ข่าว

'บิ๊กอ๊อด'ยันโผทหารไม่มีล้วงลูก

'บิ๊กอ๊อด'ยันโผทหารไม่มีล้วงลูก

26 ส.ค. 2555

"พล.อ.ยุทธศักดิ์ " ไม่รู้ปลัด กห.ยื่นหนังสือนายกฯ ยันโผทหารไม่มีล้วงลูกและไม่เกิดความแตกแยกกันภายในกองทัพ นายกฯ ปัดตอบปลัดกห.ฟ้อง ถูกล้วงลูกโผทหาร

          วันที่ 26 ส.ค.55  พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธว่า ยังไม่ทราบเรื่องที่ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ยื่นหนังสือขอชี้แจงการแต่งตั้งนายทหารประจำปี 2556 ถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่มีการล้วงลูกและไม่เกิดความแตกแยกกันภายในกองทัพ ซึ่งการจะเสนอชื่อใคร เป็นสิทธิ์ของผู้เสนอ เมื่อเสนอขึ้นมาแล้ว จะขึ้นอยู่กับเสียงส่วนใหญ่ในอำนาจของคณะกรรมการสภากลาโหมในการแต่งตั้ง
 
          อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม เปรียบเสมือนหัวแถว และเป็นตำแหน่งที่ต้องดูแลงานของกองทัพ ต้องเป็นคนที่มีคุณสมบัติรอบด้าน ทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิ ความเหมาะสมให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสภากลาโหมเป็นผู้พิจารณา




นายกฯ ปัดตอบปลัดกห.ฟ้อง ถูกล้วงลูกโผทหาร


          น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อขอชี้แจง เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายของกระทรวงกลาโหม เนื่องจากถูกพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณฑัต แทรกแซงในการแต่งตั้งปลัดกระทรวงทั้งที่รมว.ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวเพียงสั้นๆว่า “ไม่เอาเรื่องการเมืองดีกว่านะวันนี้”




"ยุทธศักดิ์" รับกำลังตำรวจชายแดนใต้ไม่พอ วอนเห็นใจสวมหมวกสองใบ

          รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ได้สั่งการให้เลขา กอ.รมน. ลงพื้นที่ดูแลความเรียกร้อยเมื่อสัปดาห์ที่ฝ่านมา และในสัปดาห์นี้กำลังดูว่าเหมาะสมหรือไม่ที่จะลงพื้นที่เอง และคาดว่าในเร็ววันนี้คงจะได้ลงพื้นที่ร่วมกับ ผบ.ทบ.และผบ.ตร. เพื่อให้คำสั่งทุกอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทำให้ทุกอย่างสามารถปฎิบัติง่าย
 
          พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวถึงกรณีการเสริมกำลังตำรวจในพื้นที่ว่า ขณะนี้ตำรวจภูธรในพื้นที่ไม่เพียงพอ และหากมีการเพิ่มตรวจภูธรในพื้นที่ได้อีก ก็จะทำให้การดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่มีประสิทธิอภาพดียิ่งขึ้น จึงคิดว่าน่าจะนำตำรวจตระเวนชายแดนย้ายมาเป็นตำรวจภูธร แล้วนำทหารที่จะมีการปลดประจำการในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ มาสมัครเป็นตำรวจตระเวนชายแดน อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลได้อนุมัติให้มีการเพิ่งได้ตามจำนวนที่ได้ร้องขอคือ 1,500 คนก่อน เพราะที่ผ่านมากำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอและมีความจำเป็นต้องเพิ่ม
 
          “ต้องเห็นใจว่าตำรวจในพื้นที่ใส่หมวกสองใบ ใบหนึ่งก็คือทำงานตามหน้าที่ของตำรวจ และในขณะนี้ก็จะต้องมาดูแลในเรื่องของความปลอดภัย ความอยู่ดีกินดี ความเรียบร้อยของประชาชนด้วย เพราะฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเพิ่งในมากยิ่งขึ้น ตามจำนวนที่ควรจะมี เราให้ผู้บัญชาการภาค 9 มีสิทธิที่จะเลือกตำรวจเข้าไปทำงานในพื้นที่เอง แต่เมื่อผู้บัญชาการมีทีมที่ดีแล้ว ก็ต้องทำงานให้ดีด้วย” พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว




ยุทธศักดิ์" ระบุเร่งดำเนินการโครงสร้างศปก.จชต.

          พล.อ.ยุทธศักดิ์  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความคืบหน้าของโครงสร้างศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้( ศปก.จชต. ) ว่า ขณะนี้โครงสร้างของศปก.จชต. กำลังให้เลขากฤษฎีกาดูในเรื่องของกฎหมายดูในเรื่องของความถูกต้อง และระเบียบต่างๆ ว่าเมื่อเสนอนายกรัฐมนตรีแล้วมีอะไรที่จะต้องแก้ไขหรือไม่ รวมทั้งควรจะปรับปรุงถ้อยคำตรงไหนบ้าง และอะไรที่ไม่ถูกตรงในเรื่องของกฎหมายที่ซ้ำซ้อนกันก็จะแก้ให้เรา หลังจากเรียบร้อยแล้วก็จะให้ทางสภาความมั่นคงแห่งชาติสรุปและเสนอนายกรัฐมนตรีต่อไป โดขในขณะนี้ขั้นตอนอยู่ที่กฤษฎีกาแล้ว ซึ่งเราได้แจ้งไปว่าขอให้กฤษฎีกาตอบมาที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นลายลักษณ์อักษรด้วย ทุกอย่างต้องทำให้เป็นหลักฐานมีข้อยืนยันทั้งหมด โดยตนได้เร่งรัดไปว่าขอให้เสร็จภายในสัปดาห์หน้า โดยตนจะกำชับกับเลขากฤษฎีการอีกครั้งในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 28 ส.ค. เพื่อที่จะได้เริ่มดำเนินการ รวมทั้งป้องกันการถูกโจมตีว่าทำงานล่าช้า ซึ่งมีหลายเรื่องที่จะต้องปรับปรุงใหม่ในปีต่อไปด้วย โดยหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้ลงนาม แล้วก็จะเปิดเผยให้ทราบต่อไป และขอยืนยันว่าทุกอย่างโปร่งใส ไม่มีอะไรปิดบังอย่างเด็ดขาด
 
          ทั้งนี้พล.อ.ยุทธศักดิ์ ได้กล่าวถึงความพร้อมในการแถลงผลการดำเนินนโยบายรัฐบาลในรอบ 1 ปี ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ตนคุยกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้กลับไปทำใหม่ โดยขอให้เป็นผลงานส่วนรวม เพราะว่ามีหลายกระทรวงที่เข้าไปทำงานในภาคใต้ด้วย ซึ่งเรายังไม่ได้ดึงผลงานของแต่ละกระทรวงมาเป็นผลงานของการแก้ปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยทันทีที่เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเดินทางกลับจากต่างประเทศแล้ว ตนบอกไปว่าทันทีที่กลับจากต่างประเทศให้เปิดประชุมเรื่องนี้เลย และจะประชุมร่วมกับทุกกระทรวง โดยที่ตนจะเป็นคนแถลงหลัก เนื่องจากนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ให้รวบรวมผลงานทั้งหมด