
'ปึ้ง'โว1ปีรบ.'ปู'การตปท.ดีการค้าพุ่ง
"สุรพงษ์" โว 1 ปี รบ. "ยิ่งลักษณ์" สัมพันธ์เพื่อนบ้านดี การค้าพุ่ง ย้ำไม่มีนโยบายตามตัว "ทักษิณ" กลับไทย เผย "นายกฯ" นำทีมพบ "เต็ง เส่ง" ที่เมียนมาร์ 19-21 ก.ย. ขณะที่เคาะแล้ว คิวรายกระทรวง แถลงผลงาน 1 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 55 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ แถลงว่า ผลงานด้านการต่างประเทศของรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. 54 - 26 ส.ค. 55 แบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ คือ เรื่องเร่งด่วน คือการเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์ ตลอดจนความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและนานาประเทศ ซึ่งในรัฐบาลชุดที่แล้วประเทศไทยประสบปัญหาด้านความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศ แต่ในรัฐบาลปัจจุบันได้เน้นย้ำการส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านและนานาประเทศ โดยเฉพาะประเทศกัมพูชาที่เคยมีเหตุปะทะกับไทยมาอย่างต่อเนื่อง แต่ในรัฐบาลชุดนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวได้สงบลงแล้ว ไม่มีการปะทะกัน สำหรับข้อพิพาทกรณีปราสาทพระวิหาร ก็สามารถถูกแยกออกจากความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับกัมพูชา ขณะที่ความสัมพันธ์กับเมียนมาร์ ได้มีความร่วมมือในการพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย ส่วนความสัมพันธ์กับลาวยังเป็นไปอย่างดี โดยมีการเตรียมก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5
ด้านความสัมพันธ์กับมาเลเซีย ได้มีการประชุมร่วมไทย-มาเลเซีย เพื่อพิจารณาร่างความตกลงว่าด้วยการเดินทางข้ามแดนไทย-มาเลเซีย ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 1-2 เม.ย. 55 อีกทั้งยังสามารถผลักดันการเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ไทย-เมียนมาร์ และไทย-ลาวได้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ นอกจากนี้หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเยือนต่างประเทศ 18 ประเทศ และมีผู้นำต่างประเทศมาเยือนประเทศไทยแล้ว 17 ประเทศ ก็ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับนานาประเทศมีความแน่นแฟ้นมากขึ้น
นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลชุดนี้ยังมีผลงานที่เป็นรูปธรรมในด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว เมื่อเปรียบเทียบใน 2 ไตรมาสของปี 2554 กับ 2555 โดยด้านการค้านั้น ปริมาณการค้าของไทยที่มีกับหลายประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก เช่น กับจีน เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.98 ญี่ปุ่น ร้อยละ 12.38 และอาเซียน ร้อยละ 8.8 ด้านการลงทุนจากต่างประเทศ อันดับ 1 ออสเตรเลียเพิ่มขึ้น 25 เท่า จีนและอินเดีย เพิ่ม 4 เท่า สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น 2.5 เท่า ขณะที่การลงทุนจากสหภาพยุโรป (อียู) เพิ่มร้อยละ 56.12 และอาเซียน ร้อยละ 40.73
นอกจากนี้รัฐบาลชุดนี้ยังมีความสำเร็จในเรื่องคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศทั้งปี 2555 อยู่ที่ 800 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 630 ล้านบาท อีกทั้งยอดจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติก็เพิ่มสูงขึ้น โดยมีนักท่องเที่ยวจากจีน เพิ่มร้อยละ 28.87 รองลงมาคือญี่ปุ่น ร้อยละ 11.47 ออสเตรเลียร้อยละ 9.63 และสหรัฐฯเพิ่มร้อยละ 8.63 อย่างไรก็ตามโดยสรุปจำนวนประเด็นที่เกิดขึ้นจากการเยือนต่างประเทศและการร่วมประชุมในทุกเวทีของรัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค.54 -26 ส.ค.55 มีประเด็นทั้งหมด 215 เรื่อง ได้ดำเนินการสำเร็จ 27 เรื่อง และอยู่ระหว่างการติดตามหรือดำเนินการ 118 เรื่อง
