ข่าว

'ยุทธศักดิ์'สั่งสตม.ตรวจมุสลิมเขมรเข้าไทย

'ยุทธศักดิ์'สั่งสตม.ตรวจมุสลิมเขมรเข้าไทย

21 ส.ค. 2555

'ยุทธศักดิ์' สั่งสตม.รายงานภายใน 2 วันมุสลิมกัมพูชาเข้าไทยอ้างมาเที่ยวแต่หายตัว ยอมรับเพิ่งตื่น เรื่องเกิดนานแล้ว ค่อยสั่งสอบ เชื่อประชุม ศปก.จชต.บ่ายนี้ ได้ข้อสรุป

            เวลา 09.00 น. พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนเข้าประชุมครม.กรณีที่มีรายงานข่าวแจ้งว่าชาวมุสลิมกัมพูชาจำนวนมากขอใช้เส้นทางประเทศไทยทางจังหวัดชายแดนภาคใต้เดินทางไปยังมาเลเซีย แต่แจ้งว่าขอมาท่องเที่ยวในประเทศไทยแต่ความจริงเมื่อเข้ามาแล้วไม่ปรากฏว่าเดินทางออกจากประเทศไทยแล้วหรือไม่ว่า มีรายงานแจ้งมาว่ามีจำนวนมาก แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเมื่อเข้ามาแล้วเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้วออกไปหรือไม่ ซึ่งตนขอให้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ว่าที่ผบ.ตร. สั่งการให้ สตม.ตรวจสอบด่าน จ.สระแก้ว ด้วยว่าเข้ามาเท่าใดและออกไปจริงหรือไม่ ไม่ใช่ว่าเข้ามาแล้วหายไป เพื่อเป็นการป้องปรามและป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ส่วนเหตุผลที่ชาวมุสลิมกัมพูชาแจ้งว่าเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้นตนสั่งให้ตรวจสอบไปแล้ว

              “เรื่องนี้มีมานานแล้วแต่ไม่ได้เป็นข้อสังเกต ผมจึงต้องการทราบข้อมูลและสั่งการให้ดูแลเรื่องนี้ด้วย อีกสองวัน พล.ต.อ.อดุลย์ จะมาประชุมกับผมและแจ้งให้ทราบ” รองนายกฯ กล่าว




ยุทธศักดิ์" เชื่อประชุม ศปก.จชต.บ่ายนี้ ได้ข้อสรุป

          พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวก่อนเข้าประชุมครม.กรณีที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) จะเรียกประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.จชต.) ในช่วงบ่ายวันที่ 21 ส.ค.นี้ว่า สมช.เป็นเจ้าภาพเชิญกอ.รมน.และนักกฎหมาย ร่วมตรวจสอบโครงสร้างศปก.จชต.ว่าจะปรับปรุงสิ่งใดเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อน หรือการทำงานโดยไม่ขัดกับกฎหมาย เนื่องจากการทำงานของ ศปก.จชต.จะมีกฎหมายรองรับ ขณะที่ ศอ.บต.อาจทำงานไม่เต็มที่ตามอำนาจที่กฎหมายให้ไว้ จึงตรงนี้ต้องช่วยศอ.บต.ให้มากขึ้น เพราะศอ.บต.ดูแลงานพัฒนาของทุกกระทรวงที่ลงไปในพื้นที่ว่าลงไปเต็มที่หรือไม่ ซึ่งวันนี้คงได้ข้อยุติ ก่อนที่จะเสนอมายังตน และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
 
          รองนายกฯ กล่าวว่า ตนได้มอบให้กอ.รมน.ตรวจสอบภาพของตัวเองก่อนว่าจะต้องไม่ก้าวก่ายศอ.บต.และหน่วยงานอื่นที่ซ้ำซ้อนกัน และนำมาหารือที่ประชุมในวันนี้ โดยต้องดูกฎหมายว่ามีสิ่งใดต้องแก้ไขอย่างไรเพื่อจะได้ไม่ต้องกลับมาแก้กฎหมายใหม่ ยืนยันว่าไม่มีปัญหาใดๆ งานของศอ.บต. หรืองานของกอ.รมน.ก็มีกฎหมายรองรับของตัวเองอยู่แล้ว แต่การทำงานของสองหน่วยงานในวันนี้และเมื่อ 7-8 ปีที่แล้วมีสิ่งใดที่ทำให้เกิดช่องว่างไม่เชื่อมโยงการทำงานร่วม ศปก.จชต.ก็จะเป็นตัวเชื่อมและประสานสองหน่วยงานเพื่อให้ทำงานร่วมกันได้ แต่ไม่ใช่เข้าไปสั่งการหรือทำงานแทน
 
