
พยานในรถที่ลูกชาดาถูกยิงเตรียมให้ปากคำตร.
"พล.ต.ท.ภาณุ" ผบช.ภ.3 ยังเชื่อเป็นเรื่องการขับรถปาดหน้า ไม่ใช่มือปืน พยาน 3 ปากสำคัญในรถเตรียมเข้าให้ปากคำ พร้อมตั้งค่าหัวมือยิงลูก สส.ชาดา 5 หมื่นบาท
วันที่ 23 ส.ค.55 พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวว่า คดีสังหาร นายฟารุต ไทยเศรษฐ์ ลูกชายของ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้เร่งดำเนินการสืบสวนอย่างเต็มที่ โดยส่งทีมลงเก็บข้อมูลเพิ่มเติมตามหมู่บ้าน ส่วนตัวยังให้น้ำหนักในประเด็นเรื่องการขับรถปาดหน้า เนื่องจากลักษณะการก่อเหตุคนร้ายไม่น่าจะเป็นมือปืน เพราะมือปืนส่วนใหญ่น่าจะใช้กระสุนลูกยาวประเภทปืนอาก้ามากกว่า และก็ต้องมาหลายคนรวมทั้งลักษณะการยิงเหมือนมีเรื่องธรรมดา เนื่องจากยิงทางด้านข้างรถแทนที่จะยิงด้านหน้าที่เห็นเป้าหมายและหวังผลได้มากกว่า ส่วนกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี สงสัยปมสังหารว่า เป็นเรื่องการเมืองนั้น ทางตำรวจก็ยังไม่ได้ตัดประเด็นดังกล่าวทิ้งเพียงแต่ให้น้ำหนักประเด็นแรก มีน้ำหนักมากกว่า
ทั้งนี้พยานอีก 3 คนที่อยู่ในรถ ซึ่งเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ยังไม่ได้เข้ามาให้ปากคำเจ้าหน้าที่ซึ่งที่จริงต้องรีบมาให้การแต่ทราบว่าจะเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ในวันที่ 23 ส.ค.นี้ ส่วนประเด็นที่ว่า คนร้ายเป็นคนในพื้นที่ก็มีความน่าสนใจ จึงให้ตำรวจในพื้นที่ พยายามตระเวนดูรถตามหมู่บ้าน เพื่อหารถต้องสงสัยที่ก่อเหตุด้วย
ตร.โคราชตั้งค่าหัวมือยิงลูก สส.ชาดา 5 หมื่นบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงรถยนต์โตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ สีดำ ทะเบียนป้ายแดง อ - 5726 กรุงเทพฯ ของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเหตุเกิดที่บริเวณบ้านคลองเดื่อ หมู่ 6 ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จนเป็นเหตุให้นายฟารุต ไทยเศรษฐ์ อายุ 25 ปี บุตรชายของนายชาดาซึ่งเป็นคนขับรถเสียชีวิต เมื่อคืนวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น
พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำพยานแล้วประมาณ 10 คน แต่ก็ยังไม่ได้ความชัดเจนมากนัก ซึ่งวันนี้ได้นัดพยานสำคัญที่เป็นเพื่อนของนายฟารุต ซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าติดกัน น่าจะเห็นเหตุการณ์ได้ชัดเจนที่สุด ว่าเป็นรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นสตราดา จริงหรือไม่ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการหาตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีได้เป็นอย่างดี
ในช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. วันเดียวกันทาง พล.ต.ท.จรัญพร สุระมณี ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพิสูจน์หลักฐาน ก็จะเดินทางมาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ และรถยนต์ที่เกิดเหตุ เพื่อหาความคืบหน้าของคดีที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งน่าจะได้ความกระจ่างเพิ่มขึ้น
ส่วนคนร้ายนั้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ตีวงแคบมา จากประเด็นพวกนักล่าสัตว์ เนื่องจากรถยนต์คันก่อเหตุมีการติดตั้งไฟสปอตไลน์ด้านหลัง ซึ่งมีอยู่ไม่มาก ส่วนกรณีที่ สส.ชาดา ไทยเศรษฐ์ บิดาของผู้ตายตั้งข้อสันนิษฐานว่า อาจจะเป็นกลุ่มที่มีความขัดแยงกับตัวเอง หรือคู่กรณีเก่า ตามมาสังหารนั้น ตนก็ยังไม่ทิ้งประเด็นนี้ ซึ่ง สส.ชาดา ก็มีสิทธิ์คิดได้เช่นกัน แต่เท่าที่หลักฐาน และพยานขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังให้น้ำหนักกับเหตุเฉพาะหน้ามากกว่า
"ในส่วนที่ สส.ชาดา บอกว่า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ ก็จะส่งทีมของตัวเองลงพื้นที่ตามหาตัวคนร้ายเองนั้น ตนคิดว่าคงไม่ต้องถึงขนาดนั้น เพราะตนเชื่อในศักยภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ภาค 3 และไม่รู้สึกกดดันที่ สส.ชาดา ออกมาพูดเช่นนี้ แต่ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานกันบ้าง" พล.ต.ท.ภาณุฯ กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.องอาจ ผิวเรืองนนท์ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กำลังเร่งคลี่คลายคดีนี้เต็มที่ โดยได้กระจายทีมลงพื้นที่หาเบาะแสรถยนต์คนร้าย เพื่อสาวไปถึงตัวมือสังหารให้ได้โดยเร็ว และทางตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ขอประกาศให้ประชาชนทราบทั่วกันว่า หากผู้ใดพบเบาะแสคนร้าย ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมจะจ่ายเงินให้ผู้แจ้งเบาะแสทันที 5 หมื่นบาท
ทางด้าน พ.ต.อ.วชิรวิชญ์ กฤษณ์ฤทธิศักย์ รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้กำลังกระจายชุดสืบสวน โดยการสอบสวนจากบุคคลในพื้นที่ก่อนเพราะเป็นการสืบจากวงแคบและง่ายต่อการสืบสวนหาตัวคนร้าย และเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งทำการสืบสวนหาข่าวในวงกว้าง ซึ่งผลการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่าคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุนั้นมีไม่ต่ำกว่า 2 คน และคนร้ายที่ลงมือยิงทราบว่าเป็นคนขับ เนื่องจากกระสุนปืนที่ยิงเข้าใส่รถที่ลูกชาย สส.ชาดาขับนั้น เป็นลูกกระสุนปืนชนิด 9 มม. จำนวน 2 นัด และการยิงถือว่าคนร้ายมีความเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธปืน ส่วนกรณีที่มีคนมีสีเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งยังไม่ตัดทุกประเด็นที่ทำการสอบสวนมา



