
'ชาดา'เดือด!จี้ตร.ล่ามือยิงฆ่าลูกชาย
'ชาดา'เดือด เผยนาทีเกิดเหตุยิงลูกชาย จี้ตำรวจหากเป็นจิ๊กโก๋ท้องถิ่นต้องจับให้เร็ว ไม่ยันการเมืองเอี่ยว ด้าน'ผบช.ภ.3'ชี้ปมสังหารลูก 'สส.ชาดา' เหตุขับรถปาดหน้ากัน ชี้หากลูกไม่ตายหวังวางตัวลงเล่นการเมือง
22 ส.ค.55 นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงเหตุการณ์ยิงบุตรชาย นายฟารุต ไทยเศรษฐ์ จนเสียชีวิต ในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทางสถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ ตนขับรถไปกับลูกและเด็กๆ และไปจอดด้านหน้าร้านแม็คโดนัลด์ ไปรับพรรคพวก โดยสลับไปขับรถบีเอ็ม หากไม่ใช่คนที่อยู่ในร้านแม็คโดนัลด์จะคิดแค่ว่า สลับที่นั่งกับลูกชายเท่านั้น จากนั้นก็กลับเลย และมาแวะร้านเซเว่น อีเลเว่น ซึ่งตอนนั้นก็ไม่มีรถอะไรตามตนมาเลย และตนก็ออกจากเซเว่นลูกก็ขับรถตามมาติดๆ และช่วงนั้นก็ไม่มีรถสักคัน แต่อยู่ดีๆก็มีรถมาตาม เป็นมิตซูบิชิ สตราดาโหลดเตี้ย เสียงดัง และ อยู่ๆก็แซงเราไป อีกสักพักรถคันนี้ก็มาใหม่ก็แซงอีกที ตนก็เริ่มรู้สึกระแวงเมื่อใกล้ถึงที่พักรถคันนี้จอดชิดซ้ายอีก ตนก็ขับผ่านไปและรู้สึกว่า หากตามอีกทีจะมีอันตรายแล้ว ซึ่งตนกับลูกก็ขับมา และเขาก็จี้ตูดและเขาก็แซงรถลูกชาย แต่จะแซงรถของตน ตนก็ไม่ให้แซงและเร่งออกไปปรากฏว่า เขาไม่แซงและไปเบรกตัดใส่รถลูกชาย ซึ่งต่อมาตนก็ไม่เห็นรถตามมา ตนเลยย้อนรถกลับไปดู ก็เจอรถคนร้ายดับไฟสวนมา และยิงใส่รถของตนด้วย คล้ายกับไม่ให้ตาม และตนก็มุ่งหน้าไปหารถลูกชายและก็พบว่าเกิดเหตุ และพาส่งโรงพยาบาล
นายชาดา กล่าวต่อว่า ตนรอฟังตำรวจอยู่ ซึ่งตำรวจบอกน่าจะเป็นนักเลงท้องถิ่นแต่ถ้าเป็นนักเลงท้องถิ่นจริง ลักษณะรถที่ใช้ก่อเหตุ อย่างนี้จำได้ง่าย ถามขี้เมาแถวนั้นต้องรู้ ถ้าวิ่งประจำแถวนั้นต้องรู้ หากเป็นอย่างนั้นก็ไม่เกินฝีมือตำรวจไทย หากเป็นท้องถิ่นต้องเอาตัวมาให้ได้ เพราะจะเสียชื่อเสียงแหล่งท่องเที่ยว ไม่งั้นเสียหายบ้านเมือง ต่อไปใครจะกล้าไป ระดับอย่างนี้ยังโดนและชาวบ้านจะโดนขนาดไหน
ส่วนเรื่องที่ตั้งข้อสังเกตุว่า มีการขับรถปาดหน้าจนเป็นเหตุ นายชาดา กล่าวว่า ตนไม่ได้ขับเร็ว และขณะนั้นไม่มีรถนำหรือสวน อยู่ๆก็มีรถคันนี้ออกมา ตอนเกิดเหตุใหม่ๆ สัญชาตญาณก็รู้ว่าเขาจะตามตน แต่หากจะตามน่าจะรู้ว่าตนขับรถบีเอ็มแล้ว แต่เอ๊ะมันยังไงกัน เขาเจตนาจะยิงคนนั่งซ้ายอย่างเดียว
เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า เป็นเรื่องการเมืองหรือธุรกิจ นายชาดา กล่าวว่า เรื่องธุรกิจตนไม่ขัดแย้งกับใคร ส่วนการเมืองตอบไม่ได้ การเมืองในท้องที่ ฟารุตเขาก็เปิดตัวจะลงสมัครในครั้งหน้า เรื่องการเมืองมีทั้งเป็นไปได้และไม่ได้ ตนไม่มีปัญหาขัดแย้งอะไร ตนมองไม่ออก และภาวนาอยากให้เป็นจิ๊กโก๋ท้องถิ่นอย่างที่บอก
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่หลายคนบอกว่าเป็น "เจ้าพ่อ" นายชาดา กล่าวว่า พอเกิดเป็นข่าวก็มาลงที่ตน อย่างกรณีผู้กำกับไทรงาม เรื่องปล้นธนาคาร พอเกิดเหตุตนก็มารู้ทีหลัง ผู้กำกับไทรงามตนก็ไม่รู้จักหน้าตา ไม่ใช่ว่าคนอุทัยธานีไปทำอะไรตนต้องรู้หมด นึกอะไรไม่ออกบอกว่าเป็นชาดาไว้ก่อน แต่เวลาตนโดนกลับบอกเป็นนักเลงท้องถิ่น แต่หากคนอื่นโดนส่งมาทางนี้อย่างเดียว
"ที่ผ่านมา ในทุกเรื่องเวลาบอกว่าผมไม่เกี่ยว แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร ไม่มีใครมาขอโทษ ผมยังเคยพูดว่าหากลูกผมเป็นอะไรไปไม่โทษผมอีกหรือ" นายชาดากล่าว
ส่วนจะไปให้การกับตำรวจเมื่อไหร่นั้น นายชาดา กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุก็มีตำรวจตามไปโรงพยาบาลสอบปากคำ ซึ่งก็เมาด้วย เขาก็ถามวกไปวนมา โดยเป็นสายสืบ แต่ก็ไม่ได้แสดงพฤติกรรมอะไร ตอนนี้พร้อมจะไปให้ข้อมูลทุกเวลา
ผบช.ภ.3 ชี้ปมสังหารลูก สส.ชาดา เหตุขับรถปาดหน้ากัน
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงรถยนต์โตโยต้า แลนด์ครุยเซอร์ สีดำ ทะเบียนป้ายแดง อ - 5726 กรุงเทพฯ ของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งเหตุเกิดที่บริเวณบ้านคลองเดื่อ หมู่ 6 ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา จนเป็นเหตุให้นายฟารุต ไทยเศรษฐ์ อายุ 25 ปี บุตรชายของนายชาดาซึ่งเป็นคนขับรถเสียชีวิต เมื่อคืนวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น
พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจให้น้ำหนักไปทางเหตุการณ์เฉพาะหน้า เพราะขณะเกิดเหตุมีเรื่องการขับรถเปิดไฟสูงใส่กัน และขับแซงกันไปมา จากนั้นก็มีการใช้อาวุธปืนยิงต่อสู่กัน โดยฝั่งในรถยนต์ของผู้ตายใช้อาวุธปืนขนาดจุด 380 และฝั่งรถยนต์คู่กรณีใช้อาวุธปืนขนาด 9 ม.ม.
"เพราะตำรวจสามารถเก็บหลักฐานเป็นหัวกระสุนปืนได้จากในรถของผู้ตาย และตามข้างทาง ตำรวจจึงให้น้ำหนักไปที่เรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า ส่วนประเด็นความขัดแย้งในเรื่องเก่า และประเด็นการเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่ได้ตัดทิ้ง แต่ทั้งสองประเด็นก็ยังมีน้ำหนักน้อย โดยตำรวจเชื่อว่าคนร้ายน่าจะมีไม่เกิน 2 คน เพราะรถยนต์กระบะคู่กรณีเป็นกระบะแบบนั่งตอนเดียว" พล.ต.ท.ภาณุ กล่าว
พล.ต.ท.ภาณุ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามในขณะที่เกิดเหตุในรถยนต์ของฝั่งผู้ตายมีคนมาด้วยกันในรถทั้งหมด 6 คน รวมทั้งผู้ตาย แต่หลังเกิดเหตุมีพยานที่นั่งอยู่ในรถด้านหลังเพียง 2 คน เท่านั้นที่มาให้ปากคำ แต่พยานที่เหลืออีก 3 คน โดยเฉพาะคนที่นั่งด้านหน้าข้างกับผู้ตายยังไม่มาให้ปากคำ เพราะตำรวจเชื่อว่าพยานที่นั่งข้างผู้ตายน่าจะรู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่จากการประสานไปยังครอบครัวผู้ตายบอกว่าขอเวลา 2 - 3 วัน จึงจะนำพยานมาให้สอบปากคำ
นอกจากนี้จากการตรวจสอบภายในรถผู้ตายยังพบซองอาวุธปืนตกอยู่ในรถ และพบว่า มีการลดกระจกรถด้านหน้าทั้ง 2 บานลงด้วย จึงทำให้ตำรวจเชื่อว่ามีการใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กัน และหลังเกิดเหตุรถคู่กรณีได้ขับรถปิดไฟหลบหนีไป ตำรวจจึงเชื่อว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนที่ชำนาญในพื้นที่เป็นอย่างดี และดูจากการใช้อาวุธปืน รวมทั้งวิถีกระสุนก็ไม่น่าจะเป็นพวกมือปืนอาชีพ
ผกก.หมูสี สั่งล่ามือยิง ลูก สส.ชาดา
พ.ต.อ. ธนาวุฒิ เคหะเจริญ ผกก. สภ. หมูสี อ. ปากช่อง จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ได้ประสานตำรวจทั้ง สภ.ออกหาข่าว ความเคลื่อนไหวของรถคันก่อเหตุ ยิงลูกชายนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส. อุทัยธานี พรรค ชาติไทยพัฒนา โดยให้เจ้าหน้าที่ประสานกับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน สืบหาหากว่ามีการพบเห็นรถยนต์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีฟ้า โหลดต่ำ บ้างหรือไม่ รวมถึงประสานไปยังพื้นที่ตำบลใกล้เคียง อีกด้วย ซึ่งจะต้องมีการนำข้อมูลของแต่ละส่วนมาประมวลผลความคืบหน้าต่อไป ส่วนผู้ที่นั่งมาในรถคันเดียวกับผู้ตาย ยังไม่มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน
ส.ส.ชาดา จี้ ตร.จับคนร้าย ชี้หากลูกไม่ตายหวังวางตัวลงเล่นการเมือง
บรรยากาศที่บ้าน ส.ส.ชาดา ยังคงมีคนคุ้นเคยทยอยเดินทางไปแสดงความเสียใจและให้กำลังใจ ก่อนที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี ก่อนที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเข้าร่วมประชุมสภาฯ ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของเจ้าหน้าที่ตรวจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 สิงหาคม บรรยากาศที่บ้านพักของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.จังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ครอบครัวของ นายชาดา ยังอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจ กรณีการเสียชีวิตของ นายฟารุต ไทยเศรษฐ์ ยังคงมีผู้หลัก ผู้ใหญ่ นักการเมืองท้องถิ่น ทั้งภายในจังหวัด และต่างจังหวัด รวมทั้งประชาชน ทยอยเดินทางมาแสดงความเสียใจ และให้กำลัง อย่างต่อเนื่องอย่างเช่น นายสุวัฒน์ โชคสุวัฒสกุล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ท่ามกลางการการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
และในช่วง 10.30 น. วันเดียวกัน นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ได้เดินทางเข้ากรุงเทพมานคร โดยมีบรรดาลูกๆ หลานๆ และน้องสาว มายืนส่งขึ้นรถ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยปฎิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี อำนวยความสะดวกรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทาง
นายชาดา ไทยเศรษฐ์ เปิดเผยความรู้สึก ในกรณีสูญเสียลูกชาย ที่ก่อนหน้านี้วางตัวจะให้เป็นทายาททางเมืองไว้ โดยกล่าวว่า เรื่องคดี ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการติดตามสืบหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี และกล่าวสั้นๆว่า สาเหตุที่เกิดขึ้น ส่วนตัวไม่สามารถจะคาดเดาได้ถึงปมสังหารในครั้งนี้ เพราะมันเกิดขึ้นเร็วมาก และเป็นเวลากลางคืน



