
"ซู จี" ถูกพิจารณาคดีลับอีกฝรั่งเศสกลัวกระทบ"โทเทล"
ย่างกุ้ง-รัฐบาลพม่าให้นักการทูตและสื่อเข้าฟังการพิจารณาคดีซู จีได้แค่วันเดียว ขณะที่ฝรั่งเศสไม่อยากให้คว่ำบาตรพม่า กลัวกระทบ "โทเทล"
รัฐบาลทหารพม่าได้กลับมาพิจารณาคดีนางออง ซาน ซู จี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพและแกนนำเรียกร้องประชาธิปไตย วัย 63 ปี เป็นการลับอีกครั้งในวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) ซึ่งเป็นการพิจารณาคดีวันที่สี่ หลังจากยินยอมให้นักการทูตและผู้สื่อข่าวเข้ารับฟังการพิจารณาคดีได้เมื่อวันพุธเพียงวันเดียว ทั้งยังยอมให้นางซู จีได้พบปะพูดคุยกับทูตไทย สิงคโปร์ และรัสเซียอีกด้วย
นายอ่อง จ่อ บรรณาธิการนิตยสารอิระวดี ซึ่งเป็นนิตยสารออนไลน์ของนักข่าวพม่าในไทย กล่าวว่า เชื่อว่าการที่ศาลอนุญาตให้ผู้สื่อข่าวและนักการทูตต่างชาติเข้าไปชมการพิจารณาคดีในวันพุธได้ เป็นความพยายามที่จะปรับเปลี่ยนความเห็นของนานาชาติต่อรัฐบาลทหาร พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลก็เคยทำทีเหมือนจะยอมอ่อนข้อให้การเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยมาแล้ว เพียงเพื่อจะถอยหลังกลับไปอีกเมื่อความสนใจของโลกมุ่งไปที่อื่นแทน
ในการพิจารณาคดีวันที่สี่นั้น นางซู จีไม่ได้เข้าร่วมในช่วงเช้า ซึ่งเป็นขั้นตอนที่คณะอัยการส่งมอบหลักฐานเอาผิดนายจอห์น วิลเลียม เยต์ทอว์ ชายอเมริกันที่ว่ายน้ำไปบ้านของนางซู จี จนถูกตั้งข้อหาละเมิดกฎหมายเข้าเมืองเพราะไปเยี่ยมนักโทษโดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว และละเมิดกฎหมายท้องถิ่น ฐานว่ายน้ำในทะเลสาบอินยาอย่างผิดกฎหมาย
ด้านนักกฎหมายชั้นนำระหว่างประเทศเรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ไต่สวนในพม่าแบบเดียวกับรวันดา และอดีตประเทศยูโกสลาเวีย ที่มีการไต่สวนจนนำไปสู่การตั้งศาลพิเศษเพื่อดำเนินคดีต่อมา โดยระบุว่ารัฐบาลพม่าอาจก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติจากการบังคับให้ชนกลุ่มน้อยย้ายถิ่นฐานกว่า 3,000 หมู่บ้าน ประหารชีวิตผู้บริสุทธิ์ ทารุณกรรมและล่วงละเมิดทางเพศด้วยความรุนแรง
ขณะที่นายแบกนารด์ คุชแนร์ รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส เตือนว่า ถ้ายุโรปออกมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อพม่าก็จะส่งผลกระทบหนักต่อ "โทเทล" บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส ที่เข้าไปทำธุรกิจอยู่ในพม่า และจะนำมาซึ่งผลเสียหายอย่างร้ายแรงต่อภูมิภาค
นายคุชแนร์กล่าวด้วยว่า เรื่องของโทเทลเป็นประเด็นที่ต้องมีการตัดสินใจในระดับประเทศ เพราะจะต้องมีการทบทวนสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ซึ่งหมายถึงว่า ถ้าตัดการส่งก๊าซก็จะส่งผลต่อประชากรของพม่า ยังไม่รวมถึงประเทศไทย ซึ่งเป็นเส้นทางการส่งก๊าซจากพม่าด้วย แม้สถานการณ์ในพม่าจะเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ แต่ก็จะต้องมีการตัดสินใจอย่างระมัดระวัง ถ้าโทเทลถูกห้ามทำธุรกิจตามแหล่งก๊าซธรรมชาติในพม่า บริษัทของจีนก็รีบเข้าไปแทนที่ทันที



