ข่าว

'อุตุฯ'ฟันธงปลายนี้เผชิญภัยแล้งแน่

'อุตุฯ'ฟันธงปลายนี้เผชิญภัยแล้งแน่

22 ส.ค. 2555

รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาฟันธงปลายนี้เผชิญภัยแล้งแน่ "ปลอด" ยัน “ไม่แล้ง” เดินเครื่องระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์ ผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมขังในจังหวัดภูเก็ต ส่งผลทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ทำผู้โดยสารเดินทางขึ้นเครื่องไม่ทัน เที่ยวบินการบินไทยต้องดีเลย์

              22ส.ค.2555 นายสมชาย ใบม่วง รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา  กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.ภูเก็ตว่า เกิดจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พาดผ่านทางภาคใต้ทั้งซีกตะวันตก และตะวันออก ส่งผลให้มีฝนตกหนักเฉลี่ยมากกว่าวันละ 120 มิลลิเมตรต่อวัน  จนเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งไม่ถือเป็นเรื่องผิดปกติแต่อย่างใด โดยหลังจากนี้ภาวะน้ำท่วมก็จะคลี่คลายลง  เนื่องจากภาคใต้สามารถระบายน้ำลงทะเลได้เร็วกว่าพื้นที่ภาคอื่นๆ ขณะที่ในระยะ 1-2 วันข้างหน้านี้ร่องมรสุมจะเลื่อนจากประเทศจีนลงมาพาดผ่านประเทศไทยและจะส่งผลใหเกือบทุกภาคมีฝนตกลงมา โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่กำลังประสบภาวะขาดแคลนน้ำสถานการณ์ก็น่าจะดีขึ้น รวมทั้งภาคตะวันออก และภาคกลาง  ซึ่งร่องฝนจะขยับลงมาเรื่อยๆ

              เมื่อถามว่าในปีนี้ประเทศไทยจะเจอวิกฤติภัยแล้งหนักหรือไม่ นายสมชาย  กล่าวว่า ค่อนข้างน่าเป็นห่วงว่าหลังจากเดือนต.ค.นี้จนถึงฤดูแล้งปี 2555 ประเทศไทยจะเผชิญกับภาวะภัยแล้ง และน้ำจะไม่เพียงพอสำหรับการทำการเกษตรในภาคกลาง  เนื่องจากตั้งแต่ช่วงต้นปี ที่ผ่านมาเรามีการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ โดยการพร่องน้ำออกจากเขื่อนขนาดใหญ่ คือเขื่อนภูมิพล และสิริกิตต์ เพื่อรองรับภาวะอุทกภัย แต่ปรากฎว่าฝนที่เริ่มตกลงมาบ้างในช่วง 1-2 เดือนในเขตภาคเหนือ กลับไม่ได้เพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ เพราะส่วนใหญ่เป็นการตกท้ายเขื่อน ขณะที่อิทธิพลของปรากฎการณ์อุณหภูมิของผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกที่อุ่นกว่าปกติ และส่งผลให้เกิดตั้งแต่เดือน ส.ค.นี้เป็นต้นไปประเทศไทยจะๆได้รับอิทธิพลของเอลนิโญ่ หรือปีที่มีฝนน้อย
  
              “ขณะนี้ยังเหลือเวลาอีก 2 เดือนที่จะรอดูว่าช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูฝนปีนี้จะมีฝนจากร่องมรสุม บวกกับพายุประเมินว่าอาจจะเข้ามาในช่วงเดือนก.ย.-ต.ค.นี้อย่างน้อย 1-2 ลูกว่าจะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนต่างๆได้มากน้อยหรือไม่ เพราะถ้าไม่มีปลายปีจนถึงฤดูแล้งปีหน้าเราจะมีปัญหาขาดแคลนน้ำในเกือบทุกพื้นที่ ซึงเรื่องนี้กรมอุตุนิยมวิทยา ได้เสนอต่อหน่วยงานทีเกี่ยวข้อง และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนเพื่อรองรับสถานการณ์แล้งไว้แล้ว” นายสมชาย ระบุ


ปลอดยัน“ไม่แล้ง”เดินเครื่องระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์


              นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เปิดเผยว่า หากดูจากสถานการณ์น้ำ ณ ปัจจุบัน ปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ ทั้ง 2 เขื่อน ยังอยู่ที่ 50% รับน้ำได้ 1.2 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร แก้มลิง อีก 1.7 ล้านไร่ รับน้ำได้ 5 พันลูกบาศก์เมตร สถานการณ์น้ำยังอยู่ภายใต้การบริหารจัดการ ไม่อยู่ในสถาณการณ์ภัยแล้งอย่างที่เข้าใจ

              “ปริมาณน้ำปีนี้น้อยกว่าปีที่ผ่านมา แต่ยังมากกว่าค่าเฉลี่ย ถ้าไม่มีการบริหารอาจจะได้เห็นน้ำท่วม แต่ตอนนี้ทุกคนสบายใจได้ น้ำไม่ท่วมแน่” นายปลอดประสพกล่าวและว่า
 
              ปริมาณฝนที่ตกน้อยทางภาคเหนือและภาคอีสาน และฝนที่ตกมากทางภาคตะวันตกของประเทศ เนื่องจากอิทธิพลของลมตะวันเฉียงใต้มีความแรง และพัดอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฝนตกบริเวณเทือกเขาตะนาวศรีค่อนข้างมาก ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนเขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนจุฬาลงกรณ์ที่มีน้ำเต็ม

              อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค. เป็นต้นไป จะมีการปรับระดับการปล่อยน้ำออกจากเขื่อนวชิราลงกรณ์ วันละ 40 ล้าน ลบ.ม. จากเดิม 7-8 ล้าน ลบ.ม. เพื่อให้น้ำไหลไปตามแม่น้ำแควน้อย โดยได้แจ้งให้รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย แจ้งกับทางจังหวัดให้ระวังระดับน้ำที่แรงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจแพท่องเที่ยว ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

              นายปลอดประสพย้ำว่า ขณะที่สถานการณ์พายุฝนก็ไม่น่าเป็นกังวล เนื่องจากร่องความกดอากาศต่ำ ซึ่งพัดผ่านประเทศไทยในปีที่ผ่านมา ขณะนี้ยังอยู่ที่ประเทศพม่า ทำให้ปริมาณฝนน้อยกว่าปีผ่านมาแน่ โดยเฉพาะทางภาคเหนือ และภาคอีสาน โดยรองความกดอากาศต่ำดังกล่าว จะถูกลมเหนือที่พัดผ่านภาคเหนือและตอนกลางของประเทศไปตกหนักที่ภาคใต้ ซึ่งขณะนี้ภาคใต้ตอนกลางเกิดสถานการณ์แล้งให้เห็นอย่างชัดเจน เนื่องจากฝนตกที่ระนอง ภูเก็ต กระบี่ ทำให้สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราชมีน้ำน้อย จนเกิดปัญหาไฟไหม้ป่าพรุ
 
 
กรมชลฯปรับแผนบริหารน้ำรับมือภัยแล้งภาคอีสาน


              ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งส่วนใหญ่ยังคงมีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อย แม้จะเข้าสู่ช่วงกลางฤดูฝนแล้วก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนห้วยหลวง จ.อุดรธานีมีปริมาณน้ำ 31 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 23 ของความจุอ่างและสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 100 ล้านลูกบาศ์กเมตร โดยเขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร มีปริมาณน้ำ 281 ล้านลูกบาศ์กเมตรหรือคิดเป็นร้อยละ 54 ของความจุอ่าง ฯ รองรับน้ำได้อีกกว่า 200 ล้านลูกบาศ์กเมตร เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาณน้ำ 448 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือคิดเป็นร้อยละ23ของความจุอ่างสามารถรองรับน้ำได้อีกกกว่า 1,500 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา มีปริมาณน้ำ 96 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือคิดเป็นร้อยละ 31 ของความจุอ่าง สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 200 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนลำพระเพลิง จ.นครราชสีมามีปริมาณน้ำ 15 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือคิดเป็นร้อยละ 14 ล้านของความจุอ่าง สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 90 ล้านลูกบาศก์เมตร

              เขื่อนมูลบน จ.นครราชสีมา มีปริมาณ 38 ล้านลูกบาศก์เมมตรหรือคิดเป็นร้อยละ  27 ของความจุอ่าง สามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 100 ล้านลูกบาศก์เมตรและเขื่อนนางรอง จ.บุรีรัมย์มีปริมาณน้ำ 56 ล้านลูกบาศก์เมตรหรือคิดเป็นร้อนละ 46 ของความจุอ่าง สามารถรอรงรับน้ำได้อีกกว่า 60 ล้านลูกบาศก์เมตร แนวโน้มสถานการณ์น้ำในเขื่อนหลายแห่งในพื้นที่ภาคอีสาน ปริมาณน้ำยังคงอยู่ในเกณฑ์น้อยเนื่องจากมีปริมาณน้ำไหลลงอ่าง ฯ ค่อนข้างน้อยมาก

              สำหรับสถานการณ์ลุ่มน้ำชี จากการติดตามสภาวะฝนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ย่างเข้าสู่ฤดูฝนเดือนพฤกษภาคมเป็นต้นมา พบว่าในเขตพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง ที่ประกอบไปด้วย ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์และร้อยเอ็ด มีฝนตกลดน้อยลงตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยมีฝนสะสมประมาณ 70-100 มิลลิเมตรต่อเดือนเท่านั้นและยังมีแนวโน้มว่าฝนจะตกน้อยลงอย่างต่อเนื่องด้วย ส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำในพื้นที่การเกษตรทั้งในและนอกเขตพื้นที่ชลประทาน เนื่องจากเกษตรกรได้ทำการปลูกข้าวไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤกษภาคมที่ผ่านมา คิดเป็นพื้นที่นาข้าวที่ปลูกมากกว่า 1,093,000 ไร่ และเมื่อรวมกับพื้นที่เพาะปลูกพืชอื่น ฯ บ่อกุ้ง-บ่อปลา และพื้นที่ภาคเกษตรที่ใช้น้ำจากสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าอีกกว่า 826,000 ไร่ แล้วจะมีพื้นที่รวมกันมากเกือบ 2 ล้านไร่ ในขณะที่สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งต้นทุนน้ำในภูมิภาคมีปริมาณน้ำเฉลี่ยเพียงร้อยละ 25 ของความจุเท่านั้น

              จากสถานการณ์ดังกล่าว กรมชลประทาน โดยสำนักชลประทานที่ 6 ได้วางแนวทางในการบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อลดความรุนแรงจากปัญหาการขาดแคลนน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยจะต้องมีการหมุนเวียนการใช้น้ำในระบบชลประทาน เพื่อลดผลกระทบจากการมีน้ำต้นทุนที่จำกัด และจะต้องมีการหมุนเวียนการใช้น้ำในระบบชลประทาน เพื่อลดผลกระทบจากการมีน้ำต้นทุนที่จำกัด และจะต้องสูบน้ำจากทางน้ำเสริมให้กับพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำหรือสูบน้ำจากทางระบายน้ำ เพื่อนำน้ำกลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งจนถึงขณะนี้ได้ส่งเครื่องสูบน้ำเข้าไปช่วยเหลือพื้นที่ต่าง ๆ แล้ว จำนวน 35 เครื่องคิดเป็นพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์กว่า 10,000 ไร่ ทั้งนี้กรมชลประทานขอความร่วมมือจากเกษตรในพื้นที่เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำให้ใช้น้ำอย่างประหยัดและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด


นครราชสีมาแล้งจัดพริกขามทะเลแแสงตายหลายพันไร่

              จากภาวะฝนทิ้งช่วงจนเกิดสภาพพื้นที่แห้งแล้งทั่วทุกจังหวัดของภาคอีสาน เดือดร้อนไปทั่ว รวมทั้งเกษตรกรผู้ปลูกพริกในพื้นที่อำเภอขามสะแกแสงซึ่งถือเป็นแหล่งผลิตพริกที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดนครราชสีมา  ขณะนี้กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากภาวะฝนทิ้งช่วงมานานเกือบ 3 เดือน ส่งผลให้ต้นพริกที่กำลังให้ผลิตหลายร้อยไร่ของตำบลหนองหัวฟาน เริ่มแห้งเฉา ไม่เว้นแม้แต่พืชชนิดอื่นที่ปลูกแซมอยู่ในแปลงพริก เนื่องจากขาดน้ำประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงนี้ยังส่งผลให้ผลของพริกเริ่มไหม้เกรียมแดดบ้างแล้ว
 
              นายสุรศักดิ์ สิทธิไชย เกษตรอำเภอขามสะแกแสง ประเมินว่าหากยังไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่ภายในเดือนนี้พอที่จะสร้างความชุ่มชื่นให้แก่ต้นพริกที่กำลังออกผลผลิตก็จะทำให้พริกของเกษตรกรทั้งหมดที่มีอยู่กว่า 6,000 ไร่ เสียหายไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ซึ่งอาจจะทำให้ปีนี้ผลผลิตพริกของอำเภอขามสะแกแสงจะต้องหาไปจากท้องตลาดเกือบ 5 พันตัน
  
              จากรายงานของสำนักงานเกษตรอำเภอจากทั้ง 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมา มีผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหายจากภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนานกว่าปกติแล้วหลายชนิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าวนาปีนอกเขตชลประทานที่กำลังขาดน้ำยืนต้นตายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะที่อำเภอโนนสูงซึ่งถือเป็นแหล่งผลิตข้าวนาปีที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่เสี่ยงจะได้รับความเสียหายจากภัยแล้งมากกว่า 1 แสนไร่ ซึ่งขณะนี้ทุกอำเภอได้ประสานขอความช่วยเหลือไปยังศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดนครราชสีมา เร่งทำฝนหลวงมานานเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว แต่ปรากฏว่ายังไม่ได้ผลเท่าที่ควร


“เทพไท”จวกรัฐเมินเเก้ปัญหาภัยเเล้ง

              นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลมัวแต่หมกมุ่นกับเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ซึ่งส่วนใหญ่มีโครงการเมกะโปรเจกต์มูลค่ามหาศาลใช่หรือไม่ จึงไม่สนใจปัญหาภัยแล้งที่มีปัญหาอยู่ทั้งภาคใต้และภาคอีสานล่าสุดพื้นที่ภัยแล้งในภาคใต้ อาทิ จ.สงขลา และนครศรีธรรมราชนั้น รัฐบาลก็ปล่อยปะละเลย ไร้มาตรการใด ๆ ที่จะออกมาช่วยเหลือและเยียวยา และในที่สุดก็เกิดปัญหาป่าพรุควนเคร็ง ซึ่งไม่เห็นมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงไปในพื้นที่ ได้แต่เพียงปล่อยข่าวว่ามีนักการเมืองในพื้นที่อยู่เบื้องหลังเหตุไฟไหม้ป่าครั้งนี้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่มีความชำนาญในการเผา หากจะหาผู้เชี่ยวชาญด้านการเผาคงจะต้องไปหาที่พรรคเพื่อไทย


น้ำท่วมภูเก็ตกระทบเที่ยวบินดีเลย์

              นายสันติ์ จันทรวงษ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ได้กล่างถึงภาวะน้ำท่วมในจังหวัดภูเก็ตว่า ขณะนี้หลายจุดระดับน้ำลดลงเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ส่วนบางจุดยังคงมีน้ำท่วมขัง โดยในเขตเทศบาลนครภูเก็ต ที่ถนนเทพกระษัตรี บริเวณสี่แยกโรงเรียนสตรีภูเก็ต รถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้
 
              สำหรับถนนเทพกระษัตรี ซึ่งเป็นเส้นทางหลักเชื่อมตัวเมืองภูเก็ต-สนามบิน การจราจรบริเวณขาออก ติดขัดอย่างหนัก เนื่องจากที่บริเวณสามแยกสะปำ ตำบลเกาะแก้ว น้ำไหลมาจากเทือกเขากะทู้ ท่วมถนนสูง 1 เมตร ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารชาวไทยและต่างชาติที่จะเดินทางไปยังสนามบินภูเก็ตตกค้างจำนวนมาก โดยในส่วนของการบินไทย เที่ยวบิน TG 204 ที่ออกจากท่าอากาศยานภูเก็ต ในเวลา 10.55 น. ได้เลื่อนเวลาออกเดินทางจากสนามบินภูเก็ตไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อรอผู้โดยสารที่ตกค้าง ส่วนผู้โดยสารที่เช็คอินไม่ทันสามารถไปใช้บริการเที่ยวบินเวลาอื่น ซึ่งการบินไทยมีเที่ยวบินเดินทางออกจากสนามบินภูเก็ตวันละ 11 เที่ยวบิน
 
              ด้านนายสมัคร เลือดวงษ์หัตถ์ ผู้อำนวยการแขวงการทางภูเก็ต เปิดเผยว่า บนถนนเทพกระษัตรี มีน้ำท่วมหนัก 4 จุด คือ แยกสะปำ บริเวณหน้าบริเวณอีซูซุ บริเวณโค้งบ้านท่าเรือ และกิโลเมตรที่ 24 หน้าบริษัทซัสโก้ โดยได้ส่งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว 4 ชุด ลงไปเร่งให้ระบายน้ำแล้ว ส่วนผู้ที่จะใช้เส้นทางออกจากตัวเมืองขอให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น คือ ถนนทางหลวงชนบท ผ่านเทศบาลเมืองกะทู้ ไปออกโรงเรียนนานาชาติบริติช และออกถนนสายหลักที่ถนนเทพกระษัตรี ในตำบลเกาะแก้วต่อไป
 
              ส่วนพื้นที่หาดป่าตอง บริเวณถนนผังเมืองสาย ก. แยกโรงพยาบาลป่าตอง ช่วงเช้าระดับน้ำสูง 1 เมตร ขณะนี้ระดับน้ำทะเลหนุนลดลง ส่งผลให้การระบายน้ำเร็วขึ้น น้ำที่ท่วมขังบริเวณโรงพยาบาลและถนนสาย ก. เริ่มลดลงสู่ภาวะปกติแล้ว

น้ำท่วมภูเก็ตกระทบ8โรงเรียนปิด1วัน

              นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวถึงกรณีน้ำท่วมจ.ภูเก็ตว่า ขณะนี้ได้รับรายงานจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จ.ภูเก็ต สถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 8 แห่ง ได้แก่ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน 3 แห่ง ได้แก่ ร.ร.วิทยาสาธิต ,ร.ร.มุสลิมวิทยาลัยภูเก็ต และร.ร.พุทธมงคลนิมิตร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 2 แห่ง ได้แก่ ร.ร.สตรีภูเก็ต ร.ร.ภูเก็ตวิทยาลัย และสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา 3 แห่ง ได้แก่ ร.ร.บ้านท่าเรือ ร.ร.วัดศรีสุนทร และร.ร.บ้านบุ่งคล้า โดยเบื้องต้นมีการปิดการเรียนการสอนแล้วเป็นเวลา 1 วัน

ชาวบางบัวทอง"โวยเงินเยียวยาน้ำท่วมไม่คืบ

              ชาวบ้านหมู่ 1 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ร้องเรียน "คมชัดลึก" กรณีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อ.บางบัวทองไม่คืบหน้าภายหลังยื่นเรื่องอุทธรณ์ขอทบทวนและยื่นเรื่องใหม่ขอรับความช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ผ่านไป 2 เดือนกว่าแล้วทางเทศบาลบางบัวทองยังไม่มีประกาศแจ้งใดๆจนเรื่องเงียบหายไปอยากให้ผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการ จ.นนทบุรี คณะทำงานของกระทรวงมหาดไทย และนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบโดยทั่วกันว่า เงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามที่ชาวบ้าน อ.บางบัวทอง ยื่นเรื่องอุทธรณ์ไปนั้นจะได้รับหรือไม่หากรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการในส่วนนี้ให้กับประชาชนผู้เดือดร้อนตามที่ประกาศไว้ได้อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกันก็ให้แจ้งมาให้ชัดเจน