ข่าว

ผุดศูนย์ศึกษานิติเศรษฐศาสตร์

ผุดศูนย์ศึกษานิติเศรษฐศาสตร์

20 ส.ค. 2555

"ปปช.-นิด้า" จับมือตั้งศูนย์ศึกษานิติเศรษฐศาสตร์ พัฒนาการบังคับใช้กม.ไทย ให้กฎหมายรับใช่สัมคม

              ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) วันที่ 20 ส.ค. นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีนิด้า พร้อมด้วย นายเมธี ครองแก้ว อดีตกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และนายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ปปช. ได้ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัว ศูนย์ศึกษานิติเศรษฐศาสตร์ ที่ ปปช.และ นิด้าได้ร่วมกันจัดตั้งขึ้น

               นายสมบัติ กล่าวว่า ปัญหาการคอร์รัปชัน เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย และปัญหาดังกล่าวเป็นเหมือนมะเร็งร้ายที่จะทำให้ประเทศไทยพัฒนาได้อย่างล่าช้า ซึ่งนายเมธี ได้ติดต่อมายังตนโดยระบุว่า ปปช.ได้จัดตั้งการวิจัยเรื่องคอร์รัปชัน และอย่างให้นิด้าทำงานร่วมกัน เพื่อเป็นประโยชน์ในการปราบปรามคอร์รัปชั้น รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลไปยังประชาชน ซึ่งทางนิด้า มองว่าเรื่องดังกล่าวถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ทางคณบดี คณะเศรษฐศาสตร์ และ คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ ต่างก็เห็นด้วย จึงมีการจัดตั้ง ศูนย์ศึกษานิติเศรษฐศาสตร์ และในโอกาสที่นายเมธี ซึ่งเคยเป็นอาจารย์ที่นิด้า และเพิ่งหมดวาระกาทำหน้าที่ กรรมการ ปปช. จึงเข้ามาเป็นผู้ดูแลศูนย์นี้

               ด้านนายเมธี กล่าวว่า ในต่างประเทศมีแนวคิดที่ว่าผลของกฎหมายจะมีผลต่อสังคม โดยเฉพาะเศรษฐกิจสูงอย่างยิ่ง หากนักกฎหมายไม่ทราบถึงผลกระทบที่จะมีต่อสังคมจะทำให้ประสิทธิภาพการบังคับใช่กฎหมายลดลงได้ ทำให้ผู้ที่จะเรียนกฎหมาย จำเป็นต้องศึกษาวิชาอื่นมาก่อนแล้วมาต่อยอดกฎหมาย และในบางมหาวิทยาลัยเมื่อเรียนกฎหมายแล้วต้องเรียนเศรษฐศาสตร์ควบคู่ไปด้วย ซึ่งจะทำให้เข้าใจความเชื่อมโยงกฎหมายกับเศรษฐกินเป็นอย่างดี ทั้งนี้สมัยที่ตนสอนอยู่ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พยายามที่จะเชื่อมโยงศาสตร์ทั้งสองเข้าด้วยกัน แต่ในขณะนั้นไม่สามารถทำได้อย่างครบถ้วน

               แต่เมื่อได้ทำงานที่ ปปช. แล้วมีความมั่นใจว่าการรวม ทั้งสองศาสตร์จะปิดช่องว่างความไม่สมบูรณ์ของผู้ที่ทำงานทั้งสองด้านนี้ได้ เพราะการทุจริต มีความเชื่อมโยงกับเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ การมีความรู้ทั้งสองเรื่องนี้ทำให้ปิดช่องว่างได้มากขึ้น และการดำเนินการของศูนย์ศึกษานิติเศรษฐศาสตร์ จะมีการเรียนการสอน ที่ทั้ง 2 คณะของนิด้าจะช่วยกันและจะไม่ใช่เฉพาะนิด้าเท่านั้นแต่จะรวมถึงมหาวิทยาลัยอื่นๆด้วย , การวิจัยซึ่งต้องทำการศึกษาเรื่องต่างๆ เช่นการโกงเชิงนโยบายที่จะให้ความทุ่มเทเป็นอย่างมาก “การโกงเชิงนโยบาย ของประเทศไทย ที่มีการระบุความหมายว่าเป็นการทุจริตที่ถูกกฎหมาย แสดงว่ากฎหมายไม่ถูก ซึ่งต้องทำอย่างไรซักอย่างให้การทุจริตไม่ใช่การกระทำที่ถูกกฎหมาย และต้องศึกษาว่าการกระทำดังกล่าวทำอย่างไร”, การฝึกอบรม เช่นการให้ผู้ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับกฎหมาย เช่นทั้ง อัยการ ผู้พิพากษา นักวิชาการ สัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน และกิจกรรมที่จะเกิดในสุดสัปดาห์นี้จะเชิญผู้มีความรู้จากต่างประเทศที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับหลักเศรษฐศาสตร์ และ กฎหมาย เข้ามาเล่าประสบการณ์ในการทำงาน นอกจากนี้ ตนเอง และ นายวิชัยจะเล่าประสบการณ์การใช่กฎหมายกับเศรษฐกิจด้วย

               นายวิชัย กล่าวเสริมว่า นักกฎหมายตกเป็นจำเลยทางวิชาการมาก และหลักกฎหมายที่มีการพัฒนา ได้มองข้ามหลักเกณ์ทางเศรษฐศาสตร์ และมองว่ากฎหมายมีความสมบูรณ์ในตัวเอง ทำให้ปรับใช้กฎหมายเชิงกล ซึ่งในต่างประเทศได้ปรับมุมมองว่า กฎหมายเป็นเครื่องมือของสังคมเป็นเวลานานแล้ว แต่การใช่หลักเศรษฐศาสตร์ที่ปรากฎควบคู่กับกฎหมายในประเทศไทยเริ่มเห็นจากคำตัดสินในให้ศาลฎีกา คดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่าการออกนโยบายยกเว้นค่าภาษี สัมปทานโทรคมนาคม แต่ให้เก็บค่าภาษีสรรพสามิต ทำให้ บริษัท ในเครือชิวัตร ได้ประโยชน์ และถือว่าเป็นการกีดขวางทางธุรกิจ ไม่ให้ผู้ประกอบการใหม่เข้ามาในการแข่งขัน และถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของนักกฎหมายไทยที่นำหลักรัฐศาสตร์เข้ามาแก้ปัญหาสังคม และทาง ปปช.จะสนับสนุน ศูนย์ศึกษานิติเศรษฐศาสตร์ อย่างเต็มที่และหวังว่าจะแก้ปัญหาทุจริตและกฎหมายจะถูกใช่เป็นเครื่องมือของสังคม