ข่าว

ทุกข์

ทุกข์

22 ส.ค. 2555

ทุกข์ : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

              ระยะนี้มีคนพยายามจะหาถ้อยคำมาอธิบายปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนับแต่เมื่อ 6-7 ปีก่อนจนทำให้การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของบ้านเมืองอยู่ในสภาพที่เรียกว่า “ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก” คือขยับเขยื้อนไปข้างใดไม่ได้ จะไปข้างหน้าหรือถอยไปข้างหลังก็ไม่ได้เหมือนกัน หมากในลักษณะเช่นนี้เป็นอันตรายมาก เพราะมีแต่ตายกับตายลูกเดียว
 
               โลกทุกวันนี้เคลื่อนไปอย่างรวดเร็วกว่าในสมัยก่อน และความเคลื่อนไหวของประเทศต่างๆ ก็เชื่อมโยงกันราวตาข่ายหรือใยแมงมุม การชะงักงันแม้จะชั่วเวลาไม่นานก็อาจทำให้ประเทศของเราตกรุ่นหรือตกโลกได้ ดังนั้น ในยามนี้จึงควรเป็นช่วงเวลาแห่งความร่วมมือร่วมใจและอุทิศตัวเพื่อการแข่งขันกับต่างประเทศ มากกว่าการที่จะมาสร้างความแตกแยกและยึดมั่นถือมั่นในความคิดของตน โดยเฉพาะความคิดเห็นที่แตกต่างกันแบบสุดลิ่มทิ่มประตู เพราะการมุ่งหมายที่จะเอาชนะแบบหลับหูหลับตานั้น สิ่งที่จะได้รับก็คือความพินาศทั้งของตนเองและประเทศชาติ
 
               ปัจจัยของความขัดแย้งในประเทศไทย ที่หลายๆ คนพยายามบอกอยู่ในเวลานี้ ก็คือความรักที่มากเกินไป ความหลงที่มากเกินไป และความโกรธที่มากเกินไปของคนไทย ลำพังแค่ความรัก ความหลง และความโกรธ ซึ่งเป็นปฐมภูมิของความทุกข์โดยแท้
 
               ความรักนั้น มีคำกล่าวว่าความรักทำให้ตาบอดหรือเสมือนคนตาบอด เพราะนอกจากคนที่ตนรักแล้วก็มองสิ่งอื่นใดไม่เห็น ความหลง ไม่ว่าจะเป็นการหลงทาง หลงผิด หรือหลงใหล ก็ล้วนแต่ทำให้ตนเดินออกนอกแนวทางที่ถูกที่ควร และปักใจเชื่อว่าแนวทางของตนนั้นเป็นสิ่งที่วิเศษสุด สิ่งที่คนอื่นคิดคนอื่นทำเป็นสิ่งที่ผิดทั้งหมด หรือคนอื่นทำอะไรแทบตายก็แกล้งทำเป็นมองไม่เห็นและหาเหตุมาติเตียนได้เสมอ ส่วนความโกรธย่อมทำให้คนเราขาดสติ ขาดเหตุผล ขาดวิจารณญาณ และขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี จนแสดงกิริยาวาจาที่ก้าวร้าวรุนแรงต่างๆ สมดังที่มีผู้เปรียบว่า โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า
 
               สังคมใดที่เต็มไปด้วยความรัก ความหลง และความโกรธ อย่างใดอย่างหนึ่งจนมากมายเกินไปก็เป็นสังคมที่น่ากลัวแล้วครับ เพราะความรัก ความหลง และความโกรธนั้น เป็นเหมือนไฟประลัยกัลป์ ซึ่งสามารถทำลายสิ่งต่างๆ ให้วอดวายได้ และที่สำคัญก็คือทำลายตัวเองให้ย่อยยับลงไปด้วยเสมอ เหตุการณ์รุนแรงหลายต่อหลายครั้งในบ้านเมืองก็มีที่มาจากเจ้าสามเกลอหัวแข็งนี่แหละครับ แต่เรามักจะไม่ค่อยได้จดจำหรือเรียนรู้เรื่องราวในอดีตเท่าที่ควร
 
               อย่างไรก็ตาม ผมไม่แน่ใจว่าผู้ที่ให้คำอธิบายนี้หลงลืมหรือมองข้ามปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งของความทุกข์และปมปัญหาในบ้านเมืองทุกวันนี้ไปหรือเปล่า? นั่นก็คือความโลภเกินไป และความโลภเกินไปนี่แหละครับ คือตัวพ่อของปัญหาและความทุกข์ของประเทศไทยและคนไทยในตอนนี้
 
               หากมองย้อนกลับไปก่อนที่ความวุ่นวายต่างๆ จะเกิดขึ้นในบ้านเมืองนั้น ถ้าไม่มีความโลภเกินไป และผู้เป็นรัฐบาลในเวลานั้นตั้งใจทำหน้าที่ของตน โดยไม่เบียดบังผลประโยชน์ของชาติและกอบโกยผลประโยชน์ใส่ตัวจนเกินไปแล้ว ก็น่าเชื่อว่าคงไม่มีการยึดอำนาจและเหตุการณ์อื่นๆ ตามมาหรอกครับ
 
               ปัจจัยแห่งความทุกข์นั้นมี 4 ประการ คือ รัก โลภ โกรธ หลง จะละเว้นตัวหนึ่งตัวใดไปไม่ได้ แม้ว่าบางคนอาจจะเห็นว่าความโลภเกินไป ไม่ได้ทำให้ตนเองเป็นทุกข์ก็ตาม