
คนละหมัด
คนละหมัด : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน
ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถูกมองว่าเป็นหน่วยงานที่มีปัญหาเรื่องส่วยมากที่สุด อาจเป็นเพราะว่า อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน
อาจมีบางส่วนที่ตำรวจถูกกล่าวหาอย่างเลื่อนลอยเหมือนกัน
การรีดไถที่มีคนพูดถึงกันมากที่สุด ก็ประเภทด่านใต้ต้นมะขามริมทาง หัวมุมแยกต่างๆ การตั้งด่านจราจรตามถนนสายหลักจนทำให้การจราจรติดขัด การรีดส่วยในรูปแบบอื่นๆ อีก
ในส่วนนครบาลเริ่มมีมิติใหม่ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งเป็นแนวคิดของ พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะที่รับผิดชอบงานจราจรได้หยิบยกเรื่องที่ตำรวจจราจรถูกชาวบ้านดักถ่ายรูปในขณะที่ประพฤติตัวไม่เหมาะสม พูดง่ายๆ คือ ทั้งรีดไถ ทั้งหมิ่นเหม่ต่อการทำผิดกฎหมาย จนตำรวจจราจรดีๆ ทำงานลำบากขึ้น
พล.ต.ต.วรศักดิ์ จึงมีแนวคิดให้ตำรวจไปจัดหากล้องปากกาบ้าง กล้องกระดุมบ้าง มาติดไว้กับเครื่องแบบเพื่อใช้บันทึกภาพผู้ใช้รถใช้ถนนที่ทำผิดกฎหมาย พร้อมทั้งบันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นหากมีการร้องเรียนขึ้นมา เรียกว่าบันทึกกันทั้งสองฝ่ายทั้งชาวบ้านและตำรวจ เพื่อกันข้อครหาและให้เห็นพฤติกรรมของผู้ใช้รถด้วยเนื่องจากบางคนก็เบ่งใส่ตำรวจก็มี
เหมือนกับ "แลกหมัด" กันระหว่างผู้บังคับใช้กฎหมายกับคนขับรถ ใครผิดใครถูกมีภาพบันทึกไว้จะได้ไม่ต้องมาเถียงกัน
ตำรวจถูกกล่าวหาว่ารีดไถก็เอาภาพมาชี้แจง ชาวบ้านร้องว่าจราจรประพฤติมิชอบก็เอาภาพมายืนยันเรียกว่าวินวินทั้งสองฝ่าย
เบื้องต้นจะให้ตำรวจชั้นสัญญาบัตรติดก่อน แต่ในความเป็นจริงตามด่านหากมีการรีดไถ หัวหน้าด่านหรือชั้นสัญญาบัตรไม่มาขอเองหรอก จะมีตำรวจชั้นประทวนดำเนินการแทน หากนายตำรวจสัญญาบัตรไม่อยู่ในที่เกิดเหตุหรือแกล้งไม่เห็นกล้องพวกนี้ก็ไม่มีความหมาย
ที่สำคัญคงต้องใช้งบประมาณมากสมควร ถ้าไม่มีการจัดเก็บอย่างมีระบบหรือมีเครื่องมือแจกจ่ายให้ทั่วถึงก็ไม่สามารถบังคับใช้ได้เท่าเทียมกัน และจะกลายเป็นปัญหาดาบสองคม เกิดฟ้องร้องกันในอนาคตหรือเปล่า
ยังมีข้อโต้เถียงในเรื่องการละเมิดสิทธิอีก
แนวคิดนี่ถือว่าดี แต่ทางปฏิบัติต้องทำอย่างเป็นระบบเพราะภาพที่บันทึกสามารถนำมาใช้ต่อสู้ในศาลได้รวมถึงอาชญากรรมด้านอื่นด้วย



