ข่าว

คึกคัก!เปิดตัว'เสรีพิศุทธ์'ลงชิงผู้ว่าฯกทม.

คึกคัก!เปิดตัว'เสรีพิศุทธ์'ลงชิงผู้ว่าฯกทม.

25 ส.ค. 2555

เปิดตัว 'เสรีพิศุทธ์' ลงชิงผู้ว่าฯกทม. ปชช.-ตร.แห่ร่วมงานคึกคัก ลั่นกรุงเทพฯเปลี่ยนใน 4 ปี พร้อมชูนโยบายความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน เปิดโรงทานทุกวัด

               25 ส.ค.55 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จัดงานเปิดตัวลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ภายใต้สังกัด "กลุ่มพลังกรุงเทพ" ซึ่งบรรยากาศก่อนเริ่มงานมีประชาชน ข้าราชการตำรวจทั้งในอดีตและปัจจุบันมาร่วมงานอย่างคึกคัก   ภายในงานมีการแจกเสื้อสกรีนภาพ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พร้อมข้อความ "เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ประธานกลุ่มเพื่อนเสรี 5-5-55" นอกจากนี้มีการแจกซีดี สติกเกอร์ และนามบัตรระบุข้อความ "เพื่อกรุงเทพที่ดีกว่า ผมและเพื่อน กลุ่มพลังกรุงเทพ ขออาสารับใช้ครับ"

               พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า กรุงเทพฯอายุ 200 กว่าปี ตั้งแต่เกิดมากรุงเทพฯ ยังมีปัญหาเรื่อยๆ ถ้าตนได้รับความไว้วางใจจากประชาชนโดยกลุ่มพลังกรุงเทพฯภายใน 1 ปี จะเห็นความเปลี่ยนแปลง อีก 4 ปีจะเห็นความเรียบร้อยอย่างที่ต้องการ เพราะตนกล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ ภายใต้อุดมการณ์ ขยัน ซื่อสัตย์ สุจริต ตนประเดิมเปิดตัวเป็นคนแรกทั้งที่พรรคอื่นยังไม่เปิดตัว เพราะทำอะไรต้องมีความพร้อม

               จากนั้นนายสุวิช สุทธิประภา รับหน้าพิธีกรสอบถาม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถึงการแสดงวิสัยทัศน์ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. โดยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ตนมีความพร้อม ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ตอนนี้อายุ 64 ข้าราชการประจำยังเป็นลูกน้อง ที่ผ่านมามีตำรวจในปกครองกว่า 200,000 นาย และประชาชนทั้งประเทศ ถ้าเป็นผู้ว่าฯ กทม.ก็ดูแลกรุงเทพฯได้ กรุงเทพฯพื้นที่ไม่มาก จึงอยากใช้เวลาที่เหลือก่อนตายทำงานให้ประชาชน เพราะคนกล้าตัดสินใจมีน้อย ส่วนตำแหน่งทีมงาน ตนมีจำนวนมาก แต่ยังไม่จำเป็นจะเปิดตัววันนี้ รอเวลาที่เหมาะสม ขณะที่ฐานเสียงพรรคการเมืองนั้น ตนมีคนกรุงเทพฯและต่างจังหวัดสนับสนุนมหาศาล เพียงยังไม่มีการเลือกนายกฯเท่านั้นเอง

             "ปีนี้ถ้าน้ำมาเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและผู้ว่าฯกทม.คนปัจจุบัน แต่ถ้ารัฐบาลเอาไม่อยู่ ผู้ว่าฯกทม.เอาไม่อยู่ไปฆ่าตัวตายซะ แต่ถ้าผมเป็นผู้ว่าฯกทม.น้ำไม่มีแน่ ทั้งนี้ ถ้าได้เป็นผู้ว่าฯกทม.จะไม่ทะเลาะกับใคร จะทำงานอย่างเดียว เพราะไม่อยากเสียเวลา และตั้งใจว่าถ้าใครด่าก็จะไม่ฟ้อง  ผมมีชื่อเสียงตั้งแต่อายุ 30 คนที่อายุ 60 หรือคนอายุ 20 ก็รู้จักผม ตอนนี้อายุ 60 แล้ว คนที่อายุ 50 ขึ้นไปต้องรู้จักผม เด็กๆเจอหน้าก็รู้จัก ตอนนี้มีแฟนเพจเข้ามาได้ตลอดเวลา ดังนั้นที่ผมลงมาสู้รับรองชนะ"พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

 

ชูนโยบายความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน เปิดโรงทานทุกวัด จุดขายชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ

                พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ว่า ตนอาสาเข้ามาทำงานให้คนกรุงเทพฯ เพราะช่วงนี้ว่างงานแต่มีความพร้อมทุกอย่าง จึงไม่อยากใช้เวลาให้เปล่าประโยชน์ ขณะนี้ยังมีสิ่งไม่ถูกต้องในกรุงเทพฯ มากมาย ทั้งปัญหารถยนต์ แผงลอย ยาเสพติด คู คลองต่างๆ หรือการตากเสื้อผ้า ดังนั้นต้องมีคนกล้าคิดกล้าทำมาทำงาน ส่วนกลุ่มผู้มีอิทธิพลก็คาดว่าไม่มีใครเกินตนที่จะมาแก้ปัญหาตรงนี้ เนื่องจากกรุงเทพฯมีผลประโยชน์มหาศาล ที่ผ่านมาตนเคยปราบปรามความไม่ถูกต้องมาแล้วโดยไม่หวาดหวั่นเรื่องใดทั้งสิ้น นอกจากนี้จะกล้าคิดในทุกเรื่อง ถ้าจะทำอะไรจะบอกกันตรงๆ หากมีโครงการต่างๆ ถึงแม้รัฐบาลไม่กล้าเปิดราคากลาง แต่ตนจะกล้ามาทำจุดนี้ นอกจากนี้ จะมีการสร้างรถไฟบนฟ้า ใต้ดิน อุโมงค์ฟลัดเวย์ด้วย

               พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ในนามอิสระจะสู้ฐานเสียงของผู้สมัครจากพรรคการเมืองได้หรือไม่นั้น ตนเห็นว่ายังมีคนกรุงเทพฯหนุนหลังอยู่ ถ้าประชาชนไม่ชอบพรรคการเมืองขอให้มาเลือกตน เพราะตอนนี้มีปัญหาความขัดแย้งสูง ถ้าพรรคใดพรรคหนึ่งได้ตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.ปัญหาความข้ดแย้งก็จะมีไม่จบ ดังนั้นจึงต้องเลือกคนกลาง

               เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าการลงสมัครในนามอิสระเป็นการตัดคะแนนเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ไม่มี ตนไม่เคยคุยกับใคร เรื่องเจาะฐานเสียงก็ไม่เคยมีเรื่องนี้ ตนไม่อยากทะเลาะกับใคร แต่จะขอมาทำงานเท่านั้น โดยฐานเสียงจะเจาะในทุกกลุ่มตั้งแต่เด็กแรกเกิด โดยจะใช้ประสบการณ์ที่มีมาทั้งหมด ส่วนการหาเสียงก็ได้เตรียมทีมงานไว้หมดแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ขอประกาศ เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสม

                 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่ออีกว่า หากตนได้เป็นผู้ว่าฯกทม. สิ่งแรกที่จะทำคือ นโยบายความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคนกรุงเทพฯ ที่ผ่านมาตนเคยทำโพลล์พบว่า สิ่งแรกๆ ที่คนกรุงเทพฯอยากเห็นคือความปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องน้ำท่วม หากเลือกตนมาเป็นผู้ว่าฯกทม.ก็จะได้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)เข้ามาร่วมทำงานด้วย เพราะพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ว่าที่ผบ.ตร. ก็เคยกินนอนมาด้วยกัน 15 ปีเต็มๆ จึงเชื่อว่าจะทำงานร่วมกันได้ดี ส่วนนโยบายรองลงมาที่จะแก้ปัญหาคือ เรื่องปากท้องของประชาชน ตนจะผลักดันให้มีการเปิดโรงทานในทุกวัด

                 " เรื่องงบประมาณในการหาเสียง ผมไม่ได้เตรียมอะไรมากมาย เพราะจะสู้ตามกฎหมาย การมาครั้งนี้มาขายตัว มาขายชื่อเสียงของตัวเองที่เคยทำไว้ คนกรุงเทพฯจะเลือกหรือไม่เลือกก็ได้ เพราะผมไม่ใช่นักเลือกตั้ง ดังนั้นจะขอมาทำงานให้คนกรุงเทพฯอย่างเดียว ไม่ทะเลาะกับใคร ส่วนการแก้ปัญหาจราจรก็จะเริ่มทำในรายละเอียดถึงโครงการขนาดใหญ่ เนื่องจากเป็นปัญหาหนึ่งที่ต้องเร่งแก้ไขด้วย " พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว