ข่าว

ตร.กาฬสินธุ์อ้างภารกิจเลื่อนมอบตัวDSIคดีฆ่าแขวนคอ

ตร.กาฬสินธุ์อ้างภารกิจเลื่อนมอบตัวDSIคดีฆ่าแขวนคอ

22 พ.ค. 2552

ตำรวจกาฬสินธุ์อ้างติดภารกิจเลื่อนเข้ามอบตัวดีเอสไอคดีฆ่าแขวนคอวัยรุ่นหลังประกันตัวคดีลักทรัพย์

(22พ.ค.) พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผอ.สำนักคดีอาญาพิเศษ เปิดเผยถึงคดีฆ่าแขวนคอวัยรุ่นในจ.กาฬสินธุ์ ว่า ผู้ต้องหาอีก 3 ราย ซึ่งเป็นตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ชุดสืบสวนกุหลาบ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ประกอบด้วย นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ยศพันตำรวจเอก 1 ราย และพันตำรวจโท 2 ราย ขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาจากพนักงานสอบสวน โดย 1 รายอ้างว่าอยู่ระหว่างการศึกษาดูงานซึ่งเป็นภารกิจที่กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว ส่วนอีก 2 ราย อ้างว่าได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติภารกิจสำคัญเร่งด่วนในพื้นที่ โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 จะขอเลื่อนนัดเข้ามอบตัวไปในเดือนมิถุนายน

อย่างไรก็ตามตนได้เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนเพื่อตรวจสอบรายละเอียดและหลักฐานในสำนวนคดีว่า จะต้องออกหมายเรียกบุคคลใดมารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาแล้ว 6 ราย
 
 ทั้งนี้เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ได้นำตัวผู้ต้องหาชุดแรก 3 รายไปขอฝากขังต่อศาลอาญา ประกอบด้วย ด.ต.อังคาร คำมูลนา อายุ 45 ปี ด.ต.สุดธินันท์ โนนทิง อายุ 40 ปี และ ด.ต.พรรณศิลป์ อุปนันท์ อายุ 39 ปี ตำรวจสภ.เมืองกาฬสินธุ์ ผู้ต้องหาที่ 1-3 คดีคดีร่วมกันฆ่านายเกียรติศักดิ์ ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ โดยเจตนา โดยใช้เชือกรัดคอ แล้วนำศพไปแขวนคออำพรางคดีว่าฆ่าตัวตาย
 
 สำหรับการเสียชีวิตปริศนาของวัยรุ่น อายุระหว่าง 17-18 ปี อีก 21 ศพ ในท้องที่ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปี 2547-2548 และถูกโยงว่าเกี่ยวข้องกับเหตุฆ่าตัดตอนในสงครามยาเสพติด ซึ่งรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีนโยบายให้ลดเป้าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งในส่วนของผู้ค้าและผู้เสพ โดยข้อมูลจากการสืบสวน พบว่าคดีวัยรุ่นเสียชีวิตส่วนหนึ่งจะเกิดขึ้นหลังได้รับการประกันตัว ซึ่งหากผู้ตายเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็จะถูกยิงเสียชีวิต แต่ถ้าผู้ตายมีประวัติเกี่ยวกับคดีอาญาอื่นๆ เช่น ลักทรัพย์ หรือวิ่งราวทรัพย์ ก็จะถูกฆ่าแขวนคอ ซึ่งในชั้นสอบสวนตำรวจท้องที่ขอยุติการสอบสวน เนื่องจากไม่พบหลักฐานที่นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำผิด