
ฝนถล่ม!ทะเลหนุนภูเก็ตจมน้ำสูง70ซม.
ฝนกระหน่ำหนักทำเมืองภูเก็ตจมน้ำ สูง 70 ซม. ร.ร. 5 แห่งประกาศปิดการเรียนการสอน ขณะที่เขื่อนกาญจน์แจงปล่อยน้ำเพิ่มเป็นเรื่องปกติ ย้ำยังรับน้ำได้อีกมาก ด้านขอนแก่นเขื่อนแล้ง กระทบน้ำดิบผลิตประปา ส่วนบุรีรัมย์ แล้งจัดเร่งทำฝนหลวง ชัยภูมิ แห่นางแมวขอฝน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค. 55 ที่ จ.ภูเก็ต ได้เกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา (21 ส.ค.) ประกอบกับน้ำทะเลหนุน ทำให้น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตหลายจุด โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครภูเก็ต ถนนเกือบทุกสายภายในเขตเทศบาล เนื่องจากมีคลองบางใหญ่ ที่น้ำไหลผ่านไปลงทะเลที่ปลายแหลมสะพานหิน ตั้งแต่ถนนเทพกระษัตรีโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย หน้าโรงเรียนสตรี ถนนภูเก็ตตัดถนนดีบุก ตัดถนนถลาง ตัดถนนพังงา ถนนเยาวราช ซึ่งเป็นย่านการค้าเมืองเก่าของจังหวัดภูเก็ต ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเทศบาลนครภูเก็ตต้องปิดการจราจรภายในตัวเมือง ทำให้การสัญจรของประชาชนในช่วงเช้าวันนี้มีรถติดเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ได้มีน้ำบางส่วนได้ทะลักเข้าโรงเรียน ทำให้ภายในโรงเรียนมีน้ำท่วมขัง ทางโรงเรียนจึงต้องประกาศให้มีการหยุดเรียนเป็นเวลา 1 วัน ประกอบด้วยโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย โรงเรียนสตรีภูเก็ต โรงเรียนพุทธมงคล โรงเรียนวิทยาสาธิต และโรงเรียนอนุบาลกนกขวัญ
ในส่วนของพื้นที่ต.รัษฎา อ.เมือง มีน้ำท่วมหลายจุด เช่น หมู่บ้านพร้อมพันธ์ หมู่บ้านหลังโรงไฟฟ้า ซอยมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต ถนนหน้าหมู่บ้านอิรวดีบายพาส ถนนรัษฎานุสรณ์ โดยระดับน้ำสูงประมาณ 50 -70 ซ.ม.
นอกจากนี้บนถนนเทพกระษัตรี ซึ่งเป็นถนนสายเข้าออกเมืองภูเก็ต ได้มีน้ำท่วมขังผิวการจราจร บริเวณหน้าโรงเรียนมุสลิมเกาะแก้ว หน้าอีซูซูเกาะแก้ว ต.เกาะ อ.เมือง ภูเก็ต ซึ่งเป็นถนน 4 ช่องการจราจร ทำให้มีพื้นที่เหลือวิ่งได้เพียงช่องกลางช่องเดียว ประกอบกับในช่วงเช้ามีการใช้เส้นทางการจราจรบนถนนดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ทำให้รถติดเป็นระยะทางกว่า 2 - 3 กม.
ขณะที่พื้นที่ป่าตอง อ.กะทู้ ก็มีน้ำท่วมเช่นกัน โดยเฉพาะบริเวณถนนผังเมืองสาย ก. ที่มีน้ำท่วมขังทุกครั้งที่มีฝนตก โดยขณะนี้มีน้ำท่วมขึ้นสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ รถใหญ่ต้องสัญจรด้วยความระมัดระวัง
เขื่อนกาญจน์แจงปล่อยน้ำเพิ่มเป็นเรื่องปกติ ย้ำยังรับน้ำได้อีกมาก
จากการที่ ครม.รับทราบการปล่อยน้ำเพิ่มจากเขื่อนในพื้นที่กาญจนบุรี และเตือนภัยไปยังชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ราบลุ่มริมน้ำให้เตรียมรับมือ ดังนั้นเมื่อเวลา 11.20 น. ของวันที่ 22 ส.ค. นายบุญอินทร์ ชื่นชวลิต ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ปัจจุบัน (22 ส.ค.) อยู่ที่ระดับ 170.38 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นปริมาณน้ำ 13,992.54 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 78.25% และมีการระบายน้ำตามแผนการระบายน้ำเมื่อวันที่ 21 ส.ค. ปล่อยระบายน้ำจำนวนแค่ 3.01 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น
ด้าน นายณัฐจพนธ์ ภูมิเวียงศรี ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี กล่าวเกี่ยวกับการเพิ่มการระบายน้ำว่า เขื่อนวชิราลงกรณ มีปริมาณน้ำวันที่ 22 ส.ค. เวลา 08.00 น. อยู่ที่ระดับ 149.71 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง คิดเป็น 6,938.40 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 78.31% สามารถรับน้ำได้อีก 1,921.60 ล้านลูกบาศกเมตร ระบายน้ำตามแผนการระบายน้ำเมื่อวันที่ 21 ส.ค. จำนวน 39.55 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. - ปัจจุบัน มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อน รวม 2,375 ล้าน ลบ.ม. หรือเฉลี่ยวันละ 103 ล้าน ลบ.ม. จนถึงปัจจุบันก็ยังคงมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนวันละ 100 ล้าน ลบ.ม.
ทั้งนี้เขื่อนวชิราลงกรณ ได้เพิ่มการระบายน้ำในปริมาณที่ไม่กระทบต่อสภาพท้ายน้ำตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค. เป็นต้นมา ปัจจุบันระบายน้ำวันละ 40 ล้าน ลบ.ม. ตามแผนการระบายน้ำที่คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ และคณะอนุกรรมการติดตาม ระบายน้ำของเขื่อน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภัยแล้งและในสถานการณ์ที่มีปริมาณน้ำหลาก
นายณัฐจพนธ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ มีแนวโน้มปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมากอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ระดับน้ำในอ่างฯ สูงเกินระดับน้ำควบคุมตัวบน หรือ Upper Rule Curve จึงได้ปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมที่ท้ายน้ำสามารถรับได้ จึงขอให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำให้เตรียมขนย้ายของขึ้นอยู่ในที่สูงให้พ้นน้ำต่อไป ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯทั้ง 2 คณะดังกล่าว จะติดตาม และประสานงานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การระบายน้ำไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพท้ายน้ำ
น้ำไหลเข้าเขื่อนภูมิพลน้อยกว่าปกติ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตาก ถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก ในขณะนี้ว่า น้ำที่ไหลเข้าในเขื่อนภูมิพลมีน้อยผิดปกติ แม้ว่ามีฝนตกในพื้นที่ตอนบนของภาคเหนือก็ตาม แต่มีน้ำไหลเข้าอ่างเพียง 19 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่ไหลเข้าน้อยผิดปกติ จากปกติที่น้ำเคยไหลเข้าอ่างวันละ 50 ล้าน ลบ.ม. ขณะเดียวกันทางเขื่อนภูมิพลได้ระบายน้ำลงท้ายเขื่อนวันละ 8 ล้าน ลบ.ม.
นายณรงค์ ไทยประยูร ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล กล่าวว่า ปัจจุบันเขื่อนภูมิพลกักเก็บน้ำไว้ 6,388 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 47.44 ของความจุอ่าง ซึ่งสามารถรับน้ำได้อีก 7,074 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่เขื่อนกักเก็บน้ำไว้เมื่อปีที่ผ่านมา 3,444 ล้าน ลบ.ม. และในปีนี้ คาดว่าปริมาณน้ำฝนที่ไหลเข้าอ่าง 6,000 ล้าน ลบ.ม.
