ข่าว

อย่าลุแก่อำนาจ

อย่าลุแก่อำนาจ

24 ส.ค. 2555

อย่าลุแก่อำนาจ : เลียบค่าย โดยช้างพลาย

            การเสียชีวิตของ "ฐิตาภา วงษ์วิไล" อายุ 17 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 แผนกเลขานุการของวิทยาลัยอาชีวศึกษาสงขลา เสียชีวิตเพราะถูกคนร้ายนั่งอยู่บนรถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ ใช้อาวุธปืนสงครามเอ็ม 16 กราดใส่หลายนัดจากด้านหลัง
 
              เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น "รัตติกาญจน์ ด้ามทอง" อายุ 18 ปี เพื่อนนักศึกษาถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 คน
 
              เหตุเกิดผ่านมาแล้ว 1 เดือน 3 วัน คดีนี้ยังคงเป็นปริศนา ??
 
              เบาะแสจากพยานปากสำคัญให้ข้อมูลว่าเห็นเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนสงครามไล่ยิงกลุ่มรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่ลักษณะแข่งกันบริเวณห้าแยกเกาะยอ ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา
 
              ข้อมูลนี้ทำให้ญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจ !!
 
              ตรงกันข้าม "พ.ต.อ.สุมิตร ศรีนวล" ผกก.สภ.เมืองสงขลา ปฏิเสธว่าในห้วงเวลาเกิดเหตุไม่มีการตั้งด่านหรือจัดตำรวจไล่รถจักรยานยนต์ที่ขับประลองความเร็วแข่งขันกัน แล้วขอให้ความเป็นธรรมต่อตำรวจ
 
              หากตำรวจไม่ใช่คนร้ายแล้ว "ใคร" อาชีพใดคือคนร้ายตัวจริง ??
 
              ผลการตรวจพิสูจน์หัวกระสุนปืนยืนยันแน่ชัดว่าเป็นลูกกระสุนของอาวุธปืนเอ็ม 16 ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวผู้ที่ครอบครองมีเพียงแค่ ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เท่านั้น
 
              อีกทั้งน่าขบคิดว่าการปราบปรามรถจักรยานยนต์ก่อความเดือดร้อนรำคาญ ถึงกับต้องใช้อาวุธปืนสงครามเข้าปราบปรามหยุดยั้งการกระทำ
 
              "พวกกวนเมือง" รอดชีวิตแต่ "ผู้บริสุทธิ์" ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ตกเป็นเหยื่อไม่รู้เนื้อรู้ตัว หัวอกผู้เป็นพ่อแม่ญาติพี่น้องใจแทบสลาย
 
              พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ต.สุวิทย์ เชิญศิริ ผบก.ภ.จว.สงขลา ควรเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดยเฉพาะ "ครอบครัวเหยื่อ"
 
              ประเด็นสำคัญหากคดีนี้ไม่มีความคืบหน้า ญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมถึงกลุ่มเพื่อนนักศึกษาจะรวมตัวประท้วงขอความเป็นธรรม
 
              หวังไว้เพียงว่า "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" อย่าปล่อยให้พฤติกรรมลุแก่อำนาจของ "คนในเครื่องแบบ" บางนายบางหน่วยงานเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่เหนือกฎหมายบ้านเมืองแล้วควรนำ "คนร้ายตัวจริง" ลงโทษตามกฎหมายโดยเร็วอย่าปล่อยให้เรื่องฉาวเงียบหาย