
"ตายดาบหน้าดีกว่าถูกแช่แข็ง"
กระแสข่าวความเคลื่อนไหวของ 40 ส.ส.รุ่นใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความไม่พอใจการทำงานของ "รัฐมนตรี" ถึงขั้นเสนอปรับรัฐมนตรีที่ไม่มีผลงาน ต้องเรียกว่า "ไม่ธรรมดา"
หากแรงกระเพื่อมดังกล่าวเกิดขึ้นในพรรคการเมืองอื่นคงไม่แปลก แต่สำหรับพรรคเก่าแก่อย่าง "พรรคประชาธิปัตย์" คงต้องกลับมาพิจารณาถึงต้นสายปลายเหตุกันอีกครั้ง
เพราะคอการเมืองทั่วไปต่างรู้ดีว่า "พรรคประชาธิปัตย์" เคร่งครัดเรื่องระเบียบวินัย จึงเห็นไม่บ่อยที่สมาชิกพรรคจะมีพฤติกรรมนอกลู่นอกทางสวนกับกฎระเบียบของพรรค
แต่ข่าวที่ออกมาจากพรรคประชาธิปัตย์ขณะนี้มีถึงขั้น "สุรสิทธิ์ ตรีทอง" ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ไปปรากฏกายในที่ประชุมใหญ่พรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
ยังไม่รวมถึงเหตุการณ์ "ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" น้องชาย เนวิน ชิดชอบ เดินทางไปร่วมงานฉลองวันเกิดย้อนหลังของ "ชุมพล จุลใส" ส.ส.ชุมพร และ "ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ" ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์
ยิ่งทำให้กระแสข่าว ส.ส.ในพรรคประชาธิปัตย์เตรียมย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น !
เพราะหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นอย่างกะทันหัน โดยยังไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญคนในบ้าน 111 ยังถูกตัดสิทธิทางการเมืองคู่แข่งที่สำคัญของ "พรรคประชาธิปัตย์" ในพื้นที่ภาคอีสานเป็นพรรคอื่นไปไม่ได้นอกจาก "พรรคภูมิใจไทย"
ยิ่งหางแถวจ่อคิวขึ้นชั้น "รัฐมนตรี" ของพรรคภูมิใจไทยสั้นกว่าของพรรคประชาธิปัตย์ โอกาสขึ้นแท่นเป็น "รัฐมนตรีหน้าใหม่" โดยไม่จำเป็นต้องสะสม "บารมี" ก็แจ้งเกิดในพรรคนี้มีตัวอย่างให้เห็น
จึงเป็นไปได้สูงที่จะมี ส.ส.หน้าใหม่จากหลายพรรคการเมืองไม่เฉพาะ "พรรคประชาธิปัตย์" ให้ความสนใจย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทย
"ผมไม่รู้ว่าใครไปปล่อยข่าว แต่อยากเรียนว่า โดยขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมประเพณี ทางการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องอย่างนี้ไม่เกิดขึ้น หมายความว่า ไม่มีใครจะมาตั้งกลุ่ม ตั้งก๊วน ในพรรคประชาธิปัตย์ ใครขืนทำก็ไม่รุ่งเรือง ซึ่งคนในพรรคเข้าใจดี แต่ถ้าไปทานข้าว หรือไปเที่ยวกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่จะให้ออกมาเป็นเรื่องเป็นราวอย่างที่เคยเห็นทั่วๆ ไปที่พรรคนี้ไม่เป็น" นี่คือท่าทีของ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ย้ำถึงความเคร่งครัดเรื่องระเบียบวินัยภายในพรรค
นอกจากนี้ ข่าวที่ประชุม ส.ส.และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม มอบหมายให้ "ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี" ในฐานะผู้อาวุโสในพรรค ทำงานร่วมกับรองหัวหน้าพรรคในแต่ละภาค ไปทำความเข้าใจกับ ส.ส.ในพื้นที่ และนำความคิดเห็นดังกล่าวไปปรับปรุงการทำงานร่วมกับรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง
รวมทั้งจะรวบรวมความเห็นของ ส.ส.ทั้งหมดไปพูดคุยทำความเข้าใจกันอีกครั้งในงานสัมมนาพรรคระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคมนี้ ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
หากเรียกว่าเป็นการเข้าค่ายละลายพฤติกรรมหรือลดช่องว่างระหว่าง ส.ส.และรัฐมนตรีของพรรคคงไม่ผิดหนัก !
เพราะชัดเจนแล้วว่า ครม.ของประชาธิปัตย์ อันเป็นชนวนที่ก่อคลื่นใต้น้ำ แม้กระทั่ง "กบฏหลบมุม" ในวันนี้มีการยืนยันว่า ไม่ปรับไม่เปลี่ยน



