
ล้วนเรื่องจัดฉากทั้งสิ้น
การที่ผู้นำทหารพม่ายอมให้นักการทูตประมาณ 30 คน และนักข่าวประมาณ 10 คน เข้าไปนั่งฟังการไต่สวนขึ้นศาล ที่มี นางออง ซาน ซู จี เป็นจำเลยนั้น เป็นการจัดฉากแน่นอนชัดเจน
เพราะว่ากระบวนการไต่สวนก็ดี กระบวนการยุติธรรมทั้งสิ้นทั้งปวงของรัฐบาลทหารพม่าปัจจุบันนั้น รายงานตรงต่อเผด็จการทหาร นายพลตัน ส่วย คนเดียวเท่านั้น
ฉะนั้นไม่ว่าฉากข้างหน้าจะจัดอย่างไรก็ตาม ก็ไม่สามารถ เชื่อได้ว่าออง ซาน ซู จี จะได้รับความยุติธรรมจากข้อหานี้ เพราะว่าเริ่มต้นข้อหานี้ก็เป็นเรื่องเพี้ยนแล้ว
เพราะว่าฝรั่งอเมริกันคนนี้ที่ชื่อ จอห์นวิลเลียม เยทฮอล ที่ถูกจับในข้อหาว่ายน้ำเข้าไปที่บ้านออง ซานซู จี กลางนครย่างกุ้งอยู่ที่นั่นถึง 3 วัน แล้วถูกจับตอนที่ว่ายน้ำออกมานั้น เป็นเรื่องที่ไม่มีใครเชื่อว่า หน่วยรักษาความปลอดภัยรัฐบาลทหารพม่า จะไม่รู้ล่วงหน้ามาก่อน หรือว่าเมื่อรู้แล้วจะไม่สามารถจับตัวมาตั้งข้อหาก่อน
แต่ปล่อยให้อเมริกันคนนี้อยู่ถึง 3 วันแล้วจึงจะจับนั้น เป็นเรื่องที่ชัดเจนว่าเป็นการเขียนสคริปต์ขึ้นมาล่วงหน้าแล้วทั้งสิ้น
ฉะนั้น ไม่ว่าจะทำให้ชาวโลกหลงเชื่อด้วยการเชิญนักการทูต และนักหนังสือพิมพ์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นนักข่าวจากสื่อของรัฐบาลทหารพม่าเองไปนั่งฟัง ไม่สามารถที่จะทำให้ชาวโลกเห็นว่ารัฐบาลทหารพม่ากำลังจะให้ความเป็นธรรมต่อออง ซาน ซู จี
ออง ซาน ซู จีแสดงสีหน้าท่าทางปกติเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ที่มีโอกาสได้พบทูต 3 คน ทูตรัสเซีย ทูตสิงคโปร์และทูตไทย เพราะว่าทั้ง 3 คน มีฐานะที่แตกต่าง แต่ว่าเป็นผู้นำในแต่ละด้าน ทูตรัสเซียนั้นมาในฐานะที่ปีนี้รัสเซียเป็นประธานยูเอ็นซีเคียวริตี้คอนซิล หรือสภาความมั่นคงของสหประชาชาติ สิงคโปร์นั้นปีนี้เป็นปีที่ทูตของเขาเป็นผู้อาวุโสที่สุดในบรรดาทูตประจำพม่า และทูตไทยในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียนปีนี้ ฉะนั้นจึงไม่มีอะไรแปลกพิสดารไปกว่าเรื่องปกติ
และออง ซาน ซู จี ก็พูดชัดเจนว่าขอโทษที่ไม่อาจจะเจอท่านทูตแต่ละคนเดี่ยวๆ ได้ ต้องเจอกันเป็นกลุ่มอย่างนี้ เพราะสถานการณ์ยังไม่เอื้ออำนวย หวังว่าอนาคตเมื่อบรรยากาศดีกว่านี้ จะได้พูดจากันอย่างชัดเจน
ก็แปลว่า ออง ซาน ซู จี ส่งสารมาว่า ยังมีหลายเรื่องที่ไม่สามารถพูดในที่สาธารณะได้ แปลว่าความเป็นธรรมอย่างห่างไกลนัก
สุทธิชัย หยุ่น



