ข่าว

ไฮเนเก้นกระทุ้งรัฐปรับโครงสร้างภาษีหนุนแข่งขันเปิดเสรี

ไฮเนเก้นกระทุ้งรัฐปรับโครงสร้างภาษีหนุนแข่งขันเปิดเสรี

22 พ.ค. 2552

ไฮเนเก้นกระทุ้งรัฐพิจารณาโครงสร้างภาษีเหล้า-เบียร์ทั้งระบบ รองรับเปิดเสรีตามข้อตกลงอาฟตา-เอฟทีเอในปี 52 ชี้เบียร์ยี่ห้อดังอาจย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้าน ทำรัฐสูญรายได้กว่า 20%

 นายปริญ มาลากุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เบียร์ไฮเนเก้น ไทเกอร์ และเชียร์ เปิดเผยว่า ต้องการให้รัฐบาลและกระทรวงการคลัง หันมาพิจารณาโครงสร้างภาษีสุราและเบียร์ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่นๆ ใหม่ทั้งระบบ เพื่อให้มีความยุติธรรมมากกว่าที่เป็นอยู่ โดยเห็นควรให้พิจารณาภาษีตามดีกรีของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหลัก

 นอกจากนี้ เมื่ออัตราภาษีศุลกากรเบียร์นำเข้าประเทศไทยภายใต้ข้อตกลงทางภาษีเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) และเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ที่ไทยทำไว้กับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รวมทั้งอาเซียน-จีน จะลดเหลือ 0% มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 จะยิ่งทำให้มีเบียร์ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าเบียร์ที่ผลิตในประเทศไทยเข้ามาแข่งขันจำนวนมาก อีกทั้งอาจจะมีผู้ผลิตเบียร์ยี่ห้อดังจากต่างประเทศใช้ช่องของอัตราภาษี 0% โดยใช้ฐานการผลิตของประเทศในกลุ่มอาเซียน แล้วส่งสินค้าเข้ามาตีตลาดในประเทศไทยอีกจำนวนมากเช่นกัน ซึ่งในที่สุดจะทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ไป โดยอาจสูญเสียรายได้มากกว่า 20% จากภาษีเบียร์ปัจจุบันอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาทต่อปี

 "เมื่อเปิดเสรีนำเข้าเบียร์ ความเหลื่อมล้ำของข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน เกิดจากการที่ผู้ประกอบการในประเทศนั้นถูกกำหนดอัตราภาษีหน้าโรงงานโดยภาครัฐ ในขณะที่ผู้นำเข้านั้นสำแดงต้นทุนการนำเข้า (ซีไอเอฟ) ซึ่งเป็นราคาส่งมอบ ซึ่งได้คิดต้นทุนสินค้าบวกค่าประกันสินค้าขณะขนส่ง และค่าขนส่งสินค้าจนถึงมือผู้ซื้อไว้ต่ำมาก และแม้ว่าจะนำไปคิดคำนวณภาษีสรรพสามิตแบบเต็มเพดานและเต็มมูลค่าหรือปริมาณแอลกอฮอล์ ราคาขายก็ยังต่ำมาก ในขณะที่เบียร์ในประเทศมีราคาหน้าโรงงานที่ถูกกำหนดมาแล้ว 20-30 บาทต่อขวดแล้วแต่ประเภทของเบียร์" นายปริญกล่าว