ย้ำรัฐบาลไม่มีนโยบายติดตามตัว "ทักษิณ" กลับไทย
นายสุรพงษ์ กล่าวถึงการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่มีนโยบายการติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศไทย ซึ่งถ้าใครทราบที่อยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในต่างประเทศ ก็สามารถแจ้งมาได้ ทั้งนี้ ตามหลักการ การส่งผู้ร้ายข้ามแดน กระทรวงการต่างประเทศมีหน้าที่ส่งคำร้องไปขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศต่างๆ ผ่านช่องทางการทูตเท่านั้น และในการติดตามตัวเพื่อขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน กระทรวงการต่างประเทศไม่มีอำนาจหน้าที่ ไม่ใช่หน่วยงานผู้ปฏิบัติให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนแต่อย่างใด อีกทั้งทางการไทยจะไม่สามารถจัดส่งคำร้องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังต่างประเทศได้ ถ้ายังไม่มีแหล่งที่อยู่ที่แน่นอน
"นายกฯ" นำทีมพบ "เต็ง เส่ง" ที่เมียนมาร์ 19-21 ก.ย. หารือเดินหน้าโครงการทวาย
นายสุรพงษ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะนำรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทางด้านเศรษฐกิจ เดินทางไปยังประเทศเมียนมาร์ ในวันที่ 19 - 21 ก.ย.นี้ เพื่อพบปะหารือกับนายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีเมียนมาร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับการดำเนินโครงการท่าเรือน้ำลึก และนิคมอุตสาหกรรมทวาย ตามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ว่าด้วยการพัฒนาเขตเศรษฐกิจทวายและพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง โดยการเดินทางของนายกรัฐมนตรีไปครั้งนี้ เพื่อเป็นการยืนยันพันธะที่ไทยมีให้ต่อเมียนมาร์ โดยการไปพบปะครั้งนี้จะมีการจัดตั้งคณะทำงานมาปฏิบัติงานตามเอ็มโอยูดังกล่าว ซึ่งโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเชื่อมต่อเส้นทางการขนส่งทางเรือมายังท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์การดำเนินการนโยบายระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก
เคาะแล้ว คิวรายกระทรวง แถลงผลงาน 1 ปี ตลอดสัปดาห์
น.ส. ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีแถลงผลการดำเนินงาน 1 ปี เป็นรายกระทรวงนั้น ขณะนี้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงได้เตรียมความพร้อมด้านข้อมูลที่จะแถลงต่อสื่อมวลชนเพื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบ ความก้าวหน้าการดำเนินงานของรัฐบาลในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และสิ่งที่รัฐบาลเตรียมที่จะดำเนินการต่อไปในปีที่ 2 โดยกระทรวงการต่างประเทศได้แถลงผลการดำเนินงาน 1 ปีเป็นกระทรวงแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา
น.ส.ศันสนีย์ กล่าวอีกว่า และในสัปดาห์หน้า จะมีปฏิทินการแถลงข่าวของรัฐมนตรีอีก 4 กระทรวง คือ ในวันจันทร์ที่ 27 ส.ค. เวลา 10.30 น. รมว.แรงงาน แถลงที่สำนักงานประกันสังคม นนทบุรี , วันพุธที่ 29 ส.ค. เวลา 11.00 น. รมว.อุตสาหกรรม แถลงที่กระทรวงอุตสาหกรรม , วันพฤหัสที่ 30 ส.ค. เวลา 10.00 น. รมว.ไอซีที แถลงที่กระทรวงไอซีที อย่างไรก็ตามหากมีปฏิทินการแถลงผลงานมาเพิ่มเติมอีกตนจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป



