
ใต้ป่วน!บุกเผาศูนย์ฮอนด้าเก๋งวอด15คัน
คนร้ายสวมหมวกไอ้โม่ง 10 คน ปืนจ่อ 3 เจ้าหน้าที่ รปภ. หมอบกับพื้น ก่อนบุกเผาศูนย์ฮอนด้า ปัตตานี รถเก๋งป้ายแดงวอด 15 คัน จยย. 2 คัน เสียหาย 20 ล้านบาท ด้าน'อนุศาสน์' ไม่เชื่อตกเป็นเป้าก่อการร้าย แม้ 'ศูนย์ฮอนด้าปัตตานี' ถูกเผาวอด อีกที่เผายางรถยนต์และยิงหม้
เมื่อเวลา 02.50 น. วันที่ 22 สิงหาคม ร.ต.ท.กฤษณพงษ์ กุษา ร้อยเวร.สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุวางเพลิง ที่บริษัทปัตตานีฮอนด้าคาร์ส์จำกัด (ศูนย์รถยนต์ฮอนด้า) ตั้งอยู่ริถนนสาย 42 ปากทางจะเจ้าเมืองปัตคตานี เลขที่ 295 ม.7 ต.ตุยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วยรถดับเพลิงของอำเภอหนองจิก ประมาณ 3 คัน เข้าไปอำนวยการดับเพลิง
ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุพบว่า ไฟไหม้บริเวณลานจอดรถยนต์ฮอนด้า ไฟได้โหมไหม้รถที่จอดอยู่ในโชว์รูมจำนวน 17 คัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามควบคุมเพลิงไว้ แต่เนื่องจากรถยนต์เป็นเชื้อไฟอย่างดี จนกระทั่งประมาณ 2 ชั่วโมงเศษจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า ไฟได้ไหม้รถป้ายแดงเสียหายหมดทั้งคัน จำนวน 15 คัน ประกอบด่วยรุ่น แจซ 3 คัน รุ่นซีวิค 6 คัน, รุ่นซีตี้ 3 คัน, รุ่น แอคคอร์ด 1 คัน,รุ่น 7 ที่นั่งฟีด 1 คัน,และรุ่น 7 ที่นั่งสเต๊รป 1 คัน และไฟได้ไหม้ รถจักรยานยนต์เสียหายทั้งคันรวม 2 คัน นอกจากนั้น ใกล้กับรถที่ถูกเผา 15 คันคนร้ายได้งัดขโมยเครื่องเสียงรถยนต์กะบะยี่ห้ออีซูซุ แค็บ สีแดง ทะเบียน กง 5000 สงขลา และรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ ทะเบียน กค.9359 ปัตตานี และยังมีรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเจส สีน้ำตาล และรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นบรีโอ ซึ่งจอดอยู่ตรงข้ามถูกความร้อนของเปลวเหลิง ทำให้ขอบประตูเสียหาย
จากนั้น พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษรฐพันธ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ วังสุภา รอง ผบก. พ.ต.อ.อาคม บัวทอง ผกก.สภ.หนองจิก พร้อมด้วยหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.ปัตตานี, เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานี และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปตรวจสอบ พบฝา แกลลอนขนาด 5 ลิตรตกอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ 1 ฝา และพบรอยรองเท้าของคนร้ายที่พยายามจะปีนเข้าไปในอาคารซ่อมแต่เข้าไปไม่ได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บลายนิ้วมือ และหลักฐานอื่นๆรวบรวมเพื่อส่งพิสูจน์ต่อไป
จากการสอบสวนทราบว่า เป็นบริษัทปัตตานีฮอนด้าคาร์ส์จำกัด (ศูนย์จำหน่ายและซ่อมรถยนต์ฮอนด้า) สาขาปัตตานี เป็นเครือข่ายของ ตระกูล สุวรรณมงคล เจ้าของโรงแรมซีเอสปัตตานี ซึ่งมีนายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล สว.ปัตตานี เป็น กรรมการผู้จัดการบริษัทดังกล่าว โดยมีนางสาวมยุรี สงแก้ว เป็นผู้จัดการทั่วไปคอยดูแล และก่อนหน้านี้ได้ถูกกลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์โรงแรม ซี เอส ปัตตานีได้รับความเสียหายไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา
กระทั่ง ก่อนเกิดเหตุมี เจ้าหน้าที่ รปภ.เฝ้าศูนย์ฮอนด้า จำนวน 3 คน คือ นายอาทิตย์ แวดาแม อายุ 27 ปี ,นายรอนิง มะเซ็ง อายุ 40 ปี ,นายประดิษฐ์ ศรีละภา อายุ 35 ปี ขณะที่กำลังนั่งคุยอยู่ บริเวณม้าหินประตูด้านหน้า ได้มีคนร้ายจำนวน 10 คน พร้อมอาวุธปืนยาว ครบมือ ใช้รถยนต์ปิกอัพไม่ทราบชนิด ได้กระโดดเข้ามประตูเหล็กด้านข้าง เข้ามากระจายโอบล้อมอาคาร โดยคนร้าย 3 คน ได้ใช้อาวุธปืนข่มขู่ให้ เจ้าหน้าที่ รปภ.ทั้ง 3 คนหมอบกับพื้น ส่วนอีก 2 คน ได้ใช้น้ำมันเบนซินราดรถยนต์ป้ายแดง ซึ่งเป็นรถทดลองขับ 4 คัน นอกนั้นเป็นรถป้ายแดง ที่พึ่งส่งมาถึง เตรียมที่จะล้างเพื่อมอบให้กับลูกค้าในวันที่ 22 สิงหาคม นี้ และจอดอยู่นอกอาคารโชว์รูมด้านหลังซึ่งเป็นอาคารโล่ง ไม่มีประตู ก็ถูกคนร้ายจุดไฟเผา และคนร้ายส่วนหนึ่งพยายามจะปีนเข้า ภายในอาคารที่เป็นโชว์รูม และศูนย์ซ่อม ที่มีรถยนต์ป้ายแดง และรถที่นำมาซ่อมรวมเกือบ 40 กว่าคัน แต่ประตูปิดไม่สามารถเข้าได้ โดยคนร้ายใช้เวลาในการปฏิบัติการเพียง 5 นาที จึงหลบหนีไป จากนั้น เจ้าหน้าที่ รปภ.ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สำหรับมูลค่าความเสียหายในเบื้องต้นประมาณ 20 ล้านบาท ส่วนสาเหตุเชื่อว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มคนร้ายที่พยายามทำลายเศรษฐกิจปัตตานี ที่รถยนต์กำลังเติบโต
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในเวลาไล่เลี่ยกัน คนร้ายไม่ทราบจำนวน ยังได้ใช้น้ำมันเบนซินลอบเผาสายเสาสัญญานโทรศัพท์ของ จีเอสเอ็ม ตั้งอยู่ที่บ้านปากาจินอ ต.คอนรัก อ.หนองจิก ทำให้เสียหายใช่การไม่ได้ ซึ่งเป้นพื้นที่ในหมู่บ้าน ห่างจากศูนย์ฮอนด้าประมาณ 2 กม.
"อนุศาสน์" ไม่เชื่อตกเป็นเป้าก่อการร้าย แม้ "ศูนย์ฮอนด้าปัตตานี" ถูกเผาวอด
นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล สว. สรรหา กล่าวถึงเหตุการณ์เผาศูนย์รถยนต์ฮอนด้าของตนเองในช่วงคืนที่ผ่านมา หลังจากก่อนหน้านี้ก็เคยมีเหตุระเบิดใกล้โรงแรมซีเอส ปัตตานี ซึ่งเป็นเจ้าของอยู่เช่นกันว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบข้อมูลเบื้องลึก ทราบเพียงเบื้องต้นจากที่คนในพื้นที่รายงานให้ทราบว่าเป็นการบุกเข้าไปและจุดไฟเผาในเวลาตีสองครึ่ง โดยขณะนี้ตนอยูู่ที่ กทม. และเตรียมลงพื้นที่บ่ายวันนี้ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่คิดว่าตนเองจะตกเป็นเป้าของกระบวนการก่อการร้าย เพราะเท่าที่ติดตามพื้นที่ต่างๆก็ล้วนตกเป็นเป้าทั้งนั้น แต่ยอมรับว่าเหตุการณ์ความรุนแรง เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ โดยที่ตนไม่อยากจะวิเคราะห์ว่าเป็นเพราะการทำงานของหน่วยความมั่นคงในพื้นที่หรือไม่ หรือเป็นเพราะการปรับเปลี่ยนนโยบาลของรัฐบาลในขณะนี้ อย่างไรก็ตามในพื้นที่ภาคใต้มีหลายหน่วยงานที่เข้ามาแก้ไขปัญหา ซึ่งตนเห็นว่าเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงนี้รัฐบาลปรับนโยบายและตั้ง ศปก.จชต. ขึ้นมาดูแล และบูรณาการ แก้ปัญหาใหม่ ทำให้เกิดช่องว่างให้ฉวยโอกาสก่อเหตุหรือไม่ นายอนุศาสน์ ระบุว่า คงไม่ใช่ เพราะในพื้นที่มีหน่วยงานด้านความมั่นคงที่คอยดูแลอยู่แล้ว และการตั้ง ศปก. จชต. ก็ต้องมาติดตามว่าสามารถที่จะทำให้เกิดการบูรณาการแนวทางการแก้ปัญหากับหน่วยงานที่เคยทำหน้าที่ตรงนี้มาก่อนระหว่าง ศอ.บต. และ กอ.รมน. หรือไม่
"ขอฝากไปถึงนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะ ผอ.ศอ.บต. และ ผอ.กอ.รมน. ให้เร่งแก้ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือการดูแลความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน เมื่อ ผอ.กอ.รมน. และ ผอ.ศอ.บต.เป็นคนเดียวกันทิศทางการทำงานยจะสอดคล้องกัน แต่รัฐบาลเองต้องพิจารณาปัญหาที่ผ่านมาว่ามีความผิดพลาดบ้างหรือไม่และหาแนวทางที่จอบโจทย์ต่อการแก้ปัญหาให้คลี่คลาย"
โชว์รูมรถปัตตานีเพิ่มมาตรการรปภ.เข้มงวด
ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีคนร้ายลอบเผาโชว์รูมรถฮอนด้าปัตตานีว่า หลังเกิดเหตุโชว์รูมรถยี่ห้อต่างๆ ในพื้นที่ โดยเฉพาะที่ตั้งอยู่ถนนสาย 42 ปากทางเข้าตัวเมืองปัตตานี ปรากฏว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างปกติ แต่มีหลายบริษัทที่มีการเตรียมการนำรถใหม่ป้ายแดงไปจอดสถานที่อื่น นอกจากนั้นมีการนำรถจากโชว์รูมมาตั้งไว้ที่ลานเพื่อเตรียมนำไปจอดที่อื่นเช่นกัน เพื่อความปลอดภัย นอกจากนั้นหลายบริษัทได้นำลวดหนามมาล้อมรอบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง นอกจากนั้นมีการว่าจ้างให้ทำรั้วเหล็กเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันเหตุร้าย พร้อมทั้งติดตั้งกล้องวงจรปิด โดยซุกซ่อนกล้องตามจุดต่างๆ รวมทั้งใช้ระบบออโตเมติด มีเสียงไซเรนส์ดัง รวมทั้งมีการเชื่อมกับ สภ.เมืองปัตตานี นอกเหนือจากยามที่จ้างเฝ้าดูแลอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากกรณีที่คนร้ายเผารถยนต์ฮอนด้า ซึ่งเป็นเครือข่ายของโรงแรมซีเอสปัตตานี นั้น ปรากฏว่า มีความเข้มงวดบุคคลที่เข้าออกโรงแรม รวมทั้ง ยานพาหนะทุกชนิด ต้องมีการตรวจตรา บรรดาพนักงานต่างๆ ถูกสั่งมาจากผู้บริหาร ให้ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย
ขณะที่ นายธีระ มินทราศักดิ์ ผวจ.ปัตตานี เปิดผยว่า เรื่องนี้พนักงานสอบสวนทั้งเจ้าหน้าที่สอบสวนฝ่ายทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองมีการติดตามสถานการณ์แต่ละเหตุการณ์อยู่ทุกกรณี ซึ่งจากการสอบสวนบางกรณีพบว่าบางเหตุการณ์ไม่ใช่เป็นเรื่องสถานการณ์อย่างเดียว อาจจะมีเรื่องส่วนตัวและ ยาเสพติดบ้าง ทั้งนี้แม้เหตุการณ์ความรุนแรงจะลดจริงแต่มีความรุนแรงเพิ่มขี้น ขณะนี้ต้องระมัดระวังเพิ่มการตรวจเข้ม
เนื่องจากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น ทั้งเผาซีซีทีวี (กล้องวงจรปิด) ระเบิดและเผา ซึ่งการทำลายทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และสาธารณประโยชน์ของรัฐ แต่พี่น้องประชาชนไม่ได้รับผลกระทบ หรือได้รับอันตรายบาดเจ็บเสียชีวิต แต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่า คนร้ายมุ่งเน้นสร้างความเสียหายเรื่องเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งขณะนี้จะเห็นได้ว่า คนร้ายมุ่งสถานการณ์โดยทำลายด้านเศรษฐกิจ ขณะนี้ มีการบูรณาการ และสั่งทุกหน่วยในการตั้งจุดตรวจจุดสกัด ตรวงจเข้ม แต่ที่สำคัญให้พี่น้องประชาชนมีความปลอดภันในชีวิตและทรัพย์สิน
ป่วนเมือง!เผายางรถ-ยิงหม้อแปลงไฟฟ้า 4 จุด ที่ อ.ปะนาเระ
เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา พ.ต.อ.มานิตย์ ยิ้มซ้าย ผกก.สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุป่วนเมือง เขตอำเภอปะนาเระ จำนวน 4 จุด คือ เผายางรถยนต์ บนถนน ม.5 บ้านกลาง ต.บ้านกลาง อ.ปะนาเระ, จุดที่ 2 เผายางรถยนต์ บนถนนสาย 415 ถนนเลียบฃายทะเล ต.น้ำบ่อ อ.ปะนาเระ,จุดที่ 3 คนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธสงครามกราดยิงหม้อแปลงไฟฟ้า 2 จุด ที่บ้านฮูลามาวอ บ้านปะนาเระ ต.ปะนาเระ อ.ปะนาเระ และ ที่ ม.3 บ้านพ่อมิ่ง ต.พ่อมิ้งอ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี
ทั้งนี้ พร้อมด้วยกำลังตำรวจ ทหาร รุดไปตรวจสอบเกิดเหตุ พร้อมรถดับเพลิงอำเภอปะนาเระ ปรากฏว่า เผายางรถยนต์ สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ทั้งสองจุด ส่วน หม้อแปลงไฟฟ้า ส่งผลให้หม้อแปลงได้รับความเสียหาย ไฟฟ้าดับทั้งสองจุด ขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้แล้ว อย่างไรก็ตามได้จัดกำลังดูแลความปลอดภัยแล้ว



