ข่าว

มติครม.รีดเงิน'สิงห์อมควัน-นักดื่ม'

มติครม.รีดเงิน'สิงห์อมควัน-นักดื่ม'

21 ส.ค. 2555

มติครม.ปรับขึ้นภาษีฯ สุรา-ยาสูบ ไฟเขียว ม.เกษตรฯออกนอกระบบ ตั้ง 'วัชรี' เป็นปลัดพาณิชย์คนใหม่ พร้อมเเต่งตั้งกก.ชุดต่างๆ คลอด พรบ.อาสาสมัคร ร.ด. จ่ายบำเหน็จทายาท 30 เท่า เพิ่มวันหยุดให้พนง.ยาสูบเป็น 13 วัน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 55  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ โดยให้มีผลทันทีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยในส่วนของบุหรี่จะปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต 8 ยี่ห้อ ในอัตรา 6 - 8 บาทต่อซอง ส่วนสุรา แบ่งเป็นสุราผสม ปรับภาษีสรรพสามิตเพิ่มเป็น 120 บาทต่อลิตร และสุราต่างประเทศ เพิ่มเป็น 400 บาทต่อลิตร ซึ่งการปรับขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตในครั้งนี้ ยังถือว่ายังไม่เป็นเพดานที่ได้กำหนดไว้

          อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังให้เหตุผลในการปรับภาษีสุราและบุหรี่ในครั้งนี้ว่า เพื่อเป็นการทำให้การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยลดการบริโภคสุราและยาสูบ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของประชาชน

 

ไฟเขียวผ่านร่าง พรบ. ม.เกษตรฯ ออกนอกระบบ 

 

          นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติ ครม.ว่า ครม.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. ... ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ และให้ส่งคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ก่อนเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป ซึ่งจะทำให้มหาวิทยาลัยเกษตรฯ เป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบ ทั้งนี้ในที่ประชุม ครม. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า เมื่อมีมหาวิทยาลัยออกนอกระบบแล้ว ก็ต้องดูแลในเรื่องของการเก็บค่าเล่าเรียนไม่ให้สูงเกินไปและต้องมีคุณภาพเหมาะสมกับราคาด้วย

          สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฯ นี้ ระบุว่า 1. กำหนดให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีฐานะเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ ไม่เป็นส่วนราชการ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม และไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น 2. กำหนดให้มหาวิทยาลัยมีรายได้จากเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นรายปี เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้ และเงินกองทุนที่รัฐบาลหรือมหาวิทยาลัยจัดตั้งขึ้นและรายได้หรือผลประโยชน์จากกองทุน เป็นต้น และให้รายได้ของมหาวิทยาลัยไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ 3. กำหนดให้มีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วย นายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่ง และคณาจารย์ประจำตามที่กำหนด กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งและให้สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด 4. กำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย สภาวิชาการและสภาพนักงาน โดยมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด และให้จำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์วิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง ตลอดจนการประชุม เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย 

          รองโฆษกฯ กล่าวอีกว่า 5. กำหนดให้มีอธิการบดีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด และรับผิดชอบการบริหารงานของมหาวิทยาลัย กำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง คุณสมบัติลักษณะต้องห้าม และให้มีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด 6. กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาและการประเมินการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย 7. กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการการบัญชีและการตรวจสอบทางบัญชีและการเงินของมหาวิทยาลัย ให้อธิการบดีเป็นผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และให้รัฐมนตรีมีอำนาจและหน้าที่กำกับและดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของมหาวิทยาลัย 8. กำหนดบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับการโอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณฯ การดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการต่างๆ ส่วนราชการ การโอนบรรดาข้าราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ พนักงานของมหาวิทยาลัย ตำแหน่งทางวิชาการ ตลอดจนระเบียบข้อบังคับ หรือประกาศที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เป็นต้น

 

แต่งตั้ง 'วัชรี' นั่งเก้าอี้ปลัดพาณิชย์คนใหม่

 

          น.ส.ศันศนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติ ครม.ว่า ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอแต่งตั้งข้าราชการดังนี้ นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน ให้เป็น ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก ให้เป็น รองปลัดกระทรวง นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ให้เป็น อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก นางพิรมล เจริญเผ่า รองปลัดกระทรวง ให้เป็น อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ที่ปรึกษาการพาณิชย์ สำนักงานปลัดกระทรวง ให้เป็น อธิบดีกรมการค้าภายใน นางปราณี ศิริพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ให้เป็น อธิบดีการการค้าต่างประเทศ นายนภดล สระวาสี ที่ปรึกษาการพาณิชย์ สำนักงานปลัดกระทรวง ให้เป็น รองปลัดกระทรวง ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 55 

 

เเต่งตั้งกรรมการชุดต่างๆ

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  มติ ครม. อนุมัติแต่งตั้งนายสุวัฒน์ เทพอารักษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 55  

          ครม.ยังอนุมัติแต่งตั้งผู้แทนเกษตรกรแห่งชาติร่วมเป็นกรรมการในคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติเพิ่มเติม รวมทั้งอนุมัติแต่งตั้งบุคคลเป็นกรรมการในคณะกรรมการสภาวิศวกรห้าคนตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอดังนี้ นายประศาสน์ จันทราทิพย์ , นายการุณ จันทรางศุ , นายฐิระวัตร กุลละวณิชย์ , นายสุรชัย พรภัทรกุล , นายชัยพร กิตติพรไพบูลย์ ตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. 55 นอกจากนั้นยังอนุมัติแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการจัดระบบจราจรทางบก 6 คน เพื่อทดแทนกรรมการชุดเดิมที่พ้นวาระตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอดังนี้ 1. นายอร่าม ก้อนสมบัติ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมจราจร 2. พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการวางแผนจราจร 3. นายสุธา ขาวเธียร ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม 4. นายภาณุมาศ ศรีศุข ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์ 5. นายพงษ์ภาณุ เสวตรุนทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐกิจการคลัง 6. นายรัศทิน ศยามานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการวางผังเมือง ตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. 55 และยังอนุมัติแต่งตั้ง นายธีระ อภัยวงศ์ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ในคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค. 55

 

คลอด พรบ.อาสาสมัคร ร.ด. จ่ายบำเหน็จตกทอดทายาท 30 เท่า

 

          น.ส.ศันศนีย์ กล่าวถึง มติ ครม.ว่า ครม.อนุมัติหลักการร่าง พรบ.กองอาสาสมัครรักษาดินแดน ฉบับที่... พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยกำหนดให้สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ที่ได้รับบำนาจพิเศษ เพราะเหตุทุพลภาพเพราะปฏิบัติหน้าที่หรือถึงแก่ความตายต้องจ่ายเงินเป็นบำเหน็จตกทอดแก่ทายาท 30 เท่าของบำนาญพิเศษรายเดือนที่ได้รับในเดือนสุดท้าย

 

เพิ่มวันหยุดให้ พนง.ยาสูบ จาก 10 เป็น 13 วัน

 

          นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติ ครม.ว่า ครม.มีมติเห็นชอบการปรับเพิ่มจำนวนวันหยุดพักผ่อนประจำปีสำหรับพนักงานของโรงงานยาสูบ (รยส.) ที่ทำงานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป จาก 10 วันทำงาน เป็น 13 วันทำงาน ตามมติของคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ในคราวประชุม ครั้งที่ 5/2554 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2554 เพื่อให้เป็นตามนัยพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2543 มาตรา 13 วรรคสาม ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ

          "ทั้งนี้ให้ รยส. บริหารจัดการองค์กรภาพรวมโดยมิให้ผลกระทบต่อการผลิตยาสูบค่าใช้จ่ายองค์กร และคำนึงถึงฐานะทางการเงินเป็นสำคัญ ให้คณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์พิจารณาความเหมาะสมของจำนวนวันหยุดพักผ่อนประจำปี สำหรับพนักงานรัฐวิสาหกิจโดยรวม โดยเฉพาะพนักงานรัฐวิสาหกิจที่มีอายุการทำงานตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เพื่อให้รัฐวิสาหกิจถือปฏิบัติเป็นหลักเกณฑ์เดียวกัน ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของรัฐวิสาหกิจโดยรวม"