
'ปชป.'แขวะ'อสส.-กต.'อ้างไม่รู้'แม้ว'อยู่ไหน
'ปชป.'ชี้ 'อสส.-กต.' เล่นละครตบตาคนไทย อ้างไม่รู้'แม้ว'อยู่ไหน ขู่ หากไม่ติดตามตัว เจอ ปว.ม.157 แน่ เผยส่งหน.ไป 8 หน่วยงานสหรัฐ แจงดดี'แม้ว' ชี้ไม่เกี่ยวการเมือง พร้อมตัดหน้า เตรียมแถลงความล้มเหลว ครบรอบ 1 ปี รัฐบาล 24 ส.ค.นี้
22 ส.ค.55 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า กรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศไม่ทราบถึงที่อยู่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังจากที่สำนักงานอัยยการสูงสุดสุดทำหนังสือสอบถามมาแล้วว่า เป็นการเล่นละครตบตาประชาชนครั้งใหญ่และเป็นการดูถูกคนไทยของ รมว.ต่างประเทศ ที่ต้องย้ำเพราะเป็นการเล่นละครระหว่างกระทรวงการต่างประเทศและอัยการสูงสุด เพราะหนังสือที่สำนักงานอัยการสูงสุดส่งไปยังกระทรวงการต่างประเทศนั้น ส่งไปหลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางออกจากประเทศสหรัฐแล้ว ทั้ง 2 หน่วยงานเกรงว่า จะมีความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากมีผู้ไปร้องให้ดำเนินการในกรณีดังกล่าว จึงเป็นที่มาในการสร้างละครตบตาประชาชนตนคิดว่านี่เป็นความอัปยศอดสูที่สุดของกระทรวงการต่างประเทศที่มีรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศคนนี้ เพราะทุกคนทราบดีว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ไหนจากการออกข่าวของ พ.ต.ท.ทักษิณ เอง หรือแม้แต่ นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาด้านกฏหมาย ที่ได้รายงานความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาจึงเป็นไปได้ที่จะไม่รู้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ที่ไหน เรื่องนี้จะเป็นหลักฐานที่ดีที่จะดำเนินการตามกฏหมายกับนายสุรพงษ์ ที่มีเจตนาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จงใจในการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ในการจับกุมตัวชั่วคราว และสาเหตุสำคัญที่อัยการสูงสุดส่งหนังสือมาให้กระทรวงการต่างประเทศเนื่องจากประเทศไทยกับประเทศสหรัฐมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ถ้า 2 หน่วยงานไม่ขยับก็จะถูกดำเนินการตามกฏหมาย และขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็กำลังเดินทางไปยังประเทศจีนและเกาหลีใต้ ดังนั้นหากไม่ทำหนังสือดักหน้าคอย 2 หน่วยงานจะถูกยื่นเอาผิดตาม ม.157 ในทุกประเทศที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าไป
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการส่งหนังสือไปยังหน่วยงานของสหรัฐ ทั้งหมด 8 หน่วยงาน คือ หัวหน้าเดโมแครต หัวหน้าพรรครีพับรีกัน ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศวุฒิสภาหสรัฐ กรรมาธิการการต่างประเทศหสรัฐทุกคน ประธานคณะอนุกรรมาธิการต่างประเทศว่าด้วยพื้นที่เอเชียตะวันออกและแปซิฟิค สมาชิกของคณะอนุฯ ประธานกรรมาธิการการต่างประเทศสภาคองเกรส และสมาชิกสภาคองเกรส โดยในจดหมายระบุถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ มีคดีความอะไรบ้าง เช่น คดีซีทีเอกซ์ ปล่อยกู้เงินเอ็กเซ็มแบ็งค์ ปล่อยกู้ธนาคากรุงไทย การฆ่าตัดตอนนโนยายปราบปรามยาเสพคิด เหตุการณร์เกรือเซะ เป็นต้น ซึ่งคดีทั้งหมดนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ เกี่ยวข้องทั้งสิ้น และไม่ได้เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมืองแต่เป็นการคอร์รัปชั่น เกี่ยวกับกฏหมายป.ป.ช.และเป็นตัวการที่ให้เกิดความขัดแย้ง ความวุ่นวายในประเทศโดยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่สามารถเดินทางเข้าไปประเทศอื่นได้ ทั้งนี้เชื่อว่า รัฐบาลสหรัฐจะตระหนกเรื่องนี้เพราะช่วงนี้อยู่ในช่วงหาเสียงของประธาธิบดีของสหรัฐ
ปชป. ตัดหน้า เตรียมแถลงความล้มเหลว ครบรอบ 1 ปี รัฐบาล 24 ส.ค.นี้
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะรัฐมนตรีเงา แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาในเรื่องที่รัฐบาลจะมีการแถลงผลงานครบรอบ 1 ปี โดยคณะรัฐมนตรีเงาก็จะมีการแถลงโดยจะมีการทวงถามสัญญาของรัฐบาลที่ให้ไว้กับประชาชน และตั้งคำถามกับรัฐบาลถึงความล้มเหลวที่ไม่สามารถทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ โดยรัฐมนตรีเงารายกระทรวงนำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในวันศุกร์ที่ 24 ส.ค.นี้ เวลา 13.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์
นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นคณะรัฐมนตรีเงาได้มีการหารือถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำที่รัฐบาลออกพระราชกำหนดกู้เงินเพื่อบริหารจัดการ 3.5 แสนล้านบาท แต่มีการเบิกจ่ายเพียง 700 ล้านบาทเท่านั้น ทั้งที่ พรก.จะหมดอายุในวันที่ 30 มิถุนายนปีหน้า เนื่องจากรัฐบาลไม่ได้เอาใจใส่ หลายโครงการยังไม่มีการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) และผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์จะมีการทำหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญที่เคยวินิจฉัยเกี่ยวกับพระราชกำหนดดังกล่าว จึงให้อยากศาลรัฐธรรมรับทราบข้อมูลที่เกิดขึ้น ให้เห็นถึงการทำงานของรัฐบาลเพื่อประกอบการพิจารณา ซึ่งมีความล่าช้าที่คาดว่าจะมีการขอต่ออายุ พรก. เพิ่มเติม และจะให้ยกเลิกระเบียบการจัดซื้อสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อเร่งรัดโครงการ ที่เป็นการเปิดช่องทางทุจริต ทั้งนี้หากมีการต่ออายุพรรคประชาธิปัตย์จะเสนอให้มีการบรรจุอยู่ใน พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 เพื่อเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบ
นายอรรถวิชช์ ยังกล่าวถึงโครงการพักหนี้ลูกค้าชั้นดีในธนาคารของรัฐ ที่ลดดอกเบี้ย 3% ทันที 3 ปี ให้กับลูกค้าทุกคนโดยไม่มีทางเลือกและรัฐบาลใช้งบประมาณในโครงการนี้ 31.6 หมื่นล้านบาท ว่า ครม.เงามองว่า โครงการนี้เหลวไหลหนักกว่าเดิม โดยมี 4 ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ ธ.ออมสิน ธ.เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)ธ. อิสลาม ธ.เอสเอ็มอี ส่งผลกระทบให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐต้องประสบปัญหาจัดได้นำส่งการคลังในปีหน้า ซึ่งจะส่งผลให้มีการบันทึกประวัติในเครคิตบูโรว่าเข้าร่วมในโครงการของรัฐบาล ส่วนการขึ้นภาษีสรรพสามิตรเหล้า และบุหรีนั้น ครม.เงาเห็นด้วย แต่มีการตั้งข้อสังเกตในเรื่องเหล้าเถื่อนให้ระมัดระวังตรวจสอบด้วย เพราะเหล้าขาวขายอยู่ขวดละ 60 บาท 34 บาทอยู่ในรูปแบบของภาษี ทำให้เหล้าขาวมีมูลค่าแค่ 26 บาท เมื่อเพิ่มอีก 7.50 บาทเป็น 67.50 บาทต่อขวด เป็นภาษี 41.50 บาท เหล้า 26 บาท ซึ่งจะมีส่วนต่างในเรื่องภาษีสูงมากจนเป็นแรงจูงใจให้มีการผลิตเหล้าเถื่อน จึงขอให้รัฐบาลดูแลปัญหาเหล้าเถื่อนควบคู่ไปด้วย
แถลงรัฐ 1 ปี ของจริงไม่อิงละคร ตอน 3 ยก “ยางพารา -ปาล์ม- มะพร้าว” ราคาตก
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เงา พรรคประชาธิปัตย์ แถลง 1 ปีของจริงไม่อิงละครตอนที่ 3 เกษตรกรเหลือทนราคาตกต่ำ “ยางพารา ปาล์ม มะพร้าว” ว่า 1 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลล้มเหลวในการแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะยางพาราที่เป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ของประเทศ มีเกษตรกรถึงสองล้านครอบครัว โดยราคายางพาราในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เฉลี่ย 140 บาท แต่ตอนนี้ลดลงครึ่งต่อครึ่ง ราคาอยู่ที่ 76 บาท ทำให้เกษตรกรเสียรายได้ 50 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ประเทศเสียรายได้ 1.5 แสนล้านบาท เพราะรัฐบาลปล่อยปละละเลยไม่เอาใจใส่ในการแก้ปัญหา โดยเพิ่งมีการประชุมครั้งแรก 17 มกราคม 2555 ทิ้งเวลาสูญเปล่าไป 6 เดือน จากนั้นในวันที่ 24 ม.ค. 55 อนุมัติให้มีการใช้เงิน 1.5 หมื่นล้าน แทรกแซงราคายางพาราที่กิโลกรัมละ 120 บาท ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ท้วงติงว่ามาตรการดังกล่าวไม่สามารถยกระดับราคาได้ เพราะรัฐบาลไม่จริงใจกับเกษตรกรไม่มีชดเชยการขาดทุน ขณะเดียวกันก็เกิดสต๊อคในประเทศหลายแสนตัน ต่อมารัฐบาลยอมรับความผิดพลาด มีการออกมติครม. 27 ก.ค. 55 ให้ชดเชยการขาดทุนและลดราคาเป้าหมายจาก 120 บาทเหลือกิโลกรัมละ 100 บาท
นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า ทั้งหมดเป็นความผิดพลาดในเชิงนโยบายและการกำหนดมาตรการ ขณะที่รัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องยางสองคนส่งสัญญาณผิดพลาดบริหารโดยขาดความรู้ความเข้าใจนายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ดำเนินนโยบายผิดพลาดในขณะเป็นรมช.เกษตรฯ โดยไปทำเอ็มโอยูกับจีนซื้อขายในราคากิโลกรัมละ 105 บาท ทำให้ราคาตลาดโลกลดลงโดยอัตโนมัติ ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯ ไม่เอาใจใส่ไม่เร่งรัดให้มีการแทรกแซงอย่างจริงจัง และยังส่งสัญญาณผิดพลาดเอายางพาราไปขายกับจีนในราคาจีทูจี เท่ากับรัฐบาลทำหน้าที่พ่อค้าเสียเอง จึงไม่มีผลต่อการลดอุปสงค์อุปทานในตลาดส่งผลให้ราคายิ่งตกต่ำลงเหลือเพียงแค่กิโลกรัมละ 76 บาท แม้ว่าล่าสุดนายณัฐวุฒิจะไปแสวงหาความร่วมมือจากต่างประเทศ มีการประชุมร่วมสภาการยางระหว่างประเทศแต่มติที่ออกมาก็ไม่สามารถดำเนินการได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการลดการจำหน่ายไปตลาดโลก หรือการโค่นยางที่มีอายุมาก
“นอกจากนี้กระบวนการซื้อยางก็ส่อให้เห็นถึงการทุจริตในโครงการรับซื้อโดยมีข้อร้องเรียนว่ามีการหมุนเวียนยาง ทำให้เกิดช่องว่าง 24 บาทต่อกิโลกรัม เปิดโอกาสให้มีการนำยางมาเวียนเทียนเข้าโครงการแทรกแซงของรัฐบาล ซึ่งพรรคจะตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายเพื่อรักษาประโยชน์ของเกษตรกร ผมมั่นใจว่าถ้าประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้น เพราะการแทรกแซงจะทำโดยตรงกับเกษตรกร และจะไม่ขายจนกว่าราคายางจะสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นการส่งสัญญาณไปยังตลาดโลกที่ถูกต้อง ขณะเดียวกันก็อำนวยความสะดวกให้พ่อค้ายางพารามีการแข่งขันอย่างเสรี แต่ตอนนี้ไม่มีใครกล้าซื้อแข่งกับรัฐบาล เพราะรัฐบาลกลายเป็นผู้ค้าเอง กลไกตลาดจึงง่อยเปลี้ยจนเกิดปัญหา ผมเชื่อถ้ารัฐบาลยังทำแบบนี้ก็จะล้มเหลวต่อไป และที่จะทุ่มงบเพิ่มอีก 1.5 หมื่นล้านเป็น 3 หมื่นล้านไปแทรกแซงราคายางพาราก็จะล้มเหลวแก้ปัญหาไม่ได้หากไม่เปลี่ยนวิธีบริหารจัดการ” นายชินวรณ์ กล่าว
นายชินวรณ์ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนราคาปาล์มน้ำมัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเกษตรกร 3 แสนครอบครัว มีเกษตรกรปลูกปาล์มน้ำมัน 4 ล้านไร่ ผลผลิต 12 ล้านตันต่อปี เมื่อเปรียบเทียบราคากับรัฐบาลที่ผ่านมา 5.76 บาท รัฐบาลนี้อยู่ที่ 4 บาท เป็นเพราะรัฐบาลให้นำเข้าปาล์มจากต่างประเทศจนกลไกตลาดบิดเบือนจนราคาตกต่ำ เป็นนโยบายที่กลั่นแกล้งชาวสวนปาล์ม ทั้งนี้ขอเรียกร้องรัฐบาลว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนน้ำมันปาล์มภายในประเทศ จึงไม่ควรนำเข้าและควรช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้ราคาที่ดีขึ้น แม้ว่าราคาในวันนี้ยังอยู่ในระดับที่เกษตรกรรับได้แต่ก็เสียรายได้อย่างน้อยกิโลกรัมละ 2 บาท
"มะพร้าวก็ราคาตกต่ำ ทั้งที่ในช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ เกิดวิกฤติหนอนหัวดำมะพร้าวเสียหายไป 4 แสนไร่ น่าจะทำให้ปริมาณมะพร้าวในตลาดลดลงราคาดีขึ้น แต่ว่ารัฐบาลกลับกลั่นแกล้งเกษตรกรนำเข้ามะพร้าวจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย ทำให้ราคามะพร้าวตกต่ำ ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ 12.5 บาท แต่ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์เหลือ 3 บาท ลดลง 76 % รัฐบาลสร้างวิกฤติให้เกษตรกร กระชากรายได้ให้ตกต่ำลงจากนโยบายที่ซ้ำเติมเกษตรกร และมีกระบวนการเปิดช่องทางในการทุจริตจากนโยบายของรัฐบาล ใช้เงินทั้งหมดสามแสนล้าน แต่ผลคือเกษตรกรยังต้องรับภาระสินค้าเกษตรตกต่ำอยู่" นายชินวรณ์ กล่าว



