ข่าว

อสังหาฯน้องใหม่กดราคาไม่เน้นโขกกำไร

อสังหาฯน้องใหม่กดราคาไม่เน้นโขกกำไร

21 ส.ค. 2555

อสังหาฯน้องใหม่สวนกระแส กดราคา 30% หนีคู่แข่งไม่เน้นโขกกำไร : สกู๊ป อสังหาริมทรัพย์ : โดย ... ณัฐฎ์ชิตา เกิดแดง

          จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้โครงการอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ทยอยปรับราคาขึ้นไปประมาณ 10-15% อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ประกอบการบางรายที่สวนกระแสตั้งราคาขายโครงการต่ำกว่าตลาดประมาณ 30% เนื่องจากสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายลดต้นทุนการก่อสร้างและบวกกำไรต่ำกว่าโครงการอื่นๆ

 

          นายขจร แซ่เอ็ง กรรมการผู้จัดการบริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ 2 ปีกว่า แต่ได้บริหารโครงการไปแล้ว 6 โครงการ ใช้เงินลงทุนกว่า 7,000 ล้านบาท โดยนำการตลาดแนวใหม่มาใช้ เน้นเปิดตัวโครงการเร็วและจากกระแสตอบรับที่ดีมียอดขายแรงจึงถือเป็นบริษัทอสังหาฯ น้องใหม่ที่ได้รับความสนใจจากวงการอย่างมาก

          บริษัทไซมิสแยกตัวมาจากบริษัท ฤทธา จำกัด ผู้รับเหมาก่อสร้างชั้นนำที่มีประสบการณ์มายาวนาน 23 ปี เนื่องจากเห็นว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีช่องว่างอีกมาก โดยเฉพาะการทำโครงการที่มีคุณภาพและมาตรฐานระดับโลก ในราคาที่คนไทยสามารถเป็นเจ้าของได้

          นายขจร กล่าวว่า จากการรับงานก่อสร้างโครงการอสังหาฯของคนไทยในช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะได้มาร์จินค่อนข้างต่ำ เพราะกดราคาค่าก่อสร้างถูกกว่าโครงการของต่างชาติมาก เพื่อจะได้ขายโครงการราคาถูก ส่วนของต่างชาติให้ราคาดีกว่า เพราะโครงการจะมีราคาแพง จึงอยากทำโครงการอสังหาฯเองที่มีคุณภาพแต่ราคาไม่แพง โดยเป้าหมายคือต้องมีราคาต่ำกว่าโครงการในทำเลเดียวกันไม่น้อยกว่า 30%

          ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบการรับเหมาก่อสร้างจะได้มาร์จินเพียง 5% สำหรับโครงการอื่นๆ อาจจะได้ถึง 30% แต่ไซมิสขอแค่ 10% ทำให้ที่เหลืออีก 20% สามารถคืนกลับไปเป็นส่วนลดด้านราคาให้ผู้ซื้อได้ เช่น โครงการแรกที่เปิดตัวปลายปี 2553 คือ “ไซมิส จอยญ่า“ ปากซอยทวีสุข สุขุมวิท 31 เปิดตัวด้วยราคา 7.85 หมื่นกว่าบาทต่อตารางเมตร เทียบกับโครงการใกล้เคียงกันเปิดตัวที่ 1.2 แสนบาทต่อตารางเมตร ทำให้เพียงเดือนเดียวมียอดขายกว่า 80% 

          สำหรับโครงการที่ 2 เปิดตัวปี 2554 ชื่อ”ไซมิส เธอร์ตี้ไนน์" สุขุมวิท 39 เปิดตัว 8.9 หมื่นบาทต่อตารางเมตร เทียบคู่แข่งอยู่ที่ 1.4 แสนบาทต่อตารางเมตร ทำให้เพียงวันเดียวมียอดจอง 85% และโครงการที่ 3 เริ่มเปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ”ไซมิส ราชครู” เป็นคอนโดมิเนียมเช่นเดียวกันและบริษัทนำระบบสมาชิกและการจำนองจองเพื่อรับสิทธิ์ในการเลือกก่อนใครมาใช้ โดยต้องวางเงินจองคิวก่อน 2 หมื่นบาท หากวันเปิดจองไม่มาก็จะคืนเงิน ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก มียอดจองเข้ามามากกว่าจำนวนห้องถึง 2 เท่า 

          นายขจรกล่าวว่า จากความสำเร็จทั้ง 3 โครงการจึงนำมาสู่การเปิดตัว ”ไซมิส บลอสซั่ม แอท แฟชั่น” เป็นโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบแห่งแรกแบบมิกซ์ยูส ประกอบด้วย ออฟฟิศ ทาวน์โฮม และทาวน์เฮ้าส์ ขนาดพื้นที่ขนาดใหญ่ 110 ไร่ มูลค่าลงทุน 2,000 ล้านบาท มี 384 ยูนิต ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเดือนพฤศจิกายนนี้ ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 3.5 ล้านบาท เทียบกับโครงการอื่นๆ ในคุณภาพระดับเดียวกันนั้น มีราคา 10-15 ล้านบาท

          โครงการดังกล่าวมีจุดเด่นที่การออกแบบให้เป็นที่อยู่ประหยัดพลังงาน สวยงามไม่มีเสาไฟฟ้าเกะกะด้วยแสงสว่างตลอดวันจากช่องแสงกลางภายในบ้าน และมีสวนหลังบ้านทุกหลังที่ช่วยพัดพาลมเข้าบ้านและมีทางระบายอากาศออกสู่ช่องบริเวณหลังคา บ้านจึงสว่างและเย็นแบบไม่ต้องเปิดแอร์ แถมอยู่ติดถนนและตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ และใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพูในอนาคต 

          นอกจากทั้ง 4 โครงการแล้ว ปลายปีนี้บริษัทยังเตรียมจะเปิดโครงการใหม่อีก 2 ทำเล คือ คอนโด ”ไซมิส ควีนส์” บริเวณซอยไผ่สิงโต ซึ่งจะเปิดตัวปลายปีนี้ และ ”ไซมิส สุรวงศ์” คอนโดสไตล์ยูโรเปี้ยน ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 9.9 หมื่นบาทต่อตารางเมตร รวม 6 โครงการ ใช้เงินลงทุนแล้ว 7,000 ล้านบาท และน่าจะมียอดขายรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท

          “แม้เราจะเปิดตัวโครงการพร้อมกันหลายโครงการก็ไม่มีปัญหาเรื่องการก่อสร้าง เพราะบริษัทฤทธา มีวิศวกรถึง 700 คน มีพนักงาน 2,000 คน และมีแรงงานถึง 4 หมื่นคน ล่าสุดได้นำเข้าแรงงานจากพม่าแบบลงนามเอ็มโอยูกับรัฐบาลพม่าอีก 500 คน จึงถือว่าเรามีความพร้อมและมองว่าการลงทุนทำคอนโดมิเนียม หรือที่พักอาศัยใน กทม.ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพราะชนชั้นกลางที่มี 10-15 ล้านคนในเมืองไทย มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีก ต่อไปหากเปิดเออีซีในปี 2558 ยิ่งจะมีผู้เข้ามาพักอาศัยในเมืองมากขึ้น” นายขจรกล่าวทิ้งท้าย

 

 

--------------------

(อสังหาฯน้องใหม่สวนกระแส กดราคา 30% หนีคู่แข่งไม่เน้นโขกกำไร : สกู๊ป อสังหาริมทรัพย์ : โดย ... ณัฐฎ์ชิตา เกิดแดง)