ข่าว

'คนป่วยจิต'ข้างถนนเร่งเยียวยาก่อนสาย

'คนป่วยจิต'ข้างถนนเร่งเยียวยาก่อนสาย

24 ส.ค. 2555

'คนป่วยจิต'ข้างถนนเร่งเยียวยา..ก่อนสาย : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ

              เคยสังเกตไหม?!! ..ริมถนน ป้ายรอรถประจำทาง ริมถังขยะ ฯลฯ บางครั้งเรามักจะเห็นผู้คนที่ดูผิดแปลกจากคนทั่วไป มีสภาพเนื้อตัวมอมแมม เหม็นสาบ สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิงมัดพันกันเป็นก้อน ฯลฯ หรือที่นิยมเรียกกันว่า "คนบ้า" ดูเหมือนจะพบพวกเขามากขึ้นในสังคมเมืองหลวง
 
              แม้จะดูเหมือนว่าพวกเขาไม่มีพิษมีภัยกับใคร แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าวางใจ เพราะเขาอาจทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้ตั้งใจก็ได้ อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา ชายไทยอายุประมาณ 60 ปี แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ จุดไฟเผาจีวรที่สวมอยู่จนไฟลุกไหม้ลามไปตามผิวหนังเป็นแผลพุพอง ขณะนั่งอยู่บนม้านั่งบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตรงข้ามโรงพยาบาลราชวิถี เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามที่มาที่ไปก็ให้การวกวนสับสน พูดจาคล้ายคนวิกลจริต สรุปใจความได้ว่า "เป็นคนจุดไฟเผาจีวรเอง"?!?
 
              คงดีไม่น้อยถ้ามี "โครงการผู้ป่วยข้างถนน" ของมูลนิธิกระจกเงา ที่คอยออกช่วยเหลือดูแลบุคคลที่มีปัญหาลักษณะนี้อย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ เหตุการณ์ข้างต้นก็อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้
 
              "คม ชัด ลึก" เคยลงพื้นที่ติดตามการลงไปช่วยเหลือ 2 ผู้ป่วยข้างถนนของอาสาสมัครโครงการ รายแรกเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี สวมกางเกงตัวเดียว เนื้อตัวมอมแมม ผมเผ้ารุงรัง ใช้ชีวิตอยู่บริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งย่านจตุจักร อาสาสมัครมาคอยดูแลชายคนนี้หลายครั้งแล้ว และเรียกเขาว่า "วุฒิ"
 
              กฤติพร รัตนคงสวัสดิ์ อาสาสมัครสาววัย 22 ปี เล่าถึง "วุฒิ" ว่า ครั้งแรกที่มาเขายังไม่ยอมให้อาบน้ำ-เช็ดตัว จึงได้แต่เข้ามาพูดคุยทำความรู้จักกันก่อนจนเขาไว้ใจในระดับหนึ่ง พอครั้งที่สองก็เริ่มให้อาบน้ำ เช็ดตัว ตัดเล็บ ใส่ยา และในการลงพื้นที่แต่ละครั้งต้องประเมินอารมณ์ของผู้ป่วยก่อน จริงๆ แล้วก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แถมอารมณ์ดี ชอบยิ้ม แต่ไม่ค่อยพูด
 
              ส่วนอีกรายอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน แม้ไม่ได้เป็นคนวิกลจริต แต่ก็เป็นหญิงชราที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ "ยายหมี" วัย 73 ปี พักเพียงลำพังในเพิงเล็กๆ ริมถนน "ยายหมี" มีแผลขนาดใหญ่ที่ขา ส่งกลิ่นเหม็นคละคุ้ง อาสาสมัครจึงช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจะประสานมูลนิธิ เพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาล
 
              "ตอนแรกคิดว่ามีแต่หนอง แต่พอใช้น้ำเกลือล้างแล้วก็มีหนอนออกมาด้วย" สุลี ถาวรกุล พยาบาล รพ.ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพฯ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พี่เลี้ยงอาสาสมัคร เล่าถึงผู้ป่วยข้างถนนรายที่ 2 ที่ถ้าไม่รีบพาตัวไปรักษาอาจจะเสียชีวิตได้
 
              ด้าน สิทธิพล ชูประจง หัวหน้าโครงการผู้ป่วยข้างถนน บอกว่า คนที่ใช้ชีวิตอยู่ข้างถนนนั้น น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของคนหาย จากการหลงลืม มีปัญหาจากจิต ทางประสาท อาจจะเดินหลงหายออกจากบ้าน จนกลายมาเป็นผู้ป่วยข้างถนน ทั้งนี้ จะพบผู้ป่วยข้างถนนตามแหล่งชุมชน เนื่องจากพวกเขาสามารถหากินดำรงชีวิตได้ เช่น จตุจักร อนุสาวรีย์ชัยฯ สนามหลวง ราชดำเนิน คลองหลอด
 
              "จากสถิติบ้านมิตรไมตรี เคยเก็บข้อมูลพบว่า ในกรุงเทพฯ มีผู้มีอาการทางจิตประมาณ 300 คน แต่อาจมีอาการซ้ำซ้อนกัน ระหว่างคนที่เป็นคนไร้บ้าน กับคนที่เป็นผู้ป่วยข้างถนน แต่เป้าหมายของเราคือ อยากให้มีสถานที่ที่จะรองรับกลุ่มคนเหล่านี้ เพื่อจะปรับสภาพทางกาย ทางจิต และฟื้นฟู และมีที่รองรับหลังจากการฟื้นฟูเขาแล้วอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การฟื้นฟูที่รับผู้ป่วยรวมๆ แล้วไม่มีผู้เชี่ยวชาญดูแลเขาอย่างทุกวันนี้" สิทธิพล บอกถึงความตั้งใจ
 
              ขณะที่ ระรินทิพย์ ศิโรรัตน์ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงปัญหาคนเร่ร่อนว่า หากเจอคนเร่ร่อนสามารถแจ้งมาได้ที่ศูนย์ประชาบดี 1300 จะช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความคุ้มครองดูแลและช่วยเหลือตามกระบวนการ เมื่อมีการแจ้งมาแล้วจะมีการประสานติดต่อญาติ หากมีก็จะนำส่งญาติ แต่ถ้าไม่มีก็จะคัดกรองและส่งไปอยู่สถานสงเคราะห์ต่อไป
 
              หากใครอยากประสานขอความช่วยเหลือในเรื่องของการแจ้งพบผู้ป่วยเร่ร่อน หรืออยากจะมาเป็นอาสาสมัครที่จะมีการจัดกิจกรรมอาสาเพื่อช่วยเหลืองานในสังคม สามารถเข้าไปติดตามรายละเอียดได้ที่ http://www.facebook.com/HumanOnStreet


........

(หมายเหตุ : 'คนป่วยจิต'ข้างถนนเร่งเยียวยา..ก่อนสาย : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ)