
'เจ๋ง'นอนคุก'ตู่-นปช.ที่เหลือ'รอด
ศาลอาญามีคำสั่งถอนประกันและให้คุมตัว"เจ๋ง ดอกจิก" ขณะที่แกนนำนปช.ที่เหลือ 18 คน ปล่อยตัวชั่วคราว
22 ส.ค.55 ภายหลังการไต่สวนการขอถอนประกันตัว นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ "เจ๋ง ดอกจิก" ที่ใช้เวลายาวนานประมาณ 2 ชั่วโมงเสร็จสิ้น นายยศวริศได้เดินทางลงจากศาลอาญา พร้อมด้วยนางธิดา ถาวรรเศรษฐ ประธาน นปช. โดยนายยศวริศได้ให้สัมภาษณ์ว่ามั่นใจในหลักฐานที่นำมาเพิ่มเติมและคิดว่ามีน้ำหนักพอ และเชื่อว่าศาลจะรับฟังและพิจารณาไม่ให้ถอนประกัน
อย่างไรก็ตามต้องรอลุ้นอีกที ในเวลา 15.00 น. จากนั้นได้เดินไปที่รั้วศาลอาญา เพื่อทักทายกับคนเสื้อแดง ซึ่งผู้ชุมนุมได้ตะโกนเรียก "เจ๋ง สู้ๆ" อย่างความคึกคัก ทั้งนี้ด้านหน้าศาลฯ เริ่มมีการตั้งเต๊นท์บนช่องทางการจราจร และมีผู้ชุมนุมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด ศาลอาญามีคำสั่งถอนประกันและให้คุมตัวนายยศวริศ โดยให้เหตุผลว่าเข้าข่ายยั่วยุปลุกปั่น ขณะที่แกนนำนปช.ที่เหลือ 18 คน ปล่อยตัวชั่วคราว
รถราชทัณฑ์รอรับ"เจ๋ง ดอกจิก"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่ศาลอาญามีคำสั่งเพิกถอนการประกันตัวนายยศวริศ ขณะนี้ด้านล่างของศาลมีรถตู้ของราชทัณฑ์จำนวนสองคันมาจอดรอ ด้านหลังศาลอาญา และมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และหน่วยคอมมานโดจากกองปราบ มารักษาความปลอดภัย ทั้งนี้คาดว่าในการขนส่งนายยศวริศไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพ จะมีรถของกองปราบฯ คอยปิดหัวท้ายขบวนด้วย
ศาลส่งตัว"เจ๋ง ดอกจิก"ไปเรือนจำแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 16.05 น. เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายยศวริศไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยรถตู้ของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งนำขบวนด้วยรถเก๋งและรถมอเตอร์ไซค์ของกองปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมีรถกระบะซึ่งบรรทุกเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธเพื่อรักษาความปลอดภัย และปิดท้ายขบวนด้วยรถตำรวจกองปราบอีกเช่นกัน
ทนาย"เจ๋ง ดอกจิก"เล็งยื่นประกัน
เมื่อเวลา 16.00 น. นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของ นายยศวริศเปิดเผยว่าพร้อมยื่นขอประกันตัวนายยศวริศใหม่ในทันที โดยใช้เงินสดสองล้านบาทเป็นหลักประกัน ส่วนแกนนำ น.ป.ช. 5 คนที่เป็น ส.ส. ยังคงใช้แนวทางเดิม ยันไม่กระทำการละเมิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม หลังจากแกนนำ นปช.ได้หารือกัน นายวิญญัติระบุว่า ไม่สามารถยื่นประกันตัวได้ทันวันนี้ โดยต้องรอคำสั่ง รวมทั้งหาลักฐานใหม่เพื่อยื่นประกันตัว และจะหาคนในรัฐบาล รัฐมนตรี และ หัวหน้าพรรคมารับรองพฤติกรรม
มวลชน"เสื้อแดง"ไม่พอใจศาล
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของคนเสื้อแดง ด้านหน้าศาลอาญา ภายหลังจากรับทราบคำตัดสินเพิกถอนการประกันตัวนาย ยศวริศโดยมวลชนต่างก็แสดงความไม่พอใจด้วยการโห่ร้อง แต่ก็ไม่ได้มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ จนเวลาผ่านไปประมาณ 5 นาที พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น. ก็ได้มาพูดคุยกับนายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษก นปช. เพื่อขอให้มาทำความเข้าใจกับคนเสื้อแดง จากนั้นนายวรวุฒิ ขึ้นรถกระบะที่มีเครื่องขยายเสียง ปราศรัยขอให้คนเสื้อแดงยอมรับคำตัดสิน และให้กำลังใจ เจ๋ง ดอกจิก ต่อไป ซึ่งตอนนี้ขอให้ปฏิบัติตามคำสั่งศาล โดยคนเสื้อแดงจะหารือขอประกันตัวต่อไปอีกครั้งหนึ่ง
นายวรวุฒิ กล่าวด้วยว่า ขอร้องให้คนเสื้อแดงอยู่ในอาการสงบเข้าใจว่าผิดหวังแต่เรื่องนี้เป็นยธรรมดาของการต่อสู้ หากคนเสื้อแดงไม่ยอมรับคำตัดสินศาลก็จะไม่มีบรรทัดฐานๆไหนให้คนในสังคมฟังศาลอีก เราจะใช้กรณีของเจ๋ง ดอกจิก เพื่อดูว่าต่อไป กรณีของคนเสื้อเหลืองจะจำคุกอีกหรือไม่ และขอให้เดินทางกลับอย่างสงบ หากใครจะไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพก็ขอให้ไปอย่างสงบ
อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ (16.20 น.) คนเสื้อแดงก็ยังคงปักหลักอยู่หน้่าศาล โดยยังไม่เคลื่อนย้ายไปไหน หรือกลับบ้านแต่อย่างใด
'เจ๋ง-ดอกจิก'ยันไม่มีเจตนาข่มขู่ศาลรธน.
ทั้งนี้ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 22 ส.ค.55 ศาลอาญานัดสอบถามนายนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ผู้ช่วยเลขานุการ รมช.มหาดไทย และแกนนำแนวกลุ่มร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จำเลยที่ 7 คดีร่วมกันก่อการร้าย และพวกซึ่งเป็นแกนนำและแนวร่วม นปช.รวม 19 คน กรณีที่ นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง ประชาธิปัตย์ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อให้มีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 2 คดีร่วมกันก่อการร้าย , นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 5 คดีร่วมกันก่อการร้าย และนายยศวริศ จำเลยที่ 7 กรณีมีพฤติการณ์เข้าข่ายผิดเงื่อนไขการให้ประกันตัว ขึ้นเวทีปราศรัยที่บริเวณหน้ารัฐสภา กล่าวโจมตีพาดพิง ข่มขู่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่รับคำร้องขอให้วินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ม.291 ขัด ม. 68 ของรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นการล้มล้างการปกครองหรือไม่
โดยวันนี้นายนิพิฏฐ์ เดินทางมาศาลพร้อมส.ส.และทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายยศวริศ ได้เตรียมพยานเปิดความ 3 ปาก ประกอบด้วย พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รอง ผบก. น.1 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์และควบคุมสถานการณการชุมนุมวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา , นายฐานิสร์ เทียนทอง รมช.มหาดไทย ในฐานะผู้บังคับบัญชาของตนเอง และนายจรินทร์ สวนแก้ว ประธานมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช ขึ้นเบิกความว่านายยศวริศ มีความจงรักภักดีเนื่องจากร่วมเป็นคณะกรรมการจัดงาน 5 ธันวา และเตรียมวัตถุพยาน คือ วีซีดีบันทึกการปราศรัยเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ช่วงที่ขึ้นเวทีกล่าวขอโทษตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ความยาว 3 นาทีและเอกสารถอดคำปราศรัยด้วย
นายยศวริศ แถลงต่อศาลว่า การปราศรัยก็เป็นการพูดตามสไตล์ตลกของตน แต่หลังเกิดเหตุตนได้กล่าวขอโทษตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก และได้บอกกับประชาชนว่าอย่าโทรศัพท์ไปก่อกวนครอบครัวของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกท่าน ซึ่งก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นและไม่มีประชาชนคนใดคนหนึ่งโทรศัพท์ไปรบกวนตุลาการและครอบครัวเลยแม้แต่คนเดียว ที่สำคัญหมายเลขโทรศัพท์ที่ได้นำไปประกาศก็ไม่ได้มีการตรวจสอบว่าเป็นของจริงหรือไม่
ทั้งนี้ยืนยันว่าตนไม่มีเจตนายุยงปลุกปั่นสร้างความวุ่นวาย ในทางกลับกันตนได้ประสานกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาชุมนุมบริเวณศาลอาญาโดยขอร้องให้คนเสื้อแดงอยู่ในระเบียบวินัยของศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้มีรัฐบาลเพื่อไทยและตนเป็นสมาชิกอยู่ รวมทั้งตนมีตำแหน่งเป็นเลขานุการฯ ช่วยงานรมช.มหาดไทย จึง ไม่มีเจตนากระทำการวุ่นวาย วันนี้ตนไม่มีอะไรมากนอกจากขอความเมตตาจากศาล ซึ่งหากมีการกระทำผิดพลาดตนขออภัย และน้อมรับปฏิบัติตามคำสั่งศาลอย่างเต็มใจและเคร่งครัด
ขณะที่นายวิญญัติ แถลงต่อศาลขอสอบถามนายยศวริศเพิ่มเติม และจะนำพยานขึ้นเบิกความเพียง 3 ปาก พร้อมเปิดหลักฐานวีซีดีในวันปราศรัยให้ศาลดูเพิ่มเติมประมาณ 2-3 นาที
จากนั้นนายยศวริศ ตอบข้อซักถามทนายถึงสาเหตุที่ไปขึ้นปราศรัยว่า เนื่องจากในรัฐสภากำลังมีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ และมีผู้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 กลุ่มนปช.จึงได้จัดปราศรัยและรวบรวมรายชื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทุกครั้งที่มีการปราศรัยก็ได้บันทึกไว้เป็นวีซีดีได้ โดยวันดังกล่าวหลังจากปราศรัยและประกาศหมายเลขโทรศัพท์ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและครอบครัว ก็ได้มีการขอโทษตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว ซึ่งรายชื่อและหมายเลขโทรก็มีคนนำมาให้ จึงไม่ได้มีการตรวจสอบ เพราะต้องขึ้นเวทีปราศรัยต่อ แต่หลังจากนั้นได้ให้ทีมงานลองตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ว่าเป็นหมายเลขโทรศัพท์ของตุลาการจริงหรือไม่ ก็พบว่าหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวก็มีเผยแพร่ในที่สาธารณะ ซึ่งในการปราศรัยกลุ่มผู้ชุมนุมไม่มีใครสนใจหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว และตนได้อยู่ดูแลความสงบในที่ชุมนุมจนกลับบ้านคนสุดท้ายไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่มีเจตนาสร้างความปั่นป่วน และไม่เคยใช้จ้างวานยุยงใช้ให้ใครไปข่มขู่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีแต่จะห้ามปรามไม่ให้ก่อกวน
ต่อมาเวลา 10.47 น. ทนายความได้นำนายฐานิสร์ ขึ้นแถลงต่อศาลว่า จากการทำงานร่วมกับนายยศวริศ 1 ปี เห็นว่านิสัยส่วนตัวนายยศวริศจะเป็นคนสนุกสนานร่าเริง อารมณ์ดี ไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าว และไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสังคม นายยศวริศได้ทำหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ มีความรับผิดชอบงานได้เป็นอย่างดี โดยตนมอบหมายให้นายยศวริศแก้ไขปัญหาผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งกรณีที่มีการชุมนุมของผู้ประสบอุทกภัยนายยศวริศก็มีความสามารถเข้าไปไกล่เกลี่ยได้เป็นอย่างดี ส่วนที่นายยศวริศวิจารณ์การทำหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและรวบรวมรายชื่อถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าทำตามสิทธิ์ขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญเห็นว่าก็สามารถทำได้ เพราะการวิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาก็มีนักวิชาการ ประชาชนทั่วไปวิจารณ์จำนวนมาก และหลังวันที่ 7-8 มิ.ย.ที่มีการปราศรัยพร้อมทั้งรวบรวมรายชื่อถอดถอนตุลาการก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น
พ.ต.อ.ไกรเลิศ แถลงว่า ทุกครั้งที่มีการชุมนุมทางการเมืองตนได้เดินทางดูแล โดยได้รับมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามและความมั่นคง โดยวันที่ 7-8 มิ.ย. ได้อยู่ในพื้นที่ตั้งแต่เริ่มชุมนุมจนยุติการชุมนุม ซึ่งตนในฐานะผู้อำนวยการเหตุการณ์ได้เดินทางไปดูแล ควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในวันที่ 7 มิ.ย. โดยช่วงเวลา 16.00-17.00 มีแกนนำทยอยขึ้นเวทีปราศรัย แต่มีผู้ชุมนุมไม่มากสถานการณ์จึงปกติ ระหว่างนั้นได้รับรายงานว่ามีคนนำใบปลิวระบุรายละเอียดหมายเลขโทรศัพท์ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ข้างเวที จึงให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและตามเก็บ แต่มีบางส่วนหลุดไปถึงหลังเวทีเสื้อแดงที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตามเก็บได้ทัน ขณะที่ปราศรัยของนายยศวริศในช่วงเย็นก็มีกลุ่มผู้ชุมนุมซึ่งเป็นกลุ่มรากหญ้า จึงยังไม่ได้สนใจรายละเอียดหมายเลขโทรศัพท์ แต่ผู้ชุมนุมเริ่มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 20.00-22.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่นายยศวริศขึ้นกล่าวขอโทษและหลังจากที่มีการปราศรัยเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการถอดเทปเกี่ยวกับการปราศรัย
ขณะที่ทนายความได้นำนายจรินทร์ แถลงเป็นปากสุดท้ายว่า ตนรู้จักนายยศวริศผ่านสมาคมตลก และเคยเชิญนายยศวริศช่วยดูแลงานเฉลิมพระเกียรติ 12สิงหา โดยมอบหมายให้ดูแลเรื่องตลก ซึ่งนายยศวริศก็ได้ร่วมงานเต็มที่มาโดยตลอด นายยศวริศเป็นผู้มีการศึกษามีวุฒิภาวะย่อมรู้อะไรควรหรือไม่ควร หากทำอะไรไม่ควรเมื่อสำนึกและออกมายอมรับ เรื่องของประเพณีคนไทยทำผิดแล้วขออภัยสังคมก็ยอมรับได้
หลังจากนั้นนายนิพิฏฐ์ ผู้ร้องได้แถลงว่า ได้ยื่นคำร้องและวีซีดีบันทึกการปราศรัยของนายยศวริศ 5 ครั้ง ซึ่งเป็นการกระทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอนในการทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรม บางครั้งได้วิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งการปราศรัยของนายยศวริศเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 55 ที่จ.สมุทรปราการได้มีการกล่าวถึงตุลาการทำนองว่า ส่วนใหญ่เป็นคนแก่ๆ ก็ควรอยู่ในลูกหลานสรรเสริญ แต่ตุลาการกลับมีคนก่นด่าสาปแช่งทุกวัน ซึ่งตนเห็นว่าไม่ใช่การวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต แสดงให้เห็นว่านายยศวริศไม่เข้าใจว่าการก่นด่าหรือวิจารณ์ต่างกันอย่างไร นอกจากนี้ หน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยคือบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน รวมทั้งรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ แต่การกระทำของนายยศวริศเป็นการก่อความไม่สงบ และการมายื่นคำร้องเพราะเห็นว่าในบ้านเมืองมี 2 องค์กรที่ไม่มีภูมิคุ้มกันตนเอง คือ สถาบันพระมหากษัตริย์และศาล เมื่อมีการโจมตีเราไม่เคยเห็น 2 องค์กรนี้ออกมาชี้แจง เราจึงต้องช่วยกันปกป้อง
นายนิพิฏฐ์ ตอบข้อซักถามว่า ตนไม่เกี่ยวข้องกับคดีก่อการร้าย แต่ยืนยันว่าการยื่นคำร้องเป็นการใช้สิทธิ์โดยสุจริต และตนไม่ใช่ฝ่ายตรงข้ามกับนายยศวริศ การยื่นคำร้องเพื่อให้ศาลเห็นพฤติการณ์นายยศวริศที่ผิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราว โดยน่าจะเป็นการล่วงเกินกฎหมายของแผ่นดิน แต่ศาลจะเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่ขึ้นอยู่ดุลพินิจของศาล แม้ตนไม่มีอำนาจในการตัดสินชี้ขาด แต่ตนมีสิทธิ์ยื่นคำร้อง และไม่มีกฎหมายฉบับใดระบุว่าตนไม่สามารถยื่นคำร้องถอนประกันได้ โดยการยื่นร้องก็ใช้สิทธิ์ส่วนตัวไม่ใช่ฐานะทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อตนพบเห็นการกระทำลักษณะดังกล่าวก็ต้องยื่นคำร้องให้ศาลพิจารณา
ต่อมาทนายความของนายภูมิกิติ หรือพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง จำเลยที่ 11 ได้แถลงต่อศาลว่าจำเลยที่ 11 ป่วยมีใบรับรองแพทย์รักษาตัวที่โรงพยาบาลพระราม9 ยื่นต่อศาล จึงขอเลื่อนการสอบถามจำเลยที่ 11 ออกไปก่อน ศาลพิเคราะห์แล้วอนุญาตให้นัดสอบถามจำเลยที่ 11 วันที่ 29 พ.ย.นี้ พร้อมกับจำเลยที่ 3,4,5,9,10 ที่เป็นส.ส. ภายหลังศาลสอบถามนายยศวริศ เสร็จ ได้นัดฟังคำสั่งเวลา 15.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างศาลสอบถามจำเลย นายนิพิฏฐ์ได้แสดงสีหน้ากังวล โดยถามหาชุดอารักขาของตนเอง 3 คน และขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยตามตัว แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดตามตัวได้ ทำให้นายนิพิฏฐ์ไม่สบายใจ ซึ่งหลังจากเบิกความเสร็จนายนิพิฏฐ์และทีมกฎหมายได้เดินทางกลับทันที
ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการพิจารณา นายยศวริศ กล่าวสั้นๆว่า รู้สึกมั่นใจมากขึ้นว่าจะได้รับความเมตตาต่อศาลและเชื่อว่าศาลจะให้ความเป็นธรรมเพราะพยานที่นำมาเบิกความในนี้ล้วนเป็นบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือทั้งสิ้น
"จตุพร"เผยแกนนำนปช.ทุกคนพร้อมน้อมรับคำสินของศาล
นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้ารับฟังการพิจารณาคดี ว่า ตนและแกนนำทุกคนพร้อมรับคำตัดสินทุกประการ และพวกเราทุกคน อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง รู้สึกทำใจกับสถานการณ์และปล่อยวางทุกเรื่องราว อยากบอกให้พี่น้องทุกคนยอมรับคำตัดสินของศาล แม้ว่าผลจะออกมาเป็นบวกหรือลบ ทั้งนี้่ ได้อธิบายถึงการกระทำของตน หมดสิ้นกระบวนความแล้ว เช่นเดียวกับกรณีของนายนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ที่ให้ปากคำเพิ่มเติมไปเมื่อเช้าได้บอกอีกหลายแง่มุมที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อคดี
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศหน้าศาล ว่า ขณะนี้กลุ่มคนเสื้อแดงได้มารวมตัวกันอย่างหนาแน่น แตกต่างจากช่วงเช้าที่ผ่านมา อย่างเห็นได้ชัด โดยเมื่อนายจตุพร เดินทางมาถึงศาลกลุ่มคนเสื้อแดง ต่างโห่ร้องและส่งเสียงให้กำลังใจ



