ข่าว

 ประกาศล่าใน'เฟซบุ๊ก'ตร.รวบ'นักตุ๋น'จนมุม

ประกาศล่าใน'เฟซบุ๊ก'ตร.รวบ'นักตุ๋น'จนมุม

22 ส.ค. 2555

ประกาศล่าใน'เฟซบุ๊ก'ตร.รวบ'นักตุ๋น'จนมุม : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ

               จากปัญหาครอบครัวแตกแยกทำให้ "ชาคร บุญเชิญ" เลือกเดินทางผิดก่อเหตุลักเล็กขโมยน้อยมาตั้งแต่เด็กๆ จนเติบโตเป็นหนุ่มใหญ่วัย 33 ปี ยิ่งบ่มเพาะให้เขาช่ำชองในการลวงหลอกต้มตุ๋นผู้คนเพื่อหวังต่อทรัพย์มากขึ้น แต่สุดท้ายก็ต้องจนมุมตำรวจ หลังจากบรรดาเหยื่อของเขารวมตัวกันตั้งแฟนเพจในเฟซบุ๊กไล่ล่าจนนำไปสู่การจับกุมตัวได้ในที่สุด
 
               ปฐมบทของคดีนี้ เริ่มต้นจากผู้เสียหายสุภาพสตรีคนหนึ่ง หลังจากถูกนายชาครใช้อุบายหลอกลวงขโมยเอาทรัพย์สินไปจำนวนมาก จึงได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า "ตามล่าไอ้โอม" www.facebook.com/omehunter และ อีเมล [email protected] จนกระทั่งมีผู้เสียหายอีกหลายคนที่ถูกคนร้ายก่อเหตุเข้ามาร่วมบอกเล่าแล้วแจ้งข้อมูลของคนร้าย จนกระทั่งมีผู้ติดตามเกือบ 5,000 ราย
 
               หนึ่งในผู้ติดตามแฟนเพจดังกล่าว คือ พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผบช.น. ได้โพสต์ข้อความเข้าไปในเครือข่ายสังคมนี้ว่า "รับทราบแล้วครับ ผมรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลจะเร่งรัดจับกุมให้"!!
 
               หลังโพสต์ข้อความ พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ รายงานเรื่องราวของคดีที่เกิดขึ้นให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ทราบ แล้วสั่งการให้ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ ผกก.สส.3 บก.สส และ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน สว.กก.สส.3 บก.สส. พร้อมชุดสืบสวนเร่งแกะรอยคลี่คลายคดี
 
               ชุดสืบสวนพยายามรวบรวมข้อมูลจากผู้เสียหายหลายคน ระบุว่า คนร้ายมีตำหนิรูปพรรณอ้วนเตี้ย โดยผู้เสียหายบางคนมีรูปคนร้ายที่ได้จากภาพจากกล้องวงจรปิดแต่ภาพไม่ค่อยชัดเจน นอกจากนี้ผู้เสียหายบางคนระบุว่าคนร้ายคือ นายชาคร บุญเชิญ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119 ต.เมืองลีง อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ เพราะผู้เสียหายคนหนึ่งเคยเห็นคนร้ายใช้บัตรประชาชนซื้อคีย์การ์ดเข้าออกคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งแล้วเข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์
 
               ข้อมูลของ นายชาคร ถูกตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่า เคยมีประวัติกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์และคดีข่มขืน ในหลายท้องที่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล นอกจากนี้ รูปถ่ายของนายชาคร จากฐานข้อมูลบุคคลทำให้ผู้เสียหายหลายคนยืนยันว่าเป็นคนร้ายที่ติดตามหากันมานานในสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ก
 
               การควานหาตัวเป็นไปด้วยความยากลำบาก อีกทั้งชุดสืบสวนวิเคราะห์ว่า นายชาคร น่าจะมีความระมัดระวังตัวตลอดเวลา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา เกิดคดีทุบกระจกรถยนต์แล้วลักทรัพย์สินภายในรถยนต์ของช่างภาพนิตยสารชื่อดังเล่มหนึ่ง เหตุเกิดภายในซอยบางขุนนนท์ 29 ท้องที่ สน.บางขุนนนท์
 
               ต่อมาช่วงหัวค่ำวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ช่างภาพซึ่งเป็นผู้เสียหายได้รับการติดต่อทางโทรศัพท์มือถือจากชายคนหนึ่ง อ้างว่ามีคนร้ายนำอุปกรณ์ถ่ายภาพและโน้ตบุ๊กที่มีไฟล์ภาพถ่ายของ "ณเดชน์ คูกิมิยะ" กับ "ญาญ่า" อุรัสยา พระเอก-นางเอกดัง ที่จะใช้ลงนิตยสาร มาจำนำไว้ในราคา 6 หมื่นบาท หากไม่มาพบจะนำสิ่งของทั้งหมดขายในตลาดมืด โดยระหว่างสนทนาได้ยินเสียงรอบข้างของคนร้ายพูดว่าซอยลาดพร้าว 15 ชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่ในคืนนั้นจนกระทั่งพบเบาะแสทำให้ทราบว่า นายชาคร พักอยู่ห้องเลขที่ 705 ภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ซอยลาดพร้าว 15 ชุดสืบสวนส่วนหนึ่งดักบริเวณทางหนีไฟ บางส่วนดักทางเข้าออกตรงกลาง บางส่วนดูความเคลื่อนไหวจากกล้องวงจรปิด
 
               จนกระทั่งตีสาม วันที่ 19 สิงหาคม ชุดสืบสวนตัดสินใจใช้โทรศัพท์ภายในโทรขึ้นไปยังห้องพักของ นายชาคร ปรากฏว่าปลายทางเป็นเสียงผู้ชายรับสาย ชุดสืบสวนจึงอ้างว่าต่อห้องผิด และไม่มีใครคาดคิดว่า นายชาครจะไหวตัวรีบเดินออกจากห้องพักด้วยอาการลุกลี้ลุกลน จากนั้นกดลิฟต์โดยสารมาลงที่ชั้น 5 จากนั้นเดินออกมาเปิดประตูทางหนีไฟมาลงที่ชั้นสองก่อนที่จะลงมาชั้นล่าง ขณะที่ชุดสืบสวนดักรออยู่พร้อมหมายจับ!!
 
               "ผมระวังตัวอยู่แล้ว คิดว่ากลางดึกใครจะโทรขึ้นมาผิดห้อง จึงตัดสินใจกดลิฟต์โดยสารหลอกเดินลงทางประตูหนีไฟเพื่อสังเกตความเคลื่อนไหว แต่ตำรวจทำงานเงียบมาก คดีลักทรัพย์ผมยอมรับทุกคดี ส่วนคดีข่มขืนนั้นยืนยันว่าไม่เคยทำ" นายชาครรับสารภาพ 


...........

(หมายเหตุ : ประกาศล่าใน'เฟซบุ๊ก'ตร.รวบ'นักตุ๋น'จนมุม : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)