ข่าว

เจอ'โจรใต้'ตัวจริงอยู่ที่เรือนจำนครศรีฯ

เจอ'โจรใต้'ตัวจริงอยู่ที่เรือนจำนครศรีฯ

24 ส.ค. 2555

เราเจอ'โจรใต้'ตัวจริงอยู่ที่เรือนจำนครศรีธรรมราช: ต่อปากต่อคำ โดยดร.อมร วาณิชวิวัฒน์ [email protected]/@DoctorAmorn

              จากข่าวล่าสุดที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ปปส. ยกกำลังตรวจค้นจับกุมอดีตผู้คุมเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช กระทั่งสามารถระบุได้ถึงการใช้ “เงินสด” ในการซื้อทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลทั้งบ้านพร้อมที่ดิน รถยนต์ และทรัพย์สินอื่นๆ มูลค่ามากกว่า 50 ล้านบาท และคาดว่าเมื่อรวบได้ยกแก๊งมูลค่าทรัพย์สินน่าจะเกินกว่า 300 ล้านบาทขึ้นไป
 
              ถือเป็นเรื่องน่าชมเชยการทำงานให้คนไทยได้ดีใจว่า ข้าราชการของเราไม่นิ่งดูดาย ในขณะที่เรื่อง “การรุกป่า ทรัพยากรของชาติ” กำลังถูกลืม และดูเหมือน “อธิบดีเอี้ยง” ที่ผมออกแรงเชียร์อย่างจริงใจ ดูเพลาๆ มือ และไม่ค่อยออกตัวแรง หลังได้ยินคลิปเสียงนักการเมืองและมีข่าวการโยกย้ายข้าราชการชั้นล่างๆ ในสังกัด ทำให้ระหว่างรอดูท่าที “อธิบดีตงฉิน (ในความเห็นของผม)” ว่าจะทวนกระแสหรือต้องกลั้นใจตามกระแสในที่สุด จึงควรสรรหาเรื่องกระตุ้นคนไทยให้เกลียดชังการฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างต่อเนื่องต่อไปด้วยเรื่องของ “โจรในเครื่องแบบ” ซึ่งแฝงตัวหากินกับนักโทษในเรือนจำ
 
              ซึ่งในข้อมูลเชิงลึกเท่าที่เคยพูดคุยกับนักวิชาการบางคนของกรมราชทัณฑ์ เขายอมรับกับผมตรงๆ ว่าเป็น “ความจริง” และไม่ควรต้องปฏิเสธเมื่อเห็นผลงานการจับกุมของ ปปส. ร่วมมือกับตำรวจในท้องที่เช่นนี้ แต่สิ่งที่เขาบอกกับผมเพิ่มเติมและน่าเป็นห่วงยิ่งกว่า คือการแทรกแซงจากฝ่ายบริหารและการเมือง ซึ่งไม่ระบุตัวว่าเป็นใคร ทั้งข่มขู่กดดันและพยายามจะสร้างขุมข่ายอำนาจเพื่อแสวงประโยชน์จาก “ทุรชน” ซึ่งการเข้าคุกตะรางของคนพวกนี้ ไม่มีอะไรแตกต่างจากการอยู่นอกคุก แถมเคยมีคำร่ำลือกันขนาดว่า “เจ้าพ่อมาเฟียบางคน” อยู่ในคุกยังทำเมียนอกคุกท้องได้อย่างไม่น่าเชื่อ
 
              ปัญหาการ “คอรัปชั่น” เบียดบังทรัพย์สินเงินทองของคนในชาติจากพวกกากเดนมนุษย์เหล่านี้เป็นเรื่อง “ท้าทายความจริงใจ” ในการแก้ปัญหาของรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง หากรัฐบาลคิดว่า “รวยแล้ว พอแล้ว” ตั้งใจจะทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองไม่หวังสิ่งใดทั้งในทางลับและทางสว่าง ก็น่าจะอาศัย “นาทีทองของการได้อยู่ในอำนาจวันนี้” ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติและสังคมไทยได้อย่างมหาศาล
 
              กลไกการใช้มนุษย์ ในการควบคุมนักโทษในเรือนจำเป็นเรื่องล้าสมัยในหลายประเทศ เพราะรู้กันดีว่า “กิเลสตัณหาความอยากได้อยากมี” ของมนุษย์เป็นเรื่องยากเยียวยา ไม่ต่างกับแนวคิดทฤษฎีความเชื่อว่าหากไม่ควบคุมถือปฏักคอยหวดคอยฟาดให้อยู่ในแถวมนุษย์จะมีแนวโน้มฉ้อฉลแสวงประโยชน์ให้แก่ตนเองเป็นนิจ (ทฤษฎีเอ็กซ์ของ Douglas McGregor)
 
              วันนี้หลายประเทศพึ่งพาสมองกล (คอมพิวเตอร์) ในการควบคุมสั่งการการบริหารจัดการเรือนจำ ไม่ต้องถึงกับแปรรูป (Privatisation) เขาใช้คนน้อยมากในการควบคุมนักโทษ บางแห่งก้าวหน้าขนาดให้ภาคเอกชนเข้ามารับงานในหลายๆ ส่วน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการเรื่องบางเรื่องเช่นอาหารการกิน การขนย้ายนักโทษ แต่หน่วยราชการเองก็ยังพูดซ้ำๆ ในเรื่องเดิมๆ ว่า กฎหมายไม่ให้อำนาจ ถ้าเป็นเช่นนั้นทำไมจึงไม่หาข้อยุติแก้ไขปรับปรุงกฎหมายหรือเสนอแนะแนวทางการทำงานซึ่งสามารถรองรับการแก้ปัญหาฟอนเฟะเรื้อรังเหล่านี้ให้ได้ ซึ่งน่าจะดีกว่าการบ่นดังๆ แต่ไม่ทำอะไรกันเลย หรือเกรงจะเสียประโยชน์โภคผลเพราะทราบจากข้าราชการคนเดียวกันนั้นว่า คนภายในรับเหมาประกอบธุรกิจวนเวียนกันอยู่ในวงศ์วานว่านเครือไม่ยอมให้เม็ดเงินกระเด็นออกนอกคุกกันเป็นประเพณีปฏิบัติมาช้านาน
 
              การระดมกำลังจับกุมบุคคลในเครือข่ายการทุจริตในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชในครั้งนี้อาจเป็นเพียง “ปลาเล็ก” ซึ่งยังคาดหวังความตั้งใจและความพยายามในการโค่นอำนาจเครือข่ายกลุ่มมิจฉาชีพในเครื่องแบบเหล่านี้ให้หมดไปแบบขุดรากถอนโคน เพราะเชื่อว่ากลุ่มบุคคลเบื้องหลังความเลวร้ายในครั้งนี้ยังมีบุคคลเหนือขึ้นไปอีกหลายชั้นทั้งในราชการนอกราชการ รวมทั้งอาจนำไปสู่ข่าวดีของการจับกุมบุคคลผู้อยู่เบื้องหลังหรือ “ลงขัน” สั่งฆ่าผู้คุมเรือนจำ ซึ่งไปขวางทางทำมาหากินในทางมิชอบของคนเหล่านี้ได้ในเร็ววันนี้