
เปิดบันทึกสุดท้าย..'ออด แซ่ผั่ว'
'ผมไม่เอาผมรักในหลวง' บันทึกสุดท้าย..'ออด แซ่ผั่ว':ตะลุยข่าว โดยกฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล
เช้ามืดของวันที่ 18 สิงหาคม...นกกาโผบินออกจากรังบนต้นไม้รอบเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เฉกเช่นเดียวกับ "ออด แซ่ผั่ว" ผู้ช่วยพยาบาลวัย 49 ปี ประจำสถานพยาบาลเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช กำลังขี่รถจักรยานยนต์คู่ใจมุ่งหน้ากลับบ้านเพื่อไปรับกะปิทรงเครื่อง ถั่วเขียวต้มน้ำตาล จาก "โสภา แซ่ผั่ว" ภรรยาของเขา เพื่อนำมาส่งยังร้านค้าสวัสดิการเรือนจำ เพื่อเป็นรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัว แต่ไม่มีใครคิดเลยว่าการขี่รถจักรยานยนต์ออกจากเรือนจำของเขาในเช้าวันนั้น กลายเป็นวันสุดท้ายของชีวิตที่ไม่มีโอกาสกลับมาที่เรือนจำอีก!!
กล้องวงจรปิดบันทึกภาพ "ออด แซ่ผั่ว" สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวออกจากประตูเรือนจำ คือภาพสุดท้ายที่ถูกบันทึกไว้ และเสี้ยวนาทีต่อจากนั้นมีชาย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามไปติดๆ และฉวยโอกาสก่อเหตุสังหาร ด้วยความแรงของพิษกระสุนที่ฝังร่างทำให้เขาเสียหลักลงข้างทางทิ้งร่างไร้ลมหายใจอยู่ข้างรถจักรยานยนต์คู่ชีพ...ทั้งที่อีก 5 กิโลเมตรก็จะถึงบ้านอันแสนอบอุ่นของเขาแล้ว
หลังจากที่ "ออด แซ่ผั่ว" ถูกสังหารกระแสความสนใจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกระดับ ประชาชนโดยทั่วไปต่างให้ความสนใจและคาดเดาเอาได้ว่าน่าจะพัวพันกับขบวนการธุรกิจผิดกฎหมายที่เคลื่อนไหวอยู่ในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช
เพียงไม่กี่ชั่วโมงชุดสืบสวนก็พบหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงถึงสาเหตุการตายของเขา ถูกทยอยมาถึงมือเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะสมุดบันทึกหน้าสุดท้าย ลงวันที่ 30 กรกฎาคม ซึ่งได้เขียนรายงานถึง "สุรพล แก้วภราดัย" ผบ.เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช มีสาระสำคัญ 2 ประการคือ การเสนอเงินให้แก่เขา 2 แสนบาทแลกกับการเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ และอีกประการ คือการจับกุมยาเสพติดในหลอดครีมทาแก้คันที่ส่งมาให้นักโทษขาใหญ่รายหนึ่ง
บันทึกของเขาได้เขียนถึงข้อเสนอไว้อย่างชัดเจนว่า ได้รับโทรศัพท์จากระบบที่ไม่แสดงเบอร์โทรต้นทางขอหมายเลขบัญชีเสนอเงินให้ 2 แสนบาท โดยบอกว่า "ให้พี่ออดไว้กินเหล้า" แต่นายออดตอบปฏิเสธไป โดยได้บันทึกไว้ว่า “ผมไม่ต้องการ ผมไม่เอา ผมรักในหลวง” จากการที่เขาได้ตรวจพบยาไอซ์ที่ถูกยัดไส้มาในหลอดครีมทาแผล น้ำหนักรวม 6.21 กรัม จึงตรวจยึดไว้ทำรายงานส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีไปแล้ว โดยมีทั้งชื่อนักโทษขาใหญ่ในเรือนจำ เป็นนักโทษในคดีค้ายาเสพติดรายสำคัญเป็นคู่กรณี
"เจ้าหน้าที่เรือนจำทุกนาย ผมได้กำชับให้ระมัดระวังตัวเอง จะไปไหนมาไหนต้องระวังตัวอยู่เสมอ แต่ทั้งนี้การปฏิบัติหน้าที่กับคนร้ายในสังคมมันมีความเสี่ยงที่จะต้องยอมรับ เพราะหากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์กลัวนักโทษสังคมจะยิ่งย่ำแย่” สุรพล แก้วภราดัย ผบ.เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ยืนยันถึงเรื่องนี้
ด้าน "อัจฉรา แซ่ผั่ว" ลูกสาวของ "ออด แซ่ผั่ว" กล่าวว่า ไม่เคยคิดว่าครอบครัวต้องมาพบกับเรื่องแบบนี้ อยากฝากไปถึงผู้ใหญ่ในกรมราชทัณฑ์ มีการปราบปรามอย่างจริงจัง และอยากให้มีการเอาผิดนักโทษที่ทำความผิดซ้ำซากอย่างจริงจัง ที่สำคัญเมื่อเจ้าหน้าที่ของท่านพบยาเสพติดแล้วทำไมเจ้าหน้าที่ที่พบต้องเป็นคนเดินเรื่องไปร้องทุกข์กล่าวหาเอง ทำไมจึงไม่มีนิติกรไปดำเนินการให้
"ทำไมเจ้าหน้าที่ระดับล่างต้องไปดำเนินการเอง แต่พ่อก็ไม่เคยสนใจ พ่อบอกเพียงว่าไม่เป็นไร แม้ว่าพ่อจะเป็นอะไรไป จะตายไปก็ได้ทำตามหน้าที่ สิ่งเดียวที่ทำได้คือทำใจให้เข้มแข็งและพร้อมที่จะดูแลทุกคนในครอบครัวแทนพ่อให้ได้” อัจฉราบอกด้วยน้ำเสียงเข้มแข็ง
ส่วนความคืบหน้าของคดีสังหาร "ออด แซ่ผั่ว" เจ้าหน้าเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตอนนี้ทางตำรวจชุดคลี่คลายคดี กำลังรอหลักฐานชิ้นสำคัญเรื่องการติดต่อสื่อสารของกลุ่มผู้ต้องสงสัย หากได้หลักฐานชิ้นนี้มาก็จะเป็นสิ่งที่ชี้ชัดว่าคนที่ติดต่อกับผู้ตายที่เป็นผู้ต้องสงสัยเป็นใคร สำหรับตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งมีประจักษ์พยานแวดล้อมเห็นก่อนก่อเหตุเป็นบุคคลที่มีลักษณะพิเศษตรงกับคนที่เราวางไว้คนหนึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาสอบสวน
“ผมดูแล้วกลุ่มมือปืนกลุ่มนี้ฝีมือไม่เท่าไหร่ ไม่ใช่มืออาชีพ เป็นเหมือนวัยรุ่นที่ใจกล้า ซึ่งในกลุ่มของวัยรุ่นเครือข่ายนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินคดีของเราคดีหนึ่งแต่บอกไม่ได้ หากบอกไปคนร้ายก็จะรู้ตัว ถ้าหากคดียังไม่คืบเท่าไหร่ในประมาณ 2-3 วันนี้ ตำรวจก็จะมีการตั้งรางวัลแจ้งเบาะแสมือปืนทันที เพื่อเร่งคลี่คลายจับมือปืนฆ่าผู้คุมรายนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด" พล.ต.ต.รณพงษ์ กล่าว
............
(หมายเหตุ : 'ผมไม่เอาผมรักในหลวง' บันทึกสุดท้าย..'ออด แซ่ผั่ว':ตะลุยข่าว โดยกฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล)



