ข่าว

แนะเรียนรู้ประวัติศาสตร์ป้องกันน้ำท่วม

แนะเรียนรู้ประวัติศาสตร์ป้องกันน้ำท่วม

26 ส.ค. 2555

"ปราโมทย์" แนะ กทม.เรียนรู้ใช้ข้อมูลป้องกันน้ำท่วม ด้านผอ.เขื่อนภูมิพล ยันมีน้ำพอใช้หน้าแล้ง ขณะที่ปภ.เชียงใหม่ เตือนดินถล่ม ปภ.ระนอง เตือนระวังน้ำท่วมฉับพลัน นครพนม น้ำป่ากลืนหาย 1 ราย ส่วนที่ลำตะคองแล้งจัด

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 55  ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ได้จัดเสวนา "โครงการเสริมสร้างยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ ภาคประชาชน" รุ่นที่ 2 ในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ โซนเหนือ โดยมีตัวแทนชุมชนจากเขตจตุจักร ลาดพร้าว บางซื่อ บางเขน หลักสี่ และสายไหมเข้าร่วม โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ได้กล่าวในการทำพิธีเปิดการเสวนาว่า เหตุการณ์น้ำท่วม กทม.สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก จึงต้องการให้ประชาชนในทุกชุมชนในพื้นที่ กทม. ได้นำมาเป็นบทเรียน ช่วยกันร่วมบูรณาการ ป้องกันเหตุไม่ให้เกิดขึ้นได้อีกในอนาคต นอกจากนี้เพื่อเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้ภาคประชาชน ได้เข้าใจร่วมมือป้องกัน บริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

          โดยนายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน ได้บรรยายในหัวข้อ "เรียนรู้ธรรมชาติของมวลน้ำขนาดใหญ่" เนื้อหาระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการบริหารจัดการน้ำ ทุกคนต้องเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ ที่อดีตเคยเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม มีความรุนแรงถี่มากน้อยขนาดไหน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดมักเป็นไปตามกฎของธรรมชาติ ที่จะส่งผลต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต ที่ผ่านมาเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ กทม.ตั้งแต่ปี 2485 , 2518 , 2521 หรือมหาอุทกภัยรุนแรงในปี 2554 ข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งบ่งชี้ว่า อุทกภัยมีมาตลอดจากอดีต หากจะรับมือน้ำท่วมให้ได้ผล ทุกคนต้องตระหนักรับรู้รับทราบยอมรับความจริง โดยรัฐบาลต้องลงมาจัดการปัญหา ว่าจะสู้กับน้ำในรูปแบบไหน 

          "เราต้องติดตามข้อมูลน้ำในอดีตปัจจุบัน เพื่อที่จะรู้ว่าปริมาณน้ำมีเท่าไหร่ แล้วนำมาวิเคราะห์แยกแยะสร้างความเข้าใจกับชุมชน ทุกคนต้องช่วยกันสู้ภัย ปรับตัวให้เข้ากับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในลักษณะที่เข้าใจธรรมชาติ เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หากต้องรอทางรัฐบาล คงช่วยไม่ได้มากเท่าไหร่"

 

ผอ.เขื่อนภูมิพล ยันมีปริมาณน้ำพอใช้ในหน้าแล้ง

 

          นายณรงค์ ไทยประยูร ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล จ.ตาก เปิดเผยว่า ขณะนี้เขื่อนภูมิพล สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 7,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เท่ากับการสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 1 แห่ง  ทุกวันนี้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนวันละ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ให้ปล่อยน้ำเลี้ยงลำน้ำวันละ 8 ล้านลูกบาศก์เมตร เนื่อง จากพื้นที่ จ.ตากและกำแพงเพชร ฝนทิ้งช่วง จึงทำให้ลำน้ำไม่มีน้ำหล่อเลี้ยง อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้มีปริมาณความต้องการใช้น้ำเพิ่มจึงปล่อยน้ำเพิ่มเป็นวันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร

          สำหรับปริมาณน้ำที่สามารถใช้ได้นั้นมี 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร มากกว่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 2 เท่า ทั้งนี้ รอฝนที่จะตกในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ที่จะมีฝนเข้ามา หากน้ำเข้าเขื่อนเต็มที่ โดยที่ไม่มีการปล่อยน้ำเลยคาดว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนจะอยู่ที่ 80% ของความจุกักเก็บ แต่หากสถานการณ์แย่สุด ปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ น้ำในเขื่อนน่าจะอยู่ที่ 60% ของความจุกักเก็บ มีปริมาณน้ำสำหรับใช้ 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร

          อย่างไรก็ตาม การบริการจัดการน้ำเชื่อว่าคณะกรรมการที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตั้งขึ้นมา มีการพิจารณามาอย่างดีแล้ว ปริมาณน้ำในเขื่อนที่มีอยู่คาดว่า จะเพียงพอใช้ ในฤดูแล้ง แต่ที่ตนเองห่วงตอนนี้คือ ฝนตกไม่อยู่ในพื้นที่รองรับน้ำและระบายออกสู่ทะเลไม่ทัน เพราะบางครั้งเหนือเขื่อนไม่มีฝนตกแต่ตกท้ายเขื่อน จึงทำให้เกิดน้ำท่วมและแล้งขึ้นพร้อมกัน ปัจจุบัน ฝนตกกระจุกตัวไม่กระจายตัวเหมือนในอดีต และคาดเดาได้ยากมาก

          ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รายงานข้อมูลสภาพน้ำ เวลา 12.00 น. วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เขื่อนสิริกิติ์ ระดับน้ำเหนือเขื่อน 142.36 เมตร ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 5,086.73 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 53.49% ของความจุกักเก็บ ปริมาณน้ำพร้อมใช้งาน 2,236.73 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 33.58% ของความจุกักเก็บ สามารถรับน้ำได้อีก 4,423.27 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 46.51% ของความจุกักเก็บ มีปริมาณน้ำไหลเข้า วันที่ผ่านมา 49.89 ล้านลูกบาศก์เมตร

          ทั้งนี้ เขื่อนสิริกิติ์ ได้ระบายน้ำตามแผนจากมติที่ประชุมของคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ซึ่งเป็นการระบายตามนโยบายบายของรัฐบาลเพื่อลดความ เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย ดังนั้นคณะอนุกรรมการฯ จึงปรับแผนการระบายตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์จริงในปัจจุบัน มีการระบายน้ำวันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร จากเดิมมีการ ระบายน้ำวันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร

 

เตือนภัยสมองกล เตือนแม่แตง-แม่ออน เสี่ยงดินถล่มหลังฝนตกหนัก

 

          สำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ หรือ สบอช. ประกาศแจ้งเตือนภัยในระดับเฝ้าระวังในพื้นที่บ้านธารทอง บ้านป๊อก บ้านแม่ลาย และบ้านแม่กำปอง ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ หลังมีฝนตกสะสม 83 มิลลิเมตรใน 12 ชั่วโมง ก่อนหน้านี้ยัง ได้ประกาศเตือนประชาชนให้รับมือจากฝนตกหนักใน อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ ใกล้กับฝายน้ำล้นบ้านวังหลวง และน้ำตกวังหลวงให้ระมัดระวังน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม

          ขณะที่ข้อมูลระบบเตือนภัยดินถล่มระบบสมองกลที่ ปภ. ร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค นำร่องติดตั้งในพื้นที่เสี่ยงภัยทั่วจังหวัดเชียงใหม่กว่า 200 สถานี ยัง ได้แจ้งเตือนภัยระดับสีส้ม ที่สถานีเมืองก๋าย อ.แม่แตง หลังวัดปริมาณฝนสะสมได้ ปริมาณฝน 90.2 มิลลิเมตร และเตือนภัยสีเหลืองที่สถานีบ้านแม่กำปอง อ.แม่ออน หลังมีฝนตกหนักตลอดทั้งคืน

          นายคมสัน สุวรรณอำพา ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ จากการตรวจสอบ พื้นที่ที่มีการแแจ้งเตือนภัยพบว่ายังไม่มีผลกระทบ แต่เป็นการแจ้งเตือนภัยจากระบบที่วิเคราะห์จากปัจจัย แวดล้อมต่างๆ ในช่วงเวลานั้น อย่างไรก็ตามขณะนี้ ปภ.เชียงใหม่ สั่งเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ใน พื้นที่เสี่ยงทุกจุด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยสูงสุดหรือพื้นที่สีแแดง 243 หมู่บ้าน ใน 22 อำเภอของจังหวัด ส่วนการช่วยเหลือกรณีเกิดภัยพิบัติ ปภ.เชียงใหม่ ได้เตรียมความพร้อมไว้อย่างเต็มที่ทั้งบุคลากร อุปกรณ์ เครื่องจักรกล และ ระบบสื่อสารเพื่อประสานความช่วยเหลือกับทุกหน่วยงาน

 

ปภ.ระนอง เตือน 84 หมู่บ้านเสี่ยง น้ำท่วมฉับพลัน - น้ำป่าไหลหลาก

 

          นายเชาวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง ได้ออกประกาศด่วนเมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 ส.ค. 2555 แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเฉพาะ 84 หมู่บ้านเสี่ยงภัย ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม หลังเกิดฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดระนองตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 26 ส.ค. 2555 ที่ผ่านมา เนื่องจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ประเทศไทย และอ่าวไทย ซึ่งลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ลมพัดแรงกระโชกบางช่วง สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2 ม. จึงขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ ส่วนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

          นายเชาวลิต กล่าวต่อว่า เพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม และคลื่นลงแรงในทะเล อันอาจจะสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ทาง ปภ.จึงเร่งประสานขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการดังนี้ ติดตามสถานการณ์และข่าวการพยากรณ์อากาศโดยใกล้ชิดและให้แจ้งเตือน ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบ และพร้อมเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในทันที โดยให้ประชาชนเตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุการณ์ เฝ้าระวังเด็กตกน้ำ สำรองปัจจัย4 รวมทั้งการติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนของทางราชการอย่างต่อเนื่องในระยะนี้ 

          พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชม.ในช่วงระยะวันแจ้งเตือนดังกล่าว สำหรับอำเภอให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม พร้อมขอให้เตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรด้านต่างๆ เพื่อเป็นการเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น สามารถประสานการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการ และแผนเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยฯ รวมถึงการปรับปรุงเส้นทางอพยพ พื้นที่รองรับการอพยพ การจัดวางระบบที่เกี่ยวข้อง เช่นการสื่อสาร การรายงานได้ทันที และขอให้กำจัดวัชพืช และสิ่งกีดขวางทางน้ำ และหากเกิดสถานการณ์ขึ้นให้รายงานอำเภอ จังหวัดทราบทันที

 

นครพนม น้ำป่าทะลักลำน้ำสงคราม จมหาย 1 ราย

 

          พ.ต.อ.สมชาย พิมพ์ชู ผกก.สภ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีชาวบ้านจมน้ำ ที่บริเวณห้วยน้ำเมาเขตบ้านดงน้อย ต.สามผง อ.ศรีสงคราม จึงเร่งลงตรวจสอบที่เกิดเหตุ

          บริเวณจุดที่เกิดเหตุพบชาวบ้านยืนมุงอยู่เป็นจำนวนมาก ทราบชื่อผู้เสียชีวิต นายสุนทร บัวขันธ์ อายุ 21 ปี บ้านเลขที่ 2 หมู่ 1 ต.หนองแวงใต้ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ที่เดินทางกลับมาพร้อมภรรยา เพื่อเยี่ยมญาติพี่น้องที่บ้านคำนกกก ต.หนองแวง อ.บ้านแพง จ.นครพนม

