ข่าว

วิถีไทยประยุกต์ใช้ดีไซน์โลก

วิถีไทยประยุกต์ใช้ดีไซน์โลก

22 ส.ค. 2555

วิถีไทย...ประยุกต์ใช้ดีไซน์โลก

                           ศักยภาพของนักออกแบบรุ่นเยาว์ เริ่มมีผลในอุตสาหกรรมแฟชั่นมากขึ้น ทำให้เกิดแบรนด์ไทยเลือดใหม่มากมาย ด้วยเหตุนี้จึงมีการสนับสนุนงานออกแบบของคนรุ่นใหม่ผ่านเวที่การประกวดนับไม่ถ้วน ล่าสุดสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (THTI) จึงได้จัดกิจกรรมแฟชั่น อิมเมจ แคมปัส 2012 (FIC 2012) โครงการประกวดและอบรมพัฒนาฝีมือของดีไซเนอร์หน้าใหม่ ให้ได้ระดับโลกมากขึ้น โดยมีการจัดประกาศผลผู้ชนะไปแล้วบริเวณชั้นเอ็ม ศูนย์การค้าเทอมินอล 21 เมื่อวันก่อน

                           บนเวทีการประกวดได้จัดแฟชั่นโชว์ผลงานของ 12 คนสุดท้าย ภายใต้คอนเซปต์ แฟชั่น อาเซียน อินสไปร์ บาย ไทย คัลเจอร์ ซึ่งผู้ประกวดต้องส่งผลงานโดยใช่แรงบันดาลใจจากศิลปะและวัฒนธรรมไทย ทั้งที่เป็นแบบดั้งเดิมหรือร่วมสมัยผ่านเทคนิคการตัดเย็บในหลากหลายรูปแบบ ผลงานทั้งหมดถูกตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในวงการแฟชั่น อาทิ กุสุมา ไชยพร บรรณาธิการนิตยสารแอล ออฟฟิเชียล ไทยแลนด์ ธัญพิยสิษฐ์ หว่างพรม เจ้าของห้องเสื้ออีโมชั่น แอเทเยร์  วิชรวิชญ์ อัครสันติสุข นักวิชาการวัฒนธรรมปฎิบัติการสำนักศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัย ดร.ศิริฉัตร ฉัตรแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันโทนีแอนด์กาย ประเสริฐ เจิมจุติธรรม ในนามของนิตยสารวอลุ่ม เป็นต้น

                           กฤษณา รวยอาจิณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมแฟชั่นในตอนนี้ว่า ปัจจุบันมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะเรื่องของเครื่องนุ่งหุ่ม ทั้งเรื่องเทคโนโลยีและการเอาใจใส่สังคมสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันความสวยงามก็ยังมียอดการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น เวทีนี้จึงเป็นเรื่องดีที่จะเริ่มต้นพัฒนาฝีมือของเด็กรุ่นใหม่ที่เชื่อว่าไม่แพ้ชาติใดในโลก แต่ยังขาดการสนับสนุนให้แฟชั่นยุคใหม่เหล่านี้ก้าวสู่แฟชั่นโลกให้มากที่สุด และคิดว่าจุดเด่นของวัฒนธรรมไทยก็สามารถทำให้แฟชั่นบ้านเรามีเอกลักษณ์และเป็นที่ยอมรับได้

                           หลังจากจบแฟชั่นโชว์ครั้งสุดท้ายเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อเหล่าคณะกรรมการพร้อมใจกันยกรางวัลชนะเลิศให้แก่ ผลงานชาโดว์ พัพเพ็ต ของ "เต้" ปรัชญา ตั้งธนปรีดา นักออกแบบเสื้อผ้าจากฟลายนาว อายุ 25 ปี  ที่ใช้คอนเซปต์ของหนังตะลุงทางภาคใต้ มาใช้ออกแบบชุดที่เน้นการถักทออย่างปราณีต โดยเจ้าตัวบอกว่า ได้มาประกวดเวทีนี้เป็นครั้งที่ 2 ส่วนตัวต้องการหาประสบการณ์ให้มากขึ้น ดีใจที่สุดที่ชุดนี้คุณแม่ได้มีส่วนช่วยในการตัดเย็บ เมื่อประกาศว่าได้รับรางวัลชนะเลิศ จึงรู้สึกว่าเป็นรางวัลที่มีคุณค่าทางจิตใจมากที่สุด

                           "ผลงานชิ้นนี้ใช้หนังในการทักถอทั้งหมด จากงบที่ได้ไว้ 5,000 บาท ใช้ไปเพียง 3,000 บาทเท่านั้น ทีเหลือเป็นงานฝีมือล้วนๆ ทุกอย่างทุกขั้นตอนถ่ายทอดมากจากหนังตะลุง ทั้งเรื่องราว ท่าทางที่แสดงออก โดยตัวเองได้เก็บข้อมูลมาเป็นระยะเวลาพอสมควร ก่อนวางระบบของเสื้อผ้าที่จะออกแบบให้ชัดเจน จากนั้นใช้เวลาหลังเลิกงานทั้งหมดผลิตเสื้อตัวนี้ขึ้น ด้วยการถักทอหนังทีละเส้นทีละเส้น หลังจากนี้จะพัฒนาผลงานตัวเองทั้งในคอลเลกชั่นนี้และอื่นๆ ให้สมบูรณ์มากขึ้นจนไปสู่ระดับโลกได้ในอนาคต" ผู้ชนะเลิศ แจงไอเดีย

                           ในขณะที่หนึ่งในคณะกรรมการ วิชรวิชญ์ บอกถึงผลงานชนะเลิศว่าเป็นผลงานที่ชัดเจนใน

                           คอนเซปต์และใช้รูปแบบของงานฝีมือสูง แสดงถึงความละเอียดลออ ดูเรียบง่ายด้วยสีสันที่ใช้โทนดำล้วน แต่เมื่อดูใกล้ๆ แล้วไม่ใช่งานที่ง่าย ตรงกับเกณฑ์การตัดสินหลักที่มองว่าผลงานต้องตรงกับคอนเซปต์ที่ผู้เข้าประกวดแต่ละคนวางไว้ให้ได้มากที่สุด ส่วนเรื่องการพัฒนาผลงานของน้องๆ บนเวทีนี้คิดว่าต้องใช้เวลาลองผิดลองถูก และแตกแยกผลงานออกมาเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากขึ้น ถึงจะนำออกสู่ตลาดโลกได้

                           หลังจากนี้คณะกรรมการจะคัดเลือกผลงานหนึ่งในสามไปประกวดเวทีนานาชาติในชื่อเอสซีซี อินเตอร์เนชั่นแนล อวอร์ด 2012 ที่ประเทศฮ่องกงต่อไป ด้วยผลงานที่ชนะเลิศเจ้าของผลงานมีอายุเกินจากที่เวทีนี้กำหนดนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามผลงานชนะเลิศก็จะได้ไปโชว์ในงานแฟชั่นใหญ่ๆ ด้วย