
ไวรัส'เวสต์ ไนล์'ระบาดครั้งใหญ่ในสหรัฐ
เชื้อไวรัส 'เวสต์ ไนล์' ที่มียุงเป็นพาหะ กำลังระบาดลุกลามครั้งใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 42 ราย
23 ส.ค.55 ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคระบาดหรือ CDC ของสหรัฐ เปิดเผยว่า จนถึงเมื่อวันอังคาร มีผู้ติดเชื้อไวรัส เวสต์ ไนล์ รวม 1,118 คน ซึ่งในจำนวนนี้เสียชีวิตไปแล้ว 41 คน แต่มีรายงานในเวลาต่อมาว่ามีผู้เสียชีวิตรายที่ 42 ในรัฐอาร์คันซอส์ จนถึงขณะนี้มีการระบาดของไวรัสชนิดนี้รวม 47 รัฐทั่วประเทศแล้ว โดยรัฐเท็กซัสมีผู้ติดเชื้อมากที่สุด 586 คนและเสียชีวิต 21 คน นอกจากนี้ยังมีผู้ติดเชื้อสูงมากในรัฐมิสซิสซิปปี้ หลุยเซียน่า เซาท์ดาโกต้า และโอกลาโฮม่า
โดยปกติแล้วจำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มสูงสุดช่วงเดือน ส.ค.และก.ย. แต่ปีนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงที่สุดนับตั้งแต่พบการระบาดครั้งแรกในสหรัฐเมื่อปี 2542 และยังไม่รู้ว่าตลอดปีนี้จะเพิ่มสูงขึ้นเป็นจำนวนเท่าใด เฉพาะเกือบ 8 เดือนแรกของปีนี้มีผู้ติดเชื้อสูงกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดในปีที่แล้วถึง 55%
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ เตือนให้ประชาชน โดยเฉพาะที่มีอายุ 50 ปี ขึ้นไป และคนที่มีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง ป้องกันตัวเองและครอบครัวให้พ้นจากความเสี่ยงต่อการถูกยุงกัด อีกทั้งแนะนำให้ทำลายแหล่งน้ำขังเพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และมีรายงานว่า เมืองดัลสัสเริ่มปฏิบัติการกำจัดยุงเป็นครั้งที่สอง โดยส่งเครื่องบินขนาดเล็กไปฉีดพ่นสเปรย์ฆ่ายุงในพื้นที่ที่พบผู้ป่วย
และผู้เสียชีวิต
โดยปกติแล้วมีผู้ติดเชื้อเพียงเกือบ 20% ที่จะแสดงอาการป่วย ซึ่งจะมีอาการตั้งแต่ มีไข้ ปวดศีรษะ กล้ามเนื้ออ่อนแรง คลื่นไส้อาเจียน และอาจนำไปสู่อาการต่อมน้ำเหลืองโต มีผื่นบริเวณไหล่ หลัง หรือท้อง หรือถึงขั้นโคม่าและเป็นอัมพาตได้ ผู้ป่วยอาจมีอาการเพียง 2-3 วันหรือไม่กี่สัปดาห์ และผู้ที่มีอาการเล็กน้อย สามารถหายเองได้
ส่วนสาเหตุที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากในปีนี้อาจเป็นเพราะสภาพอากาศที่อบอุ่นกว่าปกติในช่วงฤดูหนาว ฝนตกหนักในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และอากาศที่ร้อนกว่าปกติในฤดูร้อน ทำให้ประชากรยุงเพิ่มสูงขึ้น และส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมีการตัดงบประมาณทำให้บางหน่วยงานลดการเฝ้าระวังและลดการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องโรคระบาดแก่ประชาชน



