
'แกนนำนปช.'ฉุนจัดดาหน้าถล่มกมส.
แกนนำแดง ดาหน้าถล่มแถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิฯ "ปธ.กสม." หนีสื่อเลี่ยงแจงอ้างผลสอบยังไม่แล้วเสร็จ ก่อแก้ว ยันแกนนำไม่หนีนอกประเทศมั่นใจศาลไม่ถอนประกัน
21ส.ค.2555 นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. กล่าวว่า ขอประณามรายงานของคณะกรรมการสิทธิฯและปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ตลอดการชุมนุมคนเสื้อแดงไม่เคยมีอาวุธ สื่อที่ติดตามทำข่าวทราบดี เหตุการณ์บุกโรงพยาบาลจุฬา ส่วนตัวแม้ไม่เห็นด้วย ได้กล่าวขอโทษไปแล้ว แต่ก็เห็นว่าการเคลื่อนย้ายสมเด็จพระสังฆราชที่พักรักษาพระองค์เห็นว่าทางโรงพยาบาลทำเกินไป ทั้งที่เราไปโรงพยาบาลจุฬาเพื่อขอตรวจดูว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารซุ่มยิงใส่คนเสื้อแดงจริงหรือไม่
นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช.กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ไม่เห็นคณะกรรมการสิทธิ์คนใดจะออกมาห้ามปรามทหาร ถ้าอย่างนี้กรรมการสิทธิ์เหมือนเป็นการออก Licence to kill หรือ ออกใบรับรองการฆ่า ให้กับรัฐบาลในอนาคตใช่หรือไม่ อยากให้สังคมอ่านรายงานทั้ง 2 ฉบับ ระหว่างของกรรมการสิทธิ์และรายงานจากผู้ที่ได้รับผลกระทบการชุมนุม ขอท้ากรรมการสิทธิ์ฯออกมาดีเบตกับตน ไม่อยากเห็นการฆ่ากันหรือให้คนไทยมารบราฆ่าฟันกันอีก อยากให้เอาความจริงมาพูดกันแล้วหาแนวทางป้องกัน
"ปธ.กสม."หนีสื่อเลี่ยงแจงอ้างผลสอบยังไม่แล้วเสร็จ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) เปิดเผยข้อมูลผลการสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ความไม่สงบจากการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงปี 52 - 53 ต่อสาธารณชนนั้น ทางผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปยัง นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชน อยู่หลายครั้ง แต่นางอมราก็ไม่ได้รับโทรศัพท์ ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อไปยังเลขานุการ หน้าห้องของนางอมรา จึงได้คำตอบว่า ช่วงนี้นางอมราไม่ค่อยสะดวกที่จะให้สัมภาษณ์ อีกทั้งประเด็นดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณายังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งนางอมรา ต้องการที่จะได้ผลสรุปที่ชัดเจนเสียก่อนแล้วจพแจ้งไปยังสื่อมวลชน เพื่อนัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการต่อไป
“ก่อแก้ว”ยันแกนนำไม่หนีนอกประเทศมั่นใจศาลไม่ถอนประกัน
นายก่อแก้วกล่าวถึงกรณีศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษา ว่า จะถอนประกันตัวแกนนำนปช.ทั้ง19 คนหรือไม่ ว่า ส่วนตัวไม่มีอะไรให้ต้องกังวล มั่นใจว่าแกนนำเสื้อแดงจะไปฟังคำพิพากษาหมด ไม่มีใครเดินทางออกนอกประเทศ ส่วนตนวันที่ 22ส.ค. มีประชุมที่สภาฯทั้งช่วงเช้า-บ่าย ยังไม่แน่ใจว่าจะเดินทางไปหรือไม่ เชื่อมั่นว่าศาลคงจะไม่สั่งถอนประกันตัว
ทั้งนี้นายก่อแก้ว กล่าวติดตลกว่า คนที่ตื่นเต้น มีเพียงนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋งดอกจิก ขอให้แพ็กกระเป๋าติดไปด้วยก็ดี ไม่ต้องห่วงติดคุกยังมีวันออก ตนติดคุก 9 เดือน พอออกมาก็มาอยู่กับลูก กับเมีย แต่พวกที่ไปกัมพูชา ลาว ฮ่องกง ยุโรป กว่าจะได้กลับมาลำบาก นายยศวริศ หากถูกดำเนินคดีจริง อยากให้ไปอยู่เรือนจำบางเขน เพราะมีแต่คนเสื้อแดงทั้งนั้น อย่างน้อยก็ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย
"เจ๋ง ดอกจิก”พร้อมมาศาลฟังคำสั่งถอนประกัน
