
'บาโล'หอกเรือบุกรังหงส์
"เรือใบสีฟ้า" วาง บาโลเตลลี ยืนหอกบุกรัง "หงส์แดง" วันอาทิตย์ที่ 26 ส.ค. ขณะที่เจ้าถิ่นปรับแนวรับให้ คาร์ราเกอร์ ยืนตัวจริง ด้าน "ปืนใหญ่" ได้ อเลกซ์ แชมเบอร์เลน คืนทัพเยือน "ช่างปั้นหม้อ"
ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ แชมป์เก่า จะออกไปเยือน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่สนามแอนฟิลด์ในเวลา 22.00 น. โดยเกมนี้ทีมเยือนของกุนซือ โรแบร์โต มันชินี จะต้องปรับทีมตัวจริงเมื่อ เซร์คิโอ อาเกโร กองหน้าตัวหลักได้รับบาดเจ็บเอ็นหัวเข่าฉีกจากเกมนัดเปิดฤดูกาล ทำให้จะไม่ได้ลงสนามในนัดนี้แน่นอน แต่ยังดีที่ มาริโอ บาโลเตลลี หัวหอกทีมชาติอิตาลี เรียกความฟิตกลับมาเต็มที่แล้ว จึงจะลงเป็น 11 ตัวจริงแทน
บาโลเตลลี จะยืนเป็นหัวหอกตัวเป้าคอยประสานงานกับ ดาวิด ซิลบา และ คาร์ลอส เตเบซ ขณะที่แดนกลางก็ยังมีปัญหาที่ แกเร็ธ แบร์รี ที่เจ็บมาตั้งแต่ก่อนยูโร 2012 และแม้ว่าตอนนี้จะหายเจ็บกลับมาซ้อมได้แล้ว แต่ความฟิตยังไม่พอลงสนาม จึงน่าจะเป็น แจ็ค ร็อดเวลล์ ที่ได้ลงเล่นแทนเหมือนเดิม หรืออาจจะปรับเอา ไนเจล เดอยอง ลงมาตัดเกม ขณะที่แนวรับไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงจากนัดแรกที่เอาชนะ เซาแธมป์ตัน 3-2 เนื่องจาก ไมกาห์ ริชาร์ดส์ ยังไม่หายเจ็บกลับมา
ฝั่ง ลิเวอร์พูล มีปัญหากับตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กเมื่อ ดาเนียล แอ็กเกอร์ ติดโทษแบน 1 นัด น่าจะเป็น เจมี คาร์ราเกอร์ ที่เป็นตัวจริงในเกมยูโรปา ลีก ลงสนามเป็นตัวจริงต่อเนื่อง คู่ มาร์ติน สเคอร์เทล ที่ได้พักในเกมเมื่อกลางสัปดาห์ รวมทั้ง เกลน จอห์นสัน ที่ได้พักเช่นกันก็จะกลับมาเป็นตัวจริง แต่ยังต้องลุ้นกับ โฆเซ เอ็นริเก แบ็กซ้ายที่เจ็บหัวเข่า หากลงไม่ได้ก็จะเป็น มาร์ติน เคลลี ที่ลงเล่นแทน
แดนกลางแม้ว่าจะยังไม่มี โจ โคล ที่เจ็บจากเกมนัดแรก แต่มีโอกาสใช้ อุสซามา อัสไซดี ปีกตัวใหม่ที่ย้ายจาก ฮีเรนวีน ประเดิมสนามนัดแรกให้ทีม หลังจากที่ลงเล่นในถ้วยยุโรปไม่ได้ แต่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส น่าจะจับให้ สตีเวน เจอร์ราร์ด, ลูคัส เลวา และโจ อัลเลน ช่วยตัดเกมแดนกลาง และให้ หลุยส์ ซัวเรซ, สจวร์ต ดาวนิง และ ฟาบิโอ บอรินี เป็น 3 ประสานแนวรุก
ขณะที่สถิติที่พบกันมาถือว่า ลิเวอร์พูล เหนือกว่ามากทั้งในอดีตและปัจจุบัน โดยเอาชนะในลีกมาแล้วถึง 75 นัด ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ชนะเพียง 39 นัด และเสมอกันอีก 38 นัด ซึ่งการพบกันที่แอนฟิลด์นั้น ลิเวอร์พูล ไม่เคยแพ้ แมนฯ ซิตี้ เลยใน 9 ปีหลังสุด ซึ่งครั้งสุดท้ายที่แพ้นั้นเป็นเกมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2003 นิโกลาส์ อเนลกา ยิงประตูชัยให้ แมนฯ ซิตี้ บุกมาชนะไป 2-1 และล่าสุดที่พบกันที่แอนฟิลด์ 2 ครั้งเมื่อฤดูกาลที่แล้วเสมอกันทั้งหมดเป็นเสมอ 2-2 ในคาร์ลิง คัพ รอบรองชนะเลิศ และเสมอ 1-1 ในลีก
เกมอีกคู่ในเวลา 19.30 น. "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ จะเปิดสนามบริทานเนีย รับการมาเยือนของ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ซึ่งเจ้าถิ่นจะไม่มี ดีน ไวท์เฮด กองกลางที่ติดโทษแบน รวมทั้ง เจอร์เมน เพนเนนท์ ปีกอีกคนก็ยังเจ็บต้นขาลงเล่นไม่ได้ แต่น่าจะได้ ทอม ฮัดเดอร์สตัน กองกลางตัวใหม่จากสเปอร์ส ลงทะเบียนได้ทันลงสนาม และแดนหน้า โจนาธาน วอลเตอร์ส จะจับคู่กับ ปีเตอร์ เคราช์ ต่อไป
ด้าน อาร์เซนอล น่าจะได้ อเลกซ์ แชมเบอร์เลน หายเจ็บข้อเท้ากลับมาสู่ทีมได้ แต่แนวรับยังคงไม่มี โลรองต์ กอสเซลนี ที่เจ็บน่อง ขณะที่แนวรุกคาดว่า เวนเกอร์ จะยังไม่มีการปรับตัวจริงยังจะให้ ธีโอ วัลคอตต์, แชร์วินโญ และ ลูคัส โพโดลสกี ประสานงานกันต่อไป
----------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)
----------



