
'เสรีพิศุทธ์'ฉายเดี่ยวลงชิงผู้ว่าฯกทม.
"เสรีพิศุทธ์" ดีเดย์แถลงเปิดตัวลงชิง ผู้ว่าฯกทม. เสาร์นี้ เมินลงในนามพรรคการเมือง เผย พท.-ปชป. เคยทาบ เพื่อไทยอุ้มกิตติรัตน์ไม่เจตนาโกหกเรื่องเป้าการส่งออก รับอาจกระทบความน่าเชื่อถือรัฐบาลบ้าง
24ส.ค.2555 คนสนิทของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกับ"สำนักข่าวเนชั่น" ว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตรียมเปิดตัวลงสมัคร รับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ภายใต้สังกัด “กลุ่มพลังกรุงเทพ” โดยจะมีการจัดงานแถลงข่าวในวันเสาร์ที่ 25 ส.ค.นี้ เวลา 13.30 น. ที่ห้องบอลรูม 2 ชั้น 4 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล บางกอก โดยมีนายสุวิช สุทธิประภา พิธีกรชื่อดังทางช่องโมเดริน์ไนน์ทีวี มารับหน้าที่ในช่วงหัวข้อ "ปัญหาของกรุงเทพฯ ที่ตอนนี้จะมีผู้อาสาบริหารจัดการด้วยระบบใหม่ เงินทองไม่รั่วไหล โปร่งใสตรวจสอบได้" พร้อมทั้งสัมภาษณ์พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถึงการลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ
แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่สังกัดพรรคการเมือง ไม่มีฐานเสียง แต่ถือว่ามีกลุ่มเพื่อนเสรี ที่เป็นอาชีพพ่อค้ากว่าหมื่นคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไม่มีสนามการเมืองใหญ่ จึงต้องรีบเปิดตัวให้คนกรุงเทพฯรู้ว่า จะอาสามาทำงานเพราะคิดว่ากรุงเทพฯมีปัญหาน้ำท่วม ขยะ การบริหาร ซึ่งอยู่ในนโยบายบางส่วนของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์อยู่แล้ว ส่วนจุดแข็งนั้น เชื่อว่าคนกรุงเทพฯจะเห็นพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เป็นคนกล้าจัดการ ซื่อสัตย์ สุจริต เรื่องคอรัปชั่นจะไม่มีในยุคพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์อย่างแน่นอน ถ้าเปรียบเทียบกับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.คนปัจจุบันก็ต่างกันฟ้ากับดิน เพราะม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ยังช้า แต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์มีความเด็ดขาด
แหล่งข่าวระบุด้วยว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์จะสู้ฐานเสียงผู้สมัคร ที่มาจากพรรคการเมืองได้หรือไม่ เห็นว่าพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังมีอาสาสมัครมาร่วมมากพอสมควร เพราะพ่อค้าสาวนใหญ่เป็นเจ้าของโรงงานมีพนักงานหลายพันคน ซึ่งมีเสียงตอบรับดีพอสมควร นอกจากนี้ ที่ผ่านมาทั้งพรรคเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์เคยมาจีบพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์แล้ว แต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ประกาศไม่ขอฟังพรรคการเมือง แต่จะขอทำกรุงเทพฯให้ถูกต้องอย่างเดียว ที่สำคัญเรื่องมาเฟียในกรุงเทพฯจะไม่มีแน่นอน
“เพื่อไทย”อุ้ม“กิตติรัตน์”ไม่เจตนาโกหกเรื่องเป้าการส่งออก
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ยอมรับว่า เป้าหมายการส่งออกที่เคยตั้งไว้ 15% คงเป็นไปไม่ได้ และการอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลได้รับอนุญาตให้พูดไม่จริงในบางเรื่องที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า White lies ที่แปลว่าโกหกสีขาวว่า รัฐบาลคงไม่มีการอนุญาตให้ใครไปโกหกหรืออนุญาตให้พูดไม่จริงในบางเรื่อง สิ่งที่นายกิตติรัตน์พูดคงไม่ใช่เจตนาที่จะโกหก แต่ในด้านเศรษฐกิจทั่วไปคงจะเป็นการประมาณการหรือตั้งเป้าการทำงานไว้ ซึ่งการคาดการณ์สามารถปรับเปลี่ยนเป้าหรือการประมาณการได้
ทั้งนี้การที่พูดว่า White lies นั้นคงเป็นการใช้คำพูดผิดไป คงไม่มีเจตนาพูดโกหก นายกิตติรัตน์เองก็เป็นคนที่มีความน่าเชื่อถือ พูดจาอยู่กับร่องกับรอย ไม่ชอบพูดโกหก แต่แน่นอนว่าการใช้คำพูดอย่างนี้อาจถูกมองในแง่ลบบ้าง ซึ่งนายกิตติรัตน์ก็คงต้องออกมาชี้แจงหรืออธิบายว่าไม่มีเจตนาที่จะบอกว่าเป็นการโกหก แต่เป็นการตั้งเป้าทางเศรษฐกิจที่ต้องบอกให้สูงไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม พื้นฐานของนายกิตติรัตน์นั้นเป็นคนที่ตั้งใจทำงาน เป็นคนสุภาพอ่อนโยน ไม่น่าจะมีคนหมั่นไส้ เชื่อว่าคงมีคนอื่น ๆ ให้กำลังใจในการทำงาน แต่ก็ต้องระวังในการพูดให้มาก เพราะเรื่องนี้จะมีผลกระทบต่อความเชื่อถือของรัฐบาลด้วย
นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คิดว่าความตั้งใจของนายกิตติรัตน์คงต้องการสร้างความมั่นใจในภาคการส่งออก ไม่ให้วิตกหรือกังวลกับเป้าหมายการส่งออกมากเกินไป ซึ่งเป็นหน้าที่ของหัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่จะต้องออกมาพูดอธิบายความ ตนมั่นใจว่านายกิตติรัตน์มีความมั่นใจและมุ่งมั่นที่จะหาหนทาง มาตรการต่าง ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เพื่อลดผลกระทบต่อภาคการส่งออกให้มากที่สุด เชื่อว่าการพูดของนายกิตติรัตน์คงไม่มีผลกระทบต่อตำแหน่ง เพราะที่ผ่านมาก็ทำงานได้ดีมาตลอด