นายยศวริศ กล่าวว่าทีมทนายความได้เตรียมพยานบุคคลเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมพื้นที่และได้ฟังคำปราศรัยของตนมาขึ้นเบิกความ รวมทั้งหลักฐานเป็นแผ่นวีซีดีและเอกสารถอดเทป การปราศรัยในวันเกิดเหตุมายื่นต่อศาล โดยเชื่อว่าศาลจะมีความยุติธรรมและเมตตาให้ตน เพราะตนแสดงความคิดเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นศาลการเมืองไม่ใช่ศาลยุติธรรม อีกทั้งผู้ร้องก็ไม่มีมูลเหตุเกี่ยวข้องในคดีจึงเห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องของการเมือง และที่ตนปราศรัยนั้นก็ไม่ได้มีเจตนาปลุกปั่น แม้ผลจะออกมาในทางลบก็ขอน้อมรับคำวินิจฉัยแต่เชื่อว่าศาลจะมีความยุติธรรมและเมตตา ขณะที่ตนคิดว่าช่วงเช้าจะมีจำเลยคนอื่น รวมทั้งจำเลยที่เป็น ส.ส.ซึ่งมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง เดินทางมาฟังการไต่สวนและให้กำลังใจ โดยคาดว่าแนวร่วม นปช.น่าจะเดินทางมาศาลมากกว่า เมื่อวันที่ 9 ส.ค.ที่ผ่านมาเพราะเป็นวันนัดฟังคำสั่งเรื่องสำคัญ
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังเดินทางมายื่นหลักฐานเพิ่มเติมต่อศาลอาญาว่า ตนได้นำวีซีดีการปราศรัยของนายยศวริศ ที่ปราศรัยโจมตีศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ 5 ครั้ง เพื่อให้ศาลตรวจสอบและชี้ให้เห็นว่านายยศวริศ มีพฤติกรรมการปราศรัยซ้ำซากในการโจมตีองค์กรต่าง ๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลได้เตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัย โดยได้นำแผงเหล็กกว่า 100 แผง มากั้นบริเวณทางเดินเข้าศาล และบริเวณลานจอดรถตั้งแต่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ถึงธนาคาร ออมสิน เพื่อเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย รวมทั้งใช้ข้อกำหนดเดิม 4 ข้อ คือ 1.ห้ามประพฤติตนในทางไม่สงบเรียบร้อยหรือก่อความเดือดร้อนรำคาญ 2.ส่งเสริมยั่วยุการกระทำดังกล่าว 3.ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงรบกวนการพิจารณา 4.ห้ามกีดขวางทางเข้า-ออก วางขายสินค้าบนทางเท้าตั้งแต่ศาลอาญา ถึงศาลแขวงพระนครเหนือ ประมาณ 500 เมตร
ขณะที่ศาลได้มีการประสานขอกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 กองร้ายมาดูแลรักษาความปลอดภัย เนื่องจากคาดว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมากเดินทางมาที่ศาลอาญาในวันที่ 22 ส.ค.โดยจะปิดประตูทางเข้า-ออกริม ถ.รัชดาภิเษก และบริเวณด้านปั๊มน้ำมัน ปตท.โดยจะเปิดประตูเข้าออกเฉพาะศาลแขวงพระนครเหนือ ศาลอุทธรณ์ และศาลแพ่งเท่านั้น.
"พลซุ่มยิง"ขอเลื่อนนัดเข้าให้การดีเอสไออ้างติดธุระ
พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีการเสียชีวิต 91 ศพ เปิดเผยว่า ตามที่พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกพลซุ่มยิง 2 นาย เจ้าให้ปากคำในวันที่ 22 ส.ค.นี้ เพื่อสอบถามถึงการปฏิบัติหน้าที่กระชับพื้นที่การชุมนุมราชประสงค์ ล่าสุดดีเอสไอได้รับการประสานจากผู้บังคับบัญชาของพลซุ่มยิงว่า ยังไม่พร้อมเข้าให้การ เนื่องจากติดธุระอื่นที่นัดหมายไว้ล่วงหน้า จึงขอเลื่อนนัดการเข้าให้ปากคำออกไป โดยจะเข้าให้การกับพนักงานสอบสวนภายในสิ้นเดือนส.ค.นี้
สำหรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ดีเอสไอได้ออกหมายเรียกเข้าให้ปากคำเกี่ยวกับการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในวันที่ 27 ส.ค. นี้
ทีมกฎหมายปชป.เตือนคนเสื้อแดงอย่าใช้กฎหมู่
นายราเมศ รัตนะเชวง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลอาญานัดไต่สวนพิจารณาเพื่อมีคำสั่งถอนประกันแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ขอเรียกร้องว่าอยากให้กลุ่มคนเสื้อแดงที่ไปชุมนุมที่หน้าศาลอาญาในวันพรุ่งนี้ควรเคารพข้อกำหนดของศาลอาญาที่ได้วางไว้ ควรเคารพกฎหมาย ไม่ว่าผลออกมาเป็นอย่างไรก็ขอให้น้อมรับในกระบวนการยุติธรรม เพราะข้อเท็จจริงที่มีการพิจารณาล้วนแล้วแต่เป็นพฤติกรรมส่วนตัวทั้งสิ้น ไม่ได้มีใครไปใส่ร้ายป้ายสีแกนนำคนเสื้อแดง และขอเรียกร้องว่าอย่าใช้กระบวนการเตะถ่วง เพื่อให้ศาลอาญาเลื่อนการพิจารณาออกไป ทั้งนี้ในกรณีที่ศาลอาญามีคำสั่งถอนประกันแกนนำคนเสื้อแดง จะมีเพียงสิทธิ์อย่างเดียวเท่านั้นคือการเดินเข้าสู่เรือนจำ และขอเตือนคนเสื้อแดงว่าอย่าใช้กระบวนการกฎหมู่สร้างความปั่นป่วนให้บ้านเมืองอีกต่อไป เพราะท้ายที่สุดผลออกมาอย่างไรยังไม่มีใครทราบ



