
มทภ.4เปิดใจปรับยุทธวิธีชนะทางยุทธศาตร์
สัมภาษณ์พิเศษ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 : 'ปรับยุทธวิธี...ชนะทางยุทธศาตร์' โดย ทีมข่าวความมั่นคง
“การที่เขาปรับเปลี่ยนยุทธวิธีตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น เป็นยุทธศาสตร์ที่จะให้ต่างชาติเข้ามา โดยอ้างว่ารัฐไทยใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา ผมคิดว่าทางยุทธศาสตร์เขาไม่สามารถเอาชนะเราได้"
จากสถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่ร้อนระอุอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รัฐบาลต้องปรับองคาพยพในการดับไฟใต้ใหม่ด้วยการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย และยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) โดยมอบหมายให้ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแล ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ทั้งบวกและลบ
พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้กำกับดูแลงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ให้สัมภาษณ์พิเศษต่อ “คม ชัด ลึก” ถึงยุทธศาสตร์การทำงานหลังจากนี้ว่า ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชน เพราะช่วงหลังเราค่อนข้างเสียเปรียบทางด้านยุทธวิธี เนื่องจากมีภารกิจค่อนข้างมากในที่แจ้งทำให้ฝ่ายตรงข้ามจับความเคลื่อนไหวของเราได้ ดังนั้น จะต้องมีการปรับยุทธวิธีบางส่วน แต่ก็ยังคงดำรงความมุ่งหมายตามยุทธศาสตร์การทำความเข้าใจ และการดำเนินการกับ "ภัยแทรกซ้อน"
ส่วนมุมมองต่อหน่วยงานใหม่อย่าง ศปก.กปต. นั้น พล.ท.อุดมชัย มองว่า ศปก.กปต. เป็นเรื่องระดับนโยบาย และมาเชื่อมต่อกับหน่วยปฏิบัติโดยตรง เพื่อทำข้อมูลข่าวสารให้แก่นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รวมถึงผู้ที่กำหนดนโยบายได้รับรู้ และสั่งการได้เร็วขึ้น โดยจะประสานงานกับ 17 กระทรวง 66 หน่วยงาน เพื่อให้การขับเคลื่อนงานเป็นเอกภาพมากขึ้น
เมื่อถามถึงโอกาสที่เจ้าหน้าที่จะตอบโต้รุนแรงยิ่งขึ้น หลังจากถูกฝ่ายตรงข้ามโจมตีอย่างหนัก พล.ท.อุดมชัยตอบว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่มีความสงบเรียบร้อยดี และมีพื้นที่ที่ก่อเหตุเพียงไม่กี่จุดเท่านั้น
“การที่เขาปรับเปลี่ยนยุทธวิธีตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น เป็นยุทธศาสตร์ที่จะให้ต่างชาติเข้ามา โดยอ้างว่ารัฐไทยใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา ผมคิดว่าทางยุทธศาสตร์เขาไม่สามารถเอาชนะเราได้ ส่วนเหตุการณ์รุนแรงในช่วงเดือนถือศีลอดที่มีมากขึ้นนั้น เขาก่อเหตุเพื่อต้องการสร้างกำลังใจ แต่จริงๆ แล้วไม่ได้อะไรเลย เพราะประชาชนเห็นแต่ความโหดร้ายรุนแรงของเขา เป็นเราก็คงไม่สมัครใจกับคนที่ใช้ความรุนแรง และหากเอาคนพวกนี้มาปกครอง ประชาชนก็คงไม่ยินยอม”
พล.ท.อุดมชัยกล่าวอีกว่า ทางผู้แทน "โอไอซี" ยืนยันแล้วว่าจะไม่สนับสนุน และในหลักศาสนาก็ไม่สนับสนุนความรุนแรง ส่วนที่กลุ่มก่อความไม่สงบต้องการตอบโต้ที่โอไอซีสนับสนุนการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลไทยก็อาจเป็นไปได้