ข่าว

บันทึกภารกิจสังหาร'บิน ลาเดน'

บันทึกภารกิจสังหาร'บิน ลาเดน'

25 ส.ค. 2555

เวิลด์วาไรตี้ : บันทึกภารกิจสังหาร 'บิน ลาเดน' จากปลายปากกาอดีตหน่วยซีล

                          "No Easy Day" เป็นชื่อหนังสือเล่มใหม่ที่เชื่อกันว่า คนในกองทัพเพนตากอน หรือกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ทำเนียบขาว และสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) จะต้องรีบซื้อมาอ่าน ทันทีที่วางแผงช่วง 11 กันยายน อันเป็นฤกษ์งามยามดีทางการตลาดของหนังสือเล่มนี้ที่เขียนโดยหนึ่งในหน่วยซีล กองกำลังปฏิบัติการพิเศษของนาวิกโยธินสหรัฐ ที่อยู่ในปฏิบัติการบุกสังหารนายโอซามา บิน ลาเดน เมื่อต้นพฤษภาคม 2554

                          ความพิเศษของหนังสือ คือเป็นข้อมูลปฐมภูมิของคนในเหตุการณ์ แต่ตามมามากมายคือคำถามเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลจัดชั้นความลับ

                          เจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐระบุว่า หนังสือยังไม่ผ่านสายตาของหน่วยงานกระทรวงกลาโหม ที่มีหน้าที่ตรวจทานสื่อสิ่งพิมพ์ของกำลังพลเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีความลับแพร่งพรายออกไป ส่วนทำเนียบขาวและซีไอเอก็กล่าวเช่นกันว่ายังไม่เห็น

                          จังหวะการเปิดตัวหนังสือยังมีขึ้นขณะที่ในสหรัฐกำลังถกเถียงกันว่า ควรหรือไม่ ที่คนในกองทัพทั้งยังอยู่ในหน้าที่ พ้นประจำการหรือเกษียณแล้ว จะพาตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้องกับสมรภูมิการเมือง หลังจากที่อดีตหน่วยปฏิบัติการพิเศษและอดีตซีไอเอที่เกษียณแล้ว

                          ออกมากล่าวหาประธานาธิบดีบารัก โอบามา เมื่อไม่นานมานี้ว่า เปิดเผยข้อมูลจัดชั้นความลับของปฏิบัติการสังหารบิน ลาเดน และกำลังชูเรื่องนี้เป็นประเด็นหาเสียง ทางกลุ่มบ่นว่า ประธานาธิบดีชักจะยึดเครดิตในเรื่องนี้มากเกินไปเสียแล้ว

                          แต่ พล.อ.มาร์ติน เดมป์ซีย์ ประธานเสนาธิการทหารร่วม และคนในหน่วยปฏิบัติการพิเศษหลายคน ก็ดาหน้าออกมาตำหนิกลับว่า เป็นการวิจารณ์ที่สร้างความแตกแยก ไม่เป็นมืออาชีพ

                          พล.อ.เดมป์ซีย์ กล่าวว่า การออกมาพัวพันการเมืองอย่างเปิดเผยของคนในกองทัพ บั่นทอนความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชนที่มีต่อกองทัพ

                          ด้านสำนักพิมพ์ดัตตัน ผู้จัดพิมพ์หนังสือ ระบุในจดหมายแถลงข่าวว่า ผู้เขียน "No Easy Day" ลาออกจากกองทัพแล้ว และใช้นามแฝงว่า มาร์ค  โอเวน ที่คิดว่าการเขียนหนังสือเป็นความพยายามหนึ่งในการบันทึกหนึ่งในภารกิจสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์กองทัพสหรัฐอย่างตรงไปตรงมา หนังสือของเขาเป็นเรื่องราวของ "คนกลุ่มหนึ่ง" และความเสียสละของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ บนความหวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนหนุ่มสมัครเข้ามาร่วมหน่วยซีลมากขึ้น

                          คริสติน บอลล์ โฆษกสำนักพิมพ์ดัตตัน กล่าวว่า งานเขียนชิ้นนี้ผ่านการตรวจสอบจากอดีตทนายคนหนึ่งที่รู้เรื่องปฏิบัติการพิเศษตามที่ผู้เขียนแนะนำแล้ว ซึ่งไม่พบว่าเนื้อหาหนังสือมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของชาติ

                          โดยมากแล้ว หน่วยปฏิบัติการพิเศษจะต้องลงนามในข้อตกลงที่ไม่เป็นที่เปิดเผยในรายละเอียด และมักไม่ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ข้อมูลจัดชั้นความลับ อาทิ ข้อมูลข่าวกรอง หรือยุทธวิธี และแผนการขั้นตอนที่ใช้ จนทำให้ปฏิบัติการสังหารศัตรูหมายเลขหนึ่งของสหรัฐเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2544 ประสบความสำเร็จ

                          ดังนั้น หากหนังสือระบุชัดว่า เป็นความคิดเห็นส่วนตัวที่เกี่ยวกับงาน และภารกิจที่ได้รับมอบหมาย โอเวน อาจไม่เจอปัญหาใดๆ แต่ถ้าหากกระทรวงกลาโหมหรือกองทัพหรือซีไอเอ พบว่ามีข้อมูลจัดชั้นความลับอยู่ในหนังสือ อดีตหน่วยซีลที่ผันมาเป็นนักเขียนรายนี้อาจเจอแจ้งข้อหาอาญาได้ รวมถึงอาจถูกฟ้องยึดรายได้จากหนังสือเล่มนี้ด้วย