ขอนแก่นเขื่อนแล้งกระทบน้ำดิบผลิตประปา
รศ.ชำนาญ บุญญาพุทธิพงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยได้มีการประกาศแจ้งไปทุกอาคารหน่วยงานและหอพักนักศึกษา ให้มีการประหยัดใช้น้ำมากขึ้น รวมทั้งการใช้น้ำดิบรดต้นไม้จะต้องดูแลอย่างเข้มงวด ไม่ใช้น้ำอย่างสิ้นเปลือง หลังจากที่ได้รับแจ้งจากชลประทานว่าระดับน้ำในเขื่อนค่อนข้างต่ำ ทำให้การส่งน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปาและการเกษตรในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นมีปริมาณน้อยลง จึงต้องมีการบริหารจัดการการผลิตน้ำประปาในมหาวิทยาลัยอย่างเหมาะสม เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ ถ้าสถานการณ์น้ำในเขื่อนยังคงลดต่ำลงหรือไม่มีน้ำไหลเข้า ทางมหาวิทยาลัยก็คงจะมีการเตรียมแผนรับมือ หรือหาแผนสำรองโดยเฉพาะการกักเก็บน้ำดิบทั้งในส่วนของมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลที่แต่ละแห่งมีประชากร บุคลากรเจ้าหน้าที่และนักศึกษา ที่พักในหอพักจำนวนไม่น้อยกว่า 3 หมื่นคน ที่อาจจะได้รับความเดือดร้อนได้ สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันยังพอรับได้เนื่องจากมีบ่อสำรอง ยังมีพื้นที่แหล่งกักเก็บน้ำดิบ แต่ก็ต้องเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ตลอดเวลา
ด้านนายเฉลิมชัย สาผิว รักษาการหน.งานประปาและสุขาภิบาล กองอาคาร มข.เปิดเผยว่า ระยะนี้ชลประทานได้ส่งน้ำดิบให้น้อยลง การผลิตกรองน้ำจึงต้องจัดการให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้น้ำประปาขาดช่วง และเมื่อได้รับการแจ้งจากชลประทานว่าระดับน้ำในเขื่อนต่ำมาก จึงจะมีการทยอยส่งน้ำดิบฝั่งละ 1 สัปดาห์ ซึ่งแต่ละฝั่งจะมีผู้ประกอบการ เกษตร และการประปาจำนวนมาก ที่จะต้องปันส่วนกันเอง โดยในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา การกรองน้ำผลิตน้ำประปาสะดุดไปบ้าง แต่ก็ได้ขอให้ทางชลประทานส่งน้ำมาให้ก่อนกำหนดซึ่งทำให้สถานการณ์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ปกติในมหาวิทยาลัยใช้น้ำวันละ 7,000-8,000 คิว แต่ถ้ามีงานหรือกิจกรรมพิเศษการใช้น้ำจะสูงถึงวันละ กว่า 1หมื่นคิว ซึ่งแหล่งกักเก็บน้ำดิบเฉพาะที่สะพานขาวมีประมาณ 1 แสนคิว ซึ่งไม่มีปัญหาถ้าหากไม่ได้รับน้ำดิบจากชลประทานในระยะ 1 สัปดาห์ ซึ่งเคยเกิดปัญหาที่ชลประทานเคยหยุดส่งน้ำนานเกือบสัปดาห์ก็สามารถสูบน้ำจากแหล่งน้ำดิบมาได้อย่างเพียงพอ เพียงแต่ต้องลดระดับความดันลงเพื่อให้มีน้ำเลี้ยงท่อตลอดเวลา เพื่อให้บ้านพักที่อยู่อาศัยมีน้ำใช้ตลอด ส่วนอาคารสูงส่วนใหญ่มีระบบการสูบและถังเก็บน้ำสำรองไว้ จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
บุรีรัมย์ แล้งจัดเร่งทำฝนหลวงช่วยนาข้าวขาดน้ำกว่าล้านไร่
นายศานติ นึกชอบ หัวหน้าสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงที่ส่งผลกระทบทำให้นาข้าวของเกษตรกรในหลายพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำหล่อเลี้ยงเหี่ยวเฉาและแห้งตาย
โดยล่าสุดจากการสำรวจของสำนักงานเกษตรอำเภอ และจังหวัด พบนาข้าวขาดน้ำที่คาดว่าจะได้รับความเสียหาย 1,558,122 ไร่ พืชไร่ 13,721 ไร่ พืชสวน 3,340 ไร่ ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้พิจารณาประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพิ่มเป็น 11 อำเภอ ซึ่งผลกระทบดังกล่าวทางเกษตรและสหกรณ์จังหวัดได้ประสานศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดนครราชสีมา และ จ.ขอนแก่น ออกปฏิบัติการบินโปรยสารเคมีทำฝนหลวงในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยได้ขึ้นบินทำฝนหลวงต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์รวม 16 เที่ยว แต่ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศไม่เพียงพอ ทำให้มีฝนตกน้อยและไม่ครอบคลุม จึงไม่ได้ผลกับเกษตรกรเท่าที่ควร แต่ทางชุดปฏิบัติการบินทำฝนหลวงก็จะออกปฏิบัติการบินโปรยสารเคมีทำฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอย่างต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นสุดฤดูกาล
เกษตรและสหกรณ์จังหวัด กล่าวว่า นอกจากจะมีการประสานทำฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือเยียวยานาข้าวของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภาวะฝนทิ้งช่วงแล้ว ยังได้ประสานความร่วมมือกับอีกหลายหน่วย อาทิ สำนักงานโครงการชลประทานจังหวัด ก็ได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำจำนวน 12 เครื่อง ไว้บริการหน่วยงานหรือประชาชนที่ต้องการจะนำเครื่องสูบน้ำไปสูบผันน้ำจากแหล่งน้ำใกล้เคียงเข้าพื้นที่นาข้าว เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรในอีกทางหนึ่งด้วย
ชัยภูมิ แห่นางแมวขอฝน แล้งจัดข้าวยืนต้นตาย
สถานการณ์ภัยแล้งใน จ.ชัยภูมิ ฝนทิ้งช่วงเริ่มรุนแรงขยายวงกว้างในทุกพื้นที่ 16 อำเภอ ที่ปลูกข้าวนาปรังมากกว่า 1,690,940 ไร่ ประสบภัยแล้งหนักสุดใน 3 อำเภอ ของ อ.เมืองชัยภูมิ 295,602 ไร่ , จัตุรัส 159,959 ไร่ , อ.เนินสง่า 63,601 ไร่ ซึ่งข้าวได้รับความเสียหายยืนต้นตายไปแล้วกว่า 400,000 ไร่ และขยายวงกว้างในเขตอ.บ้านเขว้า 106,588 ไร่ , คอนสวรรค์ 130,803 ไร่ , เกษตรสมบูรณ์ 129,207 ไร่ , หนองบัวแดง 117,335 ไร่ , บำเหน็จณรงค์ 95,894 ไร่ , หนองบัวระเหว 42,056 ไร่ , เทพสถิต 31,388 ไร่ , ภูเขียว 153,539 ไร่ , บ้านแท่น 79,193 ไร่ , แก้งคร้อ 193,462 ไร่ , คอนสาร 40,304 ไร่ , ภักดีชุมพล 30,269 ไร่ และ อ.ซับใหญ่ อีก 21,740 ไร่
ล่าสุดชาวตำบลหนองนาแซง อ.เมืองชัยภูมิ ทั้ง 12 หมู่บ้าน พากันออกมาร่วมตัวกันที่หน้าวิหารหลวงพ่อทอง พระพุทธรูปศักดิ์ประจำตำบล วัดตาลนาแซง หมู่ 8 ต.หนองนาแซง เพื่อทำพิธีขอฝนต่อองค์พระพุทธรูปหลวงพ่อทองและทำพิธีแห่นางแมว ขอฝนต่อพญาแถน แห่ไปรอบหมู่บ้าน ท่ามกลางประชาชนในแต่ละหมู่บ้าน ที่คอยยืนข้างทางให้กำลังใจช่วยลุ้นให้พิธีแห่นางแมวทำให้เกิดฝนตกสำเร็จ ด้วยการออกมาช่วยกันดักสาดน้ำข้างทางที่จะมีขบวนแห่นางแมวเดินผ่าน เพื่อให้คนแห่นางแมว และแมวในเข่งได้รับความชุ่มฉ่ำจากน้ำที่สาดให้เอาฤกษ์เอาชัยไปตลอดทางหลายสิบกิโลเมตร นับเป็นความหวังสุดท้ายของการสู้ภัยแล้งปีนี้ ของชาวตำบลหนองนาแซง
นางทองมัน คนะสุข วัย 68 ปี ชาวบ้าน กล่าวว่า พิธีแห่นางแมว ถือเป็นความเชื่อของคนที่นี่มาแต่โบราณที่จะนำแม่แมวที่ลูกดกมาทำพิธีแห่ไปทั่วหมู่บ้านที่ประสบภัยแล้งฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลเพื่อเรียกขอฝนต่อเจ้าพ่อพญาแถน เป็นความหวังสุดท้ายของชาวบ้านที่นี่ทั้ง 12 หมู่บ้านแล้ว เพราะปีนี้แล้งมาเร็วกว่าทุกปีในรอบหลายสิบปี ซึ่งช่วงเดียวกันทุกปีจะมีฝนตก แต่ปีนี้ไม่มีเลย จนขณะนี้ข้าวในนาของชาวบ้านทั้งตำบลหลายพันไร่ เหี่ยวแห้งตายจะหมดตัวกันแล้ว หากไม่ได้ข้าวปีนี้ก็ไม่มีข้าวเก็บไว้กินและพันธุ์ข้าวเก็บไว้ปลูกกันอีกต่อไป



