ข่าว

'ยุทธศักดิ์'เรียกประชุมหน่วยงานมั่นคง

'ยุทธศักดิ์'เรียกประชุมหน่วยงานมั่นคง

20 ส.ค. 2555

'ยุทธศักดิ์' เรียกประชุมหน่วยงานมั่นคง สั่งสตช.ตรวจสอบมุสลิมกัมพูชาเข้าไทย ด้าน ศปก.จชต. ชี้หลังรอมฎอนจนท.ยังเป็นเป้า

                         20 ส.ค.55 พล.ต.ดิษฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยภายหลังการประชุม ศปก.จชต.ว่า สำหรับประเด็นที่พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าให้มีการตรวจสอบกลุ่มมุสลิมกัมพูชาที่เข้าในประเทศไทยนั้น ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้พูดขึ้นมาในที่ประชุมฯ แต่ไม่ได้มีการหารือในรายละเอียด จึงยังไม่ได้จัดว่าอยู่ในกลุ่มก่อเหตุกลุ่มใด

                         อย่างไรก็ตามมีการมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่เพิ่งรับคำสั่งไปในวันนี้ก็จะดำเนินการติดตามหาข้อมูลก่อน ส่วนจะเข้ามาก่อเหตุหรือไม่ก็เป็นเพียงแค่ข้อสงสัย เป็นการเปิดประเด็นมาเพื่อติดตามก่อน ทั้งนี้การสงสัยไว้ก่อนถือเป็นเรื่องดีทำให้เรารอบคอบในการทำงานมากขึ้น

                         “ส่วนความเคลื่อนไหวของมุสลิมกัมพูชาก็มีเป็นระยะๆ อยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้ให้ความสนใจในประเด็นนี้เมื่อท่านรองนายกฯหยิบประเด็นนี้มาพูดก็เลยเป็นจุดที่สังคมสนใจขึ้นมา แต่ท่านเน้นย้ำแล้วว่าให้สตช.ไปตรวจสอบดูให้ชัดเจนขึ้น” โฆษก กอ.รมน. กล่าว

                         เมื่อถามว่ามีข่าวเรื่องกลุ่มเจไอเข้ามาในพื้นที่หรือไม่ พล.ต.ดิษฐพร กล่าวว่า ไม่มีการหารือในที่ประชุมในวันนี้ ต้องให้หน่วยข่าวเป็นผู้ให้ข้อมูล

 

ศปก.จชต.ประเมินหลังรอมฎอนจนท.ยังเป็นเป้า

                         พล.ต.ดิษฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) เปิดเผยภายหลังการประชุมศปก.จชต.ว่า ที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์ความรุนแรงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมาที่เกิดเหตุคาร์บอมบ์บริเวณลานจอดรถหน้าที่ว่าการอำเภอปะนาเระ เขตเทศบาลตำบลปะนาเระ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ซึ่งในวันนี้กระทรวงมหาดไทยได้กำชับไปยังหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทยในพื้นที่ให้บูรณาการดูแลสถานที่ให้เข้มงวดเพิ่มมากขึ้น โดยให้พิจารณาเพิ่มมาตรการให้สอดคล้องกับความสะดวกของพื้นที่ ทั้งเจ้าหน้าที่ และประชาชนที่มาติดต่อราชการ ทั้งนี้ตนเชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจในความเข้มงวดที่มากขึ้น

                         สำหรับประเด็นทางด้านการข่าวนั้นในที่ประชุมได้ประเมินสถานการณ์ภายหลังเดือนรอมฎอนที่ประเมินว่าการก่อเหตุจะเป็นลักษณะเดิมคือมีการวางระเบิด ซุ่มโจมตี ยิงรบกวนเจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดภาพเหตุการณ์ที่เคยปรากฏ เป็นการย้ำเตือนให้เจ้าหน้าที่ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น ส่วนปัจจัยในการกระตุ้นให้ก่อเหตุนั้นก็ประเมินว่าเป็นการท้าทายแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาลเพื่อทำให้เห็นว่าไม่ถูกต้อง อ่อนแอ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ต้องระมัดระวังและเพิ่มมาตรการบางอย่างขึ้น ซึ่งหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ก็วางแผนและเตรียมการไว้แล้ว

                         ส่วนการข่าวในเชิงลึกไม่สามารถเปิดเผยได้ อย่างไรก็ตามจะมีการประชุมศปก.จชต.อีกครั้งในสัปดาห์นี้ อาจจะเป็นช่วงวันพุธหรือพฤหัสบดีนี้ ส่วนในเรื่องของอำนาจหน้าที่ กฎหมาย รายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ศปก.จชต.นั้นจะมีการประชุมอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ที่สำนักงานเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งสมช.จะกำหนดเวลาอีกครั้ง