          เมื่อถามว่า จะได้ข้อสรุปในวันนี้หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ใช่ เพราะสมช.จะสรุปและเสนอขึ้นมา และอีกสองวันตนจะเรียกประชุมโดยหน่วยงานต่างๆต้องไปทำรายละเอียดมาเสนอ เมื่อถามว่าคณะที่ปรึกษาการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้คัดค้านแนวคิดของรัฐบาลในเรื่องนี้ รองนายกฯ กล่าวว่า ตนทราบว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ได้สั่งการให้แม่ทัพภาคที่ 4 เข้าไปประสานงานและชี้แจงว่าข้อแถลงของคณะที่ปรึกษาฯจะแก้ไขอย่างไร และมีความไม่เกี่ยวข้องด้านใดบ้าง เพราะร่างโครงสร้างศปก.จชต.ยังไม่แล้วเสร็จ หน้าที่ของศอ.บต.ก็ยังไม่ได้กำหนด แต่กลับมีการแถลงข่าวว่าเป็นแบบนั้น แบบนี้ และยังอ้างว่าจะนำกอ.รมน.เข้าไปคุมศอ.บต. ขอเรียนว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน และเห็นว่าศปก.จชต.จะช่วยงานคณะที่ปรึกษาฯได้  สิ่งใดที่ติดขัดหรือทำไปแล้วมีปัญหาก็ขอให้บอกศปก.จชต. เพื่อทำหน้าที่ประสานและเชื่อมโยงการทำงานให้ และระยะเวลา 4 เดือนที่ตนรับหน้าที่นี้ ตนจะลงพื้นที่และสอบถามกันว่าหน่วยนี้เคยเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวอีกหน่วยหนึ่งหรือไม่ ทราบว่าไม่เคย ฉะนั้นต่อไปนี้ต้องกินข้าวด้วยกันและคุยกัน
 
          เมื่อถามว่าประเด็นที่ต้องลงไปดูและเชื่อมโยงการทำงานของสองหน่วยงานมีอะไรบ้าง รองนายกฯ กล่าวว่า ต้องให้เชื่อมงานต่อเนื่องกัน ในพื้นที่นั้นหากสิ่งใดที่ศอ.บต.ต้องเข้าไปพัฒนาและงานด้านสังคมหากเป็นพื้นที่อันตรายกอ.รมน.จะเคลียร์พื้นที่เพื่อสร้างความปลอดภัย และเมื่อเห็นว่าศอ.บต.เข้าไปพัฒนาและทำงานได้แล้วกอรมน.จะเปิดทางให้
 
          เมื่อถามว่าแสดงว่าที่ผ่านมาภาครัฐทำงานมวลชนไม่ประสบความสำเร็จ รองนายกฯ กล่าวว่า มันไม่ไปด้วยกันเพียงพอ ต่อไปนี้ต้องครบถ้วน และ 17 กระทรวงที่ทำงานกับศอ.บต.นั้นลงมาจริงหรือไม่ ผอ.ศอ.บต.ไปบีบรัฐมนตรีได้หรือไม่ ศปก.จชต.จะเป็นคนช่วยและประเมินคุณค่าให้ศอ.บต.ว่ากระทรวงนี้ลงไปน้อยมาก เพราะสวนดุสิตโพลล์ระบุความเห็นประชาชนว่ากระทรวงที่ดูแลเอาใจใส่ประชาชนน้อยคือ กระทรวงศึกษาธิการ ยุติธรรม เป็นต้น ดังนั้นหน่วยนี้จะเข้าไปประสานกับกระทรวงเหล่านั้น ให้ลงพื้นที่ทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ว่ารับงบประมาณจังหวัดชายแดนภาคใต้มาแล้วใช้ไม่เต็มที่ ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนมีสถานภาพชีวิต การศึกษา และความยุติธรรมที่ดีขึ้น