
นักธุรกิจมะกันเชื่อมั่นลงทุนในไทยชื่นชมนายกฯแก้ปัญหาได้
นักธุรกิจสหรัฐเข้าพบนายกฯ เชื่อมั่นการลงทุนในไทย หลังการเมืองเริ่มนิ่ง พร้อมให้ความร่วมมือการค้าระหว่างกัน "กรณ์" หารือผู้บริหารคลัง ประเมินรายได้และรายจ่าย รองรับ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านล่าช้า เผยแนวโน้มเก็บภาษีสรรพากรเริ่มดีขึ้น สบน.เดินหน้ากู้ 9.4 หมื
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการที่นายแมทธิว พี. ดาลี ประธานสภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน นำคณะนักธุรกิจสหรัฐเข้าเยี่ยมคารวะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้นักธุรกิจสหรัฐมีความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในไทยมากขึ้น จากที่ก่อนหน้านี้มีความกังวลต่อเหตุการณ์ทางการเมือง จะมีผลกระทบต่อการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล แต่เมื่อนายกฯ และรัฐบาลสามารถจัดการปัญหาได้ ก็แสดงความต้องการให้ความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับสหรัฐเดินหน้าต่อไป
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ประธานสภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน ชื่นชมนายกฯ ว่าสามารถจัดการกับปัญหาต่างๆ และบริหารประเทศได้เป็นอย่างดี ตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังเรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลังหารือ ว่า ได้ประเมินการจัดเก็บรายได้รัฐบาลและการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ เพื่อเตรียมพร้อมรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการรอศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเห็นว่าแนวโน้มการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพากรเริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มที่สูงกว่าเดือนก่อน และจะมีเม็ดเงินภาษีจากนิติบุคคลเข้ามาเดือนพฤษภาคมนี้ จึงมองว่าทั้งปีการจัดเก็บรายได้น่าจะยังอยู่ในกรอบเดิมที่ต่ำกว่าเป้าหมายตามเอกสารงบประมาณ 2.8 แสนล้านบาท
“มั่นใจว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะผ่านการตีความของศาล เนื่องจากดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ จึงให้เตรียมแผนกู้เงินชดเชยขาดดุล 2 แสน และใช้เพื่อการลงทุนอีก 2 แสน ไว้ให้พร้อมดำเนินการได้ทันที” นายกรณ์ กล่าวและว่า การชะลอบังคับใช้ พ.ร.ก.และพ.ร.บ.กู้เงินรวม 8 แสนล้านบาทนั้น จะไม่กระทบแผนการลงทุนในโครงการไทยเข้มแข็งรวม 1.4 ล้านล้านบาท ในระยะ 3 ปี หรือคิดเป็นเงินลงทุน 17%ของจีดีพี และช่วยผลักดันให้จีดีพีขยายตัวปีละ 2% ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้
แหล่งข่าวจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า สบน.เตรียมแผนการกู้เงินชดเชยขาดดุลในส่วนที่ ครม.อนุมัติเพิ่มเติม 9.4 หมื่นล้านบาท ไปก่อนระหว่างที่รอ พ.ร.ก. โดยจะมีทั้งการออกพันธบัตรออมทรัพย์ การกู้ตรงจากสถาบันการเงินและการออกตั๋วเงินคลัง ซึ่งสามารถทำได้พร้อมๆ กัน เพราะสภาพคล่องในตลาดมีมากพอ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 1% กว่าเท่านั้น
"ขณะนี้เงินคงคลังเหลือเพียง 7 หมื่นล้านบาท คงไม่เพียงพอ เพราะแต่ละเดือนจะมีภาระค่าใช้จ่ายในส่วนของเงินเดือนประมาณ 1 แสนล้านบาท จึงต้องทยอยกู้เงินเข้ามาใส่ไว้ และเดือนพฤษภาคม อาจมีเงินก้อนใหญ่เข้ามาจากกรมสรรพากร จึงมองว่าจะไม่กระทบมาก แม้ พ.ร.ก.เงินกู้ถูกชะลอ" แหล่งข่าวกล่าว



