ข่าว

ต้องเขกกะโหลกตัวเอง!บุรีรัมย์เจ๊ากิเลน

ต้องเขกกะโหลกตัวเอง!บุรีรัมย์เจ๊ากิเลน

22 ส.ค. 2555

ต้องเขกกะโหลกตัวเอง! บุรีรัมย์แค่บุกเจ๊ากิเลน : สกู๊ป บอลไทย

          ผ่านพ้นกันไปเรียบร้อยแล้วสำหรับ "ซูเปอร์บิ๊กแมทช์" ระหว่าง "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กับ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เตะกันได้สุดสะเด่าทรวงสมกับการรอคอยของแฟนบอล 

 

          แม้ว่าเกมนี้จะต้องเลื่อนเตะไป 1 วัน เนื่องจากในวันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม ฝนฟ้าไม่เป็นใจพระพิรุณกระหน่ำตกใส่จนสภาพสนามไม่สามารถแข่งขันได้ แต่เกมที่เตะช้าไป 1 วันไม่ได้ทำให้อรรถรสของเกมนี้หมดคุณค่าลงแต่อย่างใด

          แฟนบอลทั้งสองทีมแห่เข้าไปชมกันจนเต็มความจุของสนาม พร้อมกับแฟนบอลเป็นอีกเป็นล้านคนที่เฝ้าจอดูการถ่ายทอดสดผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ 

          "แชมป์เก่า" ที่มีแต้มตามหลังจ่าฝูงอยู่ถึง 17 คะแนนและต้องการ 3 แต้มในเกมนี้เพื่อป้องกันแชมป์ดูเริ่มต้นได้ดีกว่าเมื่อ แฟรงค์ อาเชอัมปง ดาวยิงตัวเก่งที่เพิ่งขยับขึ้นไปเล่นในทีมชาติกานาชุดใหญ่ยิงให้ทีมเยือนออกนำไปตั้งแต่ 7 นาที 1-0

          สถานการณ์หลังจากนั้นเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ดูดีกว่า แต่ก็เพียงแค่ 45 นาทีแรกเท่านั้น

          เริ่มครึ่งหลังมาได้ไม่กี่อึดใจ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน นายประตูมือ 3 ทีมชาติไทยพลาดอย่างแรงทำหมูหกปล่อยบอลหลุดมือแบบง่ายๆ ก่อนที่จะตัดสินใจทำฟาวล์ พิชิตพงษ์ เฉยฉิว เพื่อนร่วมทีมชาติไทยที่มาฉกบอลจะไปยิงประตู

          แน่นอนว่านี่คือการฟาวล์ที่ต้องเป็น "จุดโทษ" อย่างมิต้องสงสัย แต่ยังถือเป็นโชคดีของนายทวารลูกหลานเมืองย่าโมที่ "เชิ้ตดำโสมขาว" ตัดสินใจคาดโทษเพียงแค่ใบเหลืองเท่านั้น เพราะหากจะให้ใบแดงในจังหวะนี้ก็คงเถียงกันไม่ออก  

          "ซูเปอร์มาริโอ" มาริโอ ยูรอฟสกี รับหน้าที่สังหารจุดโทษแบบเลือดเย็นทำประตูที่ 14 ของตัวเองในฤดูกาลนี้ให้ "กิเลนผยอง" ตีเสมอ 1-1

          เกมหลังจากนั้นเป็นไปอย่างสูสี แต่มาถึงนาที 71 ดูเหมือนจะเป็นโอกาสของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่น่าจะได้เปรียบอีกครั้งเมื่อ ปิยพล บรรเทา ไปทำฟาวล์ แฟรงค์ อาเชอัมปง ในจังหวะพาบอลเข้าไปยิงประตูในเขตโทษ

          ผู้ตัดสินชาวเกาหลีไม่รีรอให้ใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่นักเตะเจ้าบ้านออกจากสนามพร้อมกับให้จุดโทษทีมเยือน

          แต่....สุเชาว์ นุชนุ่ม ไม่สามารถส่งบอลผ่านมือ กวิน ธรรมสัจจานันท์ นายประตูรุ่นน้องในทีมชาติไทยเข้าไปได้ ทำให้สกอร์ยังคงอยู่ที่ 1-1 แบบกองเชียร์ "เซาะกราว" หงายเงิบกันเป็นแถว

          เกมหลังจากนั้น "แชมป์เก่า" ที่ตัวผู้เล่นมากกว่าเป็นฝ่ายไล่โขยกเข้าใส่และเกือบจะได้ประตูชัยจาก อีฟ เอควาลา เฮอร์แมน ที่โหม่งบอลเข้าประตูไปแล้ว แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกธงเป็นลูกล้ำหน้าก่อน เพราะมองว่ามีผู้เล่นของบุรีรัมย์ที่อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อนเปิดฟรีคิกวิ่งย้อนกลับเข้ามามีส่วนเล่นบอลในจังหวะนี้

          สุดท้ายเมื่อครบ 90 นาทีสกอร์จึงออกมาด้วยการเสมอกันไป 1-1 ทำให้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยังมีแต้มนำหน้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ 17 คะแนนเท่านั้น ขณะที่เหลือเกมการแข่งขันอีกเพียง 11 นัดเท่านั้น

          ถึงตรงนี้น่าจะกาชื่อของ "ปราสาทสายฟ้า" ทิ้งออกจากเส้นทางป้องกันแชมป์ได้แล้ว เพราะดูโอกาสแล้วยากเหลือเกินและคงจะโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเองที่ทั้งพลาดทำเสียจุดโทษจนโดนตีเสมอ แถมยังยิงจุดโทษทำประตูชัยไม่ได้ 

          ขณะที่ "กิเลนผยอง" ขยับเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์ไปเรื่อยๆ และดูแล้วคงจะไม่หกล้มสะดุดหัวทิ่มง่ายๆ เกมนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า "ดวงจะเป็นแชมป์"

          แต่สถานการณ์ลุ้นแชมป์ใช่ว่าจะไม่มีให้ลุ้นเสียทีเดียว "ฉลามชล" ชลบุรี ทีมรองจ่าฝูงยังพอมีความหวังบ้างหลังบุกไปชนะ "โลมาฟ้าขาว" พัทยา ยูไนเต็ด ในเกม "ดาร์บี้แมทช์ชลบุรี" 2-0

          ชัยชนะในเกมนี้ทำให้ "ฉลามชล" มีแต้มตามหลัง "กิเลนผยอง" เหลือเพียง 10 คะแนนและทั้งสองทีมจะโคจรมาเจอกันในสุดสัปดาห์นี้ที่ชลบุรี สเตเดี้ยม ถึงตรงนั้นโอกาสลุ้นแชมป์อาจจะมีการพลิกอีกรอบ

          ส่วนสถานการณ์ของทีมอื่นๆ "บีจี" บางกอกกล๊าส คว้าชัยชนะนัดที่ 2 ในเลกสองได้สำเร็จด้วยการเปิดบ้านถล่ม "นกใหญ่พิฆาต" ชัยนาท 5-3 ทำให้ "โค้ชง้วน" สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ หายใจคล่องมาอีกนิดพร้อมขยับไปอยู่อันดับ 4

          ขณะที่ "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรศาสน ที่เคยแกร่งในบ้านพอแพ้แล้วก็เริ่มแพ้เลย ล่าสุดพลิกพ่าย อีสาน ยูไนเต็ด คารังตัวเอง 0-1 จนตกไปอยู่อันดับ 5 แบบมีประเด็นหลังจบเกมพอสมควรเพราะทีมเยือนดันส่ง วุฒิศักดิ์ มณีสุข ที่ยืมตัวจากเจ้าบ้านมาลงเล่น 

          ที่พลิกล็อกอีกคู่ "วงจักรพิฆาต" อาร์มี่ ยูไนเต็ด ที่ไม่ชนะใครมานานบุกไปเอาชนะทีมที่เก่งในบ้านอย่าง "กว่างโซ้ง" เชียงราย ยูไนเต็ด ได้ 1-0 รั้งอันดับ 6 ของตารางคะแนนอย่างเหนียวแน่น

          สำหรับสถานการณ์ท้ายตาราง "สิงห์เหนือ" ทีทีเอ็ม เชียงใหม่ ทำท่าจะไม่รอดเมื่อเปิดบ้านแพ้ "พลังเอ็ม" โอสถสภา เอ็ม 150 สระบุรี 1-2 จมอยู่บ๊วยของตารางคะแนนต่อไป

          ในรายของ "บิ๊กแบง" บีบีซียู ต้องตกมาเป็นรองบ๊วยหลังบุกไปพ่าย "ปลาทูคะนอง" เจนิฟู้ด สมุทรสงคราม 0-1 ในเกมที่ "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม ฉลองการคุมทีมนัดที่ 100 ให้แม่กลองพร้อมขยับไปอยู่อันดับ 12 แบบเยี่ยมยอดจริงๆ

          ขณะที่ "โปลิศ" อินทรีเพื่อนตำรวจ ที่ไม่ชนะใครมา 14 เกมก็เอาชนะได้แล้วด้วยการอัด "ไฟติ้งบูลส์" วัวชน ยูไนเต็ด 2-0 แต่ทีมยังอยู่ในโซนตกชั้นที่อันดับ 16

          ด้าน "สิงห์เจ้าทา" การท่าเรือไทย ยังคงเอาชนะ "ฮัลโหล" ทีโอที ในบ้านตัวเองไม่เป็นเสมอกันไป 0-0 

 

          นี่คือบทสรุปทั้งหมดของเกมนัดที่ 23 ของฤดูกาลที่ต้องเรียกว่ามันสะใจพระเดชพระคุณจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ

 

 

--------------------

(ต้องเขกกะโหลกตัวเอง! บุรีรัมย์แค่บุกเจ๊ากิเลน : สกู๊ป บอลไทย)