
'มาร์ค'ฉุน'เสื้อแดง'ตามป่วนไม่เลิก
'มาร์ค' ฉุนขาด จ่อถก 'กกต.-ผบ.ตร.' วางมาตรการป้องกันเสื้อแดงตามป่วนไม่เลิก ไม่หวั่นให้ปากคำ 'ดีเอสไอ'
25 ส.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงขัดขวาง ไม่ให้เข้าร่วมงาน “ประชุมเชิงปฏิบัติการรวมพลังสมัชชาออกแบบประเทศไทย” โครงการพรรคประชาธิปัตย์พบประชาชน ภาคกลาง ครั้งที่ 5/2555 ที่จ.สมุทรปราการว่า ตนไม่อยากให้มีเรื่อง เพราะมีการประเมินจากเจ้าหน้าที่และหลายฝ่ายว่า อาจจะเกิดเหตุการณ์บานปลายได้ แต่ตนยังยืนยันว่าการไม่เปิดโอกาสให้แต่ละฝ่ายทำหน้าที่ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
“ผมคิดว่าขณะนี้พรรคคงต้องคุยกับพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.คนใหม่ว่าจะมีมาตรการอย่างไรในการดูแลความสงบเรียบร้อย กติกาของบ้านเมืองให้เป็นประชาธิปไตย ให้พรรคการเมืองต่างๆ สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ เพราะดูแล้วคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ไม่มีท่าทีอะไร กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะนี้ เราต้องรายงานกกต.ตลอด และบางกิจกรรมก็ต้องได้รับการสนับสนุนจากกกต. ในฐานะที่เป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง ถ้าไม่มาช่วยดูแลว่าพรรคการเมืองต่างๆ ทำกิจกรรมได้อย่างเป็นธรรมก็จะไม่มีใครดูแล” ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านพรรคประชาธิปัตย์ได้เรียกร้องให้กกต. และผู้รับผิดชอบดูแลมาตลอด แต่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ กลับมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาและเป็นสีสันทางการเมือง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนมองว่าไม่ใช่ เพราะถ้ามีกรณีที่มาแสดงออกเฉยๆ และไม่มีความสุ่มเสี่ยงต่อความรุนแรงก็ยังพอเข้าใจกันได้ แต่ความจริงแล้วไม่ค่อยใจกว้างเท่าไหร่ เพราะฝ่ายผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยไปก่อกวนกิจกรรมใดๆ ทั้งสิ้นของพรรคเพื่อไทยและของรัฐบาล แต่ตนคิดว่าคงต้องไปพบกันเป็นเรื่องเป็นราวกับทั้งกกต.และผบ.ตร. ที่ผ่านมากกต.ก็พยายามชี้แจงว่าไม่ใช่ช่วงของการเลือกตั้ง แต่ความจริงแล้วช่วงการเลือกตั้งตอนนั้นกกต.ก็ไม่ได้ช่วยอะไร
'อภิสิทธิ์' เตรียมหอบข้อมูลให้ปากคำ 'ดีเอสไอ'
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมตัวเข้าให้ปากคำ กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ ) ในวันจันทร์ที่ 27 ส.ค.ว่า ตนจะเดินทางไปในเวลา 10.00 น. โดยกำลังเตรียมข้อมูลทั้งหมด และไม่รู้สึกหนักใจ เพราะเป็นคดีที่เกี่ยวกับเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองทั้งหมด ซึ่งจะไปยืนยันถึงเหตุการณ์การก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น
ส่วนการออกมาให้ความเห็นของนายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตเลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะทำให้สังคมเห็นว่าข้อมูลของพรรคประชาธิปัตย์ มีน้ำหนักมากขึ้นหรือไม่นั้น ต้องขอขอบคุณนายถวิล เพราะสิ่งที่นายถวิลพูดคือความจริง ซึ่งนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ก็ทราบข้อเท็จจริงเหมือนกับนายถวิล
ส.ส.ปชป.อัดรัฐจัดงานพบปชช.สร้างภาพ
นายโกวิทย์ ธารณา ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีเปิดงานรัฐบาลพบประชาชนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า พร้อมกันทั่วประเทศว่า การจัดงานของรัฐบาลล้วนแต่จัดฉาก การที่บอกว่าทำคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ต้องหมายถึงมีเศรษฐกิจภาคครัวเรือนที่ดีขึ้น มีรายได้มากขึ้นกว่าเดิมตามที่รัฐบาลหาเสียงไว้ ว่าจะกระชากค่าครองชีพลง แต่วันนี้ไปถามประชาชนคนไทยหน้าไหนก็ได้ว่ามีอะไรบ้างที่ไม่ขึ้นราคา รัฐบาลกลับละเลยที่จะทำความเข้าใจหรือให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่า มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ที่จะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น
