้วย โดยจากการตรวจสอบเป็นไปตามที่นางสาวมัลลิกากล่าวอ้างจริง
ขณะที่ นายเทพไท เสนพงศ์ สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีเดียวกันนี้ว่า เรื่องนี้เป็นการสมรู้ร่วมคิด ของนายกฯ และนายกิตติรัตน์ เพราะการที่นายกิตติรัตน์ พูดว่า การส่งออกจะขยายตัว 15 เปอร์เซ็นต์ และอ้างว่าเป็นการพูด แบบ โกหกสีขาว หรือ White Lie นั้น ในประเด็นนี้ ถ้ากลับไปดูคำพูดของนายกฯ ที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดว่ามีอย่างน้อย 2 ครั้งที่นายกฯ เคยพูดในเรื่องเดียวกันนี้ว่า การส่งออกจะขยายตัว 15 เปอร์เซ็นต์ จึงจำเป็นที่นายกฯ จะออกมาปกป้องคำพูดนายกิตติรัตน์ ซึ่งเป็นการปกป้องคำพูดของตัวเองไปในตัว
“เชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้สังคมไทย และประชาคมโลก ขาดความน่าเชื่อถือในรัฐบาลชุดนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และในอนาคตข้างหน้า ไม่ว่ารัฐบาลจะพูดเรื่องใดสังคมก็จะเรียกร้อง ให้มีการยืนยัน หรือวงเล็บต่อท้ายว่าเรื่องเหล่านั้นเป็น White Lie หรือ Black Lie ของรัฐบาลกันแน่ เพราะสังคมไม่สามารถแยกแยะได้ ว่าเรื่องใดจริงเรื่องใดเท็จ” นายเทพไท กล่าว



