
'วิรัตน์ เย็นสบาย' ยกระดับชุมชน
'วิรัตน์ เย็นสบาย' ยกระดับชุมชน'สุขภาพดี-มีการศึกษา' : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น
เทศบาลตำบลกุดน้ำใส อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น พื้นที่ที่ถูกจัดเป็นโซนสีม่วง เนื่องจากเป็นแหล่งรองรับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่ ซึ่งสวนทางกับภาคการเกษตรอาชีพดั้งเดิมของคนในชุมชน การวางแผนรองรับอนาคตของเมืองด้วยการให้คนและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกับโรงงานอุตสาหกรรมได้ จึงเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาพื้นที่นี้
"วิรัตน์ เย็นสบาย" นายกเทศมนตรีตำบลกุดน้ำใส มองว่า การที่มีโรงงานมากส่วนหนึ่งที่เห็นผลดีชัดเจนคือ การจ้างงานคนในพื้นที่จึงเดินหน้าคุยกับทางโรงงานขอให้พิจารณาคนในท้องถิ่นเข้าทำงานก่อนเป็นอันดับแรก มีเด็กที่เรียนจบยังไม่มีงานทำทั้งที่จบด้านเทคนิค ช่างไฟฟ้า ช่างกลโรงงาน ซึ่งตรงกับความต้องการของโรงงาน ถ้ามีการรับสมัครขอให้รับชาวกุดน้ำใสร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะให้ได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่โรงงานในการอยู่ร่วมกับชุมชนในพื้นที่ด้วย
สิ่งหนึ่งที่นายวิรัตน์ให้ความสำคัญคือคนในชุมชนต้องมีสุขภาพดีถ้วนหน้า ดังนั้น เทศบาลจึงได้สนับสนุนงบประมาณให้แก่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบลอย่างน้อยปีละ 1 ล้านบาท เอางบประมาณเข้าไปใน สปสช.ของตำบล ในการทำกิจกรรมโดยให้เจ้าหน้าที่พาชาวบ้านไปออกกำลังกายทุกหมู่บ้านทุกเย็น จะเห็นว่ามีที่นี่แห่งเดียวที่ชาวบ้านทุกเพศทุกวัยมารอเพื่อออกกำลังกาย ทั้งไม้พลอง ฮูลาฮูป ซึ่งนอกจากจะได้เรื่องสุขภาพแล้วยังได้เรื่องของความสามัคคีระหว่างองค์กรอาสาสมัครหมู่บ้าน (อสม.) และชาวบ้านที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดย อสม.จะเป็นผู้เตรียมน้ำสมุนไพรไว้ให้ดื่มด้วย
เมื่อสุขภาพของชาวบ้านดีแล้ว เรื่องต่อมาจึงเป็นเรื่องของการศึกษา เพราะในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หรือปี 2558 ประเทศไทยเราจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่เปิดประเทศเข้าสู่ประตูอาเซียน ความพร้อมของคนในชุมชนจึงต้องมีการเน้นทั้งการเรียนการสอนทั้งในและนอกระบบ โดยเฉพาะด้านภาษาอังกฤษ ซึ่งตอนนี้เทศบาลได้ว่าจ้างครูพิเศษเพื่อรองรับงานนี้ จำนวน 4 คน โดยจะเป็นการเพิ่มพูนความรู้ทั้งการพูด การเขียนจากเจ้าของภาษาและครูคนไทย
"โดยครูคนไทยเราได้นำเด็กในท้องถิ่นที่เคยไปอาศัยอยู่ต่างประเทศ และเด็กที่เรียนจบจากนอร์ทกรุงเทพ มาสอนด้านการพูด ส่วนเรื่องไวยากรณ์ให้ครูที่จบโดยตรงสอน ส่วนครูต่างประเทศนอกจากให้สอนในโรงเรียนแล้วยังให้สอน กศน.เพื่อให้ชาวบ้านทุกคนได้มีโอกาสเรียนรู้พอพูดได้" นายวิรัตน์กล่าว
ส่วนการเรียนรู้นอกระบบนั้น เน้นการเรียนรู้เพื่อความยั่งยืนด้านอาชีพทั้งผู้สูงวัยและวัยรุ่น ให้ได้เข้าถึงวิถีเศรษฐกิจพอเพียง โดยที่เทศบาลจัดโปรแกรมพาไปดูโครงการพระราชดำริในต่างพื้นที่ อีกทั้งผู้สูงวัยก็จะเน้นเป็นพิเศษเรื่องการทำบุญ โดยนำไปกราบนมัสการหอพระแก้วพระธาตุหลวง ที่ ส.ป.ป.ลาว และสถานที่อื่นๆ อีก เพื่อให้ผู้สูงวัยกุดน้ำใสมีสุขภาพจิตดี ในด้านอาชีพ ล่าสุดได้ส่งเสริมอาชีพเย็บผ้า เทศบาลได้ซื้อจักรเย็บผ้า และผ้าจำนวน 3 ตัน เพื่อให้ชุมชนได้ผลิตผ้าเช็ดโต๊ะจำหน่าย โดยแบ่งเป็นกลุ่มทำงานกลุ่มละ 4-5 คน โดยจัดสรรงบประมาณให้จำนวน 1 ล้านบาท แต่ขอคืนทุนกลุ่มละ 1 หมื่นบาท เมื่อมีรายได้กลับเข้ามา
นายกเทศมนตรีกุดน้ำใส บอกถึงโครงการชลประทานระบบท่อที่ ต.กุดน้ำใส นำมาใช้และพัฒนากระทั่งประสบความสำเร็จว่า บางพื้นที่ได้ร่วมกับโรงงานเอสซีจีเปเปอร์ หรือฟินิคซ์ พลับ แอนด์ เพเพอร์ ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมติดตั้งเครื่องมอเตอร์ เข้ามาวางระบบให้ จาก นั้นเทศบาลได้ใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท ขยายท่อเข้าไปในพื้นที่นาของชาวบ้านซึ่งไม่เคยทำนาปรังมาก่อน ทว่าปีนี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ซึ่งเป็นฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต ปรากฏว่าพื้นที่ดังกล่าวได้ผลผลิตสูงถึง 800 กก.ต่อไร่ จากเดิมที่เคยทำนาปีได้สูงสุด 500 กก.ต่อไร่
"เชื่อว่ามีผู้สนใจทำนาปรังมากขึ้น ทางเทศบาลจึงได้วางแผนขยายระบบท่อ โดยได้ร่วมกับกรมชลประทาน ประสานและทำเรื่องของบประมาณโครงการพระราชดำริจากสำนักพระราชวัง ซึ่งชลประทานสำรวจแล้วคาดว่าจะใช้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท เต็มพื้นที่เกษตร 48 ตร.กม."
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีระบบท่อและระบบคลองเปิดครอบคลุมพื้นที่ 1,000 ไร่ ในหมู่ 1 บ้านหนองอ้อ, หมู่ 1 บ้านกุดน้ำใส, หมู่ 8 บ้านกุดกว้าง และหมู่ 5 บ้านโนนขามแป
..................................................
('วิรัตน์ เย็นสบาย' ยกระดับชุมชน'สุขภาพดี-มีการศึกษา' : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น)