          สอบสวนทราบว่า ขณะที่นางสีจันทร์ ดวงวงษ์ อายุ 20 ปี ภรรยาผู้สูญหาย ได้เดินทางมาพร้อมสามี โดยขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโนวาเอส เดินทางลัดเลาะหาของป่าข้างทาง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุบริเวณประตูน้ำห้วยน้ำเมาที่ไหลลงสู่ลำน้ำสงคราม เป็นรอยต่อระหว่างอำเภอศรีสงครามกับอำเภอบ้านแพง ได้จอดรถพักจากนั้นสามีลงไปเล่นน้ำคลายร้อน ซึ่งในจุดที่ลงเล่นน้ำนั้นน้ำไหลไม่แรง แต่สักพักเกิดน้ำหมุนไหลแรงกะทันหันพัดสามีจมน้ำหายไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความตกใจจึงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีใครกล้าลงไปเพราะน้ำไหลเชี่ยว ได้แต่ช่วยกันนำอุปกรณ์ดักปลามากั้นท้ายประตูน้ำเพื่อดักร่างสามี และคาดว่าสามีจะเสียชีวิตแล้วเพราะจมน้ำไปนานขณะนี้ก็ยังไม่พบศพ

          พ.ต.อ.สมชาย กล่าวว่า ได้ประสานนักประดาน้ำจากหน่วย นรข.มาช่วยเหลือ เพราะน้ำไหลแรงมาก พร้อมกับกำชับให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านออกประกาศเตือนชาวบ้านระวังภัยทางน้ำเนื่องจากน้ำป่ามีปริมาณมากได้ไหลลงสู่แม่น้ำสงคราม

 

ลำตะคองวิกฤติน้ำแห้งเหลือร้อยละ 30

 

          หม่อมหลวงอนุมาศ ทองแถม ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา กล่าวว่า จากสถานการณ์ความแห้งแล้ง จนส่งผลกระทบทำให้ข้าวในนาของเกษตรกรต้องยืนต้นแห้งตาย ทำให้เจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นคราชสีมา ยังจำเป็นที่จะต้องปล่อยน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำลำตะคองวันละกว่า 1 ล้าน ลบ.ม. เพื่อให้ชาวนาที่กำลังเพาะปลูกข้าวนาปีกว่า 1 แสนไร่มีน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงต้นข้าวให้เจริญเติบโต 

          ขณะนี้ปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำลำตะคองจะลดต่ำลงจนเกือบถึงขั้นวิกฤติ ปริมาณน้ำที่เหลืออยู่ภายในอ่างเก็บน้ำลำตะคองอยู่ที่ 87.100 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 314.49 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 27.70 ของความจุ ต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี หากเทียบกับช่วงเดียวกันของทุกๆ ปี โดยเมื่อปี 2554 ปริมาณน้ำที่อยู่ภายในอ่างเก็บน้ำลำตะคองมีอยู่ถึง 197.53 ล้าน ลบ.ม. สูงกว่าในปีนี้กว่าเท่าตัว ซึ่งจากสถิติปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำลำตะคองในช่วงฤดูฝนหรือช่วงเดียวกันนี้ลดต่ำที่สุดอยู่ที่ประมาณ 30 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่สำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ยังมั่นใจว่าช่วงฤดูฝนจะมีฝนตกลงมาเพิ่มปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง ทางอ่างเก็บน้ำลำตะคองจะเริ่มลดการปล่อยน้ำและกักเก็บน้ำตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน 2555 เป็นต้นไป

          "ปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำลำตะคองจะลดต่ำลงจนดูเหมือนว่าจะถึงขั้นวิกฤติ แต่ความจริงแล้วทุกอย่างเป็นไปตามแผนการบริหารจัดการน้ำที่ทางสำนักชลปะทานที่ 8 นครราชสีมาวางไว้  ก่อนหน้านี้ได้มีการพร่องน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำต่างๆ เพื่อเตรียมรองรับปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก เพื่อป้องกันปัญหาน้ำล้นออกจากอ่างลงสู่พื้นที่ด้านล่างสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ที่ผ่านมาเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงนานกว่าปกติ ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากในช่วงนี้ชาวนาเริ่มเพาะปลูกข้าวนาปีกำลังต้องการใช้น้ำในการตกกล้าเตรียมแปลงอย่างมาก และปริมาณฝนที่น่าจะตกลงมาในช่วงนี้น้อยกว่าปกติ ทำให้ทางชลประทานจำเป็นที่จะต้องปล่อยน้ำให้กับเกษตรกร"