นายโกวิทย์ กล่าวว่า รัฐบาลกลับเอานโยบายประชานิยมที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก มาหว่านเพื่อหวังคะแนนนิยม ทั้งที่แหล่งที่มาของเงินส่วนใหญ่ มาจากเงินกู้และการรีดภาษี และแต่ละโครงการที่อ้างว่าทำให้ชีวิตดีขึ้น ส่วนใหญ่ก็เป็นการก่อสร้างหนี้ระยะยาว ทั้งการซื้อบ้าน รถ บัตรเครดิตเกษตร การจะอ้างว่ามีการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น ก็สวนทางกับการที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่หวังแต่จะขอความช่วยเหลือจากรัฐ การจัดงานครั้งนี้ของรัฐบาลจึงตีโจทย์ไม่แตก สร้างภาพกลบเกลื่อนความผิดพลาดของนโยบายรัฐบาล โดยการโฆษณาชวนเชื่อกับสิ่งที่สวยงามโดยไม่ดูความเป็นจริงในชีวิต พองานจบทุกอย่างก็จบพร้อมกับหนี้สิน
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลมีนโยบายพักชำระหนี้นาน 3 ปี เป็นการเปิดโอกาสให้ตั้งตัวในช่วงนี้ นายโกวิทย์ กล่าวว่า การพักชำระหนี้ก็เป็นการตีโจทย์ไม่แตกของรัฐบาลอีกข้อ ที่หว่านช่วยแต่ลูกค้าชั้นดีของธนาคารรัฐ แต่ละเลยไม่ช่วยเหลือกับคนที่เป็นหนี้นอกระบบที่วันนี้มีการสำรวจพบว่า ภาคครัวเรือนของไทยมีหนี้สินเพิ่มมากขึ้น ตามที่พรรคประชาธิปัตย์แถลงเอาของจริงมาพูด ให้ตาสว่างขึ้น เฉพาะหนี้นอกระบบพรรคเคยทำให้ยอดกู้นอกระบบลดลง แต่รัฐบาลกลับทำให้มีวงจรอุบาทว์นี้ ฟื้นคืนชีพมีการกู้นอกระบบสูงถึง 40 %
“ผมท้าให้ไปถามเกษตรกรที่ทำไร่ทำนาตัวจริง ว่ามีใครบ้างไม่มีหนี้สินเพิ่ม รัฐบาลอ้างว่าช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นเฉพาะหน้าหรือเปล่า ผมว่าเป็นอย่างนั้น กู้มาใช้ก่อน ผ่อนทีหลังพ่อ-แม่ที่เป็นคนกู้ตายไปแล้วไม่รู้ว่าลูกหลานยังต้องชดใช้หนี้หมดหรือยัง เพราะวันนี้แค่หนี้สาธารณะที่รัฐบาลนี้สร้างขึ้น ก็เฉลี่ยต่อหัวประชาชนคนไทยไปที่หัวละกว่าแสนบาทแล้ว เกิดปุ๊บมีมรดกหนี้ติดตัวมาทันที ทำไมไม่เอาของจริงมาพูดและช่วยกันชำระหนี้ ไม่ใช่เก่งแต่กู้ขั้นเทพ มันเข้าตำราว่าพรรคประชาธิปัตย์เก่งแต่กู้ วันนี้ไปดูอยู่ปีเดียวรัฐบาลถังแตกกู้มาใช้เท่าไหร่แล้วร่วม 1.7 ล้านล้านบาท แต่ไม่บอกความจริงกับประชาชน เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ที่ยังสร้างภาพลวงตาให้คนใช้จ่ายโดยไม่เตรียมตัวรับมือเศรษฐกิจที่หดตัวลง ถ้ารัฐบาลเอาความจริงมาพูดสักนิดจะขอบคุณ แค่เรื่องหนี้สินยังไม่พูดถึงการทุจริต คอรัปชั่นในโครงการต่างๆ ที่ผมกำลังเก็บข้อมูลอยู่มันเยอะไปหมด” นายโกวิทย์ กล่าว
ส.ส.ปชป. สุดทน 'มาร์ค' โดนราวี จี้ 'นายกฯ-เฉลิม' ปรามแดง
นายเจะอามิง โตะตาหยง ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้เห็นภาพข่าวจากสื่อทีวีแล้ว ก็ต้องกระตุกถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)ว่า การปล่อยให้คนเสื้อแดงที่เป็นฐานมวลชนสนับสนุนรัฐบาล ทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน ออกมาใช้กำลังปิดขวางการจัดกิจกรรมของฝ่ายค้านเช่นนี้ มันน่าอดสู และคนที่เจริญแล้วไม่ทำกัน หากไม่เห็นด้วยก็มีสิทธิชูป้ายข้อความคัดค้าน ไม่ใช่ใช้การปิดขวางทางเข้า-ออกงาน ขัดขวางไม่ให้ทำงานการเมืองของพรรค เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มีสิทธิ์ เดินทางไปทำงานกิจกรรมที่ไหนก็ได้ การที่ยังปล่อยให้มีเหตุเช่นนี้ เกิดขึ้นซ้ำซากก็เสมือนรัฐบาลหลิ่วตา รู้เห็นเป็นใจ ใช้แผนเดินสองขาเหมือนที่ผ่านมาในอดีต แทนที่นายกฯหรือรองนายกฯจะกำชับตำรวจให้เข้มแข็งในการทำหน้าที่ ทั้งที่ต้องสั่งการ แต่กลับใส่เกียร์ว่าง ไม่ทำหน้าที่ ไม่ป้องปราม แต่ปากกลับอ้างใช้คำว่า เพื่อประชาธิปไตยกันทั้งพรรค ทั้งคนสนับสนุน ถามว่าที่ทำแบบนี้มันประชาธิปไตยตรงไหน ใช้กองกำลัง ใช้กฏหมู่ละเมิดกฏหมาย ละเมิดสิทธิคนที่เห็นต่างโดยใช้กำลัง



