
กีฬาคือภาพสะท้อนของความรุ่งเรืองของชาติ
กีฬาคือภาพสะท้อนของความรุ่งเรืองของชาติ : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman
จบลงไปด้วยความผิดหวังแต่ไม่เกินความคาดหมายของทีมกีฬาไทยในโอลิมปิก แรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นจากการไม่ได้เหรียญทองสักเหรียญซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี ทำให้มีแนวคิดในการวางยุทธศาสตร์ของการกีฬาเสียใหม่ แต่ถ้าทำตามยุทธศาสตร์เลือกพัฒนาแต่กีฬาเฉพาะด้านที่คนไทยถนัดเท่านั้นก็จะไม่น่าสอดคล้องกับผลประโยชน์ของชาติ เพราะประเทศที่มีเจตจำนงในการทะยานขึ้นสู่ระดับสูงของโลกนั้นควรจะต้องเก่งการกีฬาอย่างสม่ำเสมอแทบทุกสาขาไป
ในยุคสมัยที่การรบกันคือความขัดแย้งแข็งกร้าวที่ประเทศที่ศิวิไลซ์แล้วไม่อยากให้เกิด กีฬาเป็นตัวแทนของสงคราม ที่ประเทศที่แข็งแกร่งใช้เป็นเครื่องแสดงศักยภาพของคนในประเทศ กีฬาไม่ใช่เพียงความบันเทิงหรือศิลปะ แต่เป็นตัวฉายภาพลักษณ์โดยรวมของประเทศว่าประเทศนั้นๆ เก่งฉกาจเพียงใด ไม่แพ้ขีดความสามารถด้านเศรษฐกิจ กำลังทหาร วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี หรือกำลังอำนาจอื่นใด ภาพลักษณ์ที่เก่งด้านกีฬาจะเสริมกับขีดความสามารถด้านอื่นทำให้นานาชาติยกย่องนับถือ สิ่งนี้จึงทำให้จีนทุ่มเทงบประมาณพัฒนากีฬาของตนจนเหนือกว่าฝรั่งไปแล้ว เหมือนกับที่พัฒนาขีดความสามารถทุกด้านทั้งบนบก ในน้ำและในอวกาศเพื่อแสดงว่าตนก็แข่งขันกับสหรัฐได้ในทุกเรื่อง เกาหลีใต้ก็เป็นอีกชาติหนึ่งที่โชว์ว่าเมื่อยกระดับประเทศแบบก้าวกะโดดได้แล้ว ก็จะกลายเป็นเก่งแทบทุกด้านไม่เว้นแม้แต่ด้านกีฬา ยิ่งเมื่อดูในตารางเหรียญจะพบว่าชาติที่กำลังไปได้สวย กีฬาจะเก่งไปด้วย ส่วนชาติที่กำลังตกต่ำ ก็จะพบกับความพ่ายแพ้ด้านกีฬามากกว่าชาติอื่น
อาเซียนเป็นภูมิภาคที่แข่งกีฬาสู้เขาไม่ได้ ก็คล้ายกับการอยู่ในสภาพเป็นรองภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเอเชียตะวันออกที่เข้ามาเกาะเกี่ยวในเชิงได้เปรียบตลอดมา ทางแก้นั้นคงไม่ใช่การคิดว่ากีฬาเป็นเรื่องสนุกสนามเฉพาะกลุ่ม ไม่เห็นจำเป็นต้องเปลืองงบประมาณอะไร หรือเล่นกีฬามากๆ แล้วจะโง่ เอาเวลาไปเรียนเรียนเรียนดีกว่า ทั้งนี้เพราะการไม่พัฒนาด้านกีฬานั้นจะเป็นตัวฉุดรั้งบั่นทอนความฮึกเหิมที่จะทำให้เยาวชนมีจิตใจรุกรบ หากพัฒนาให้ถูกทางจิตใจมุ่งมั่นชนิดนี้จะติดตัวบุคคลไปจนตลอด รวมทั้งในการทำเพื่อชาติ
เมื่อดูจากตัวเลขอัดฉีดหลังนักกีฬาได้รับเหรียญโอลิมปิกคงปฏิเสธไม่ได้ว่าบ้านเรามีตังค์ให้การกีฬา แต่ใช้ตังค์ไม่เป็น ไม่กล้าทุ่มหนุนกีฬาจริงจังเพราะเกรงไม่คุมค่า ต่อเมื่อใกล้จะสำเร็จถึงฝั่งจึงจะทุ่มเงินให้ ถ้าทำแบบนี้ต่อไปชัยชนะของกีฬาไทยก็คล้ายแทงหวย คือเอาแน่ไม่ได้ ยิ่งถ้าทุ่มกับกีฬาบางประเภทเพื่อหมายโชว์แค่เหรียญแค่ตัวเลข ก็จะเป็นการบอนไซขีดความสามารถในการแข่งขันกีฬาอื่นๆ ทางออกคือกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนทุ่มเงินสนับสนุนกีฬามากประเภท ส่งเสริมสำนึกใจรักการเล่นกีฬา ช่องทางที่มีก็ใช้เสียให้เต็มที่ เช่น กีฬาทหารโลกต้องส่งนักกีฬาไปแข่ง เป็นต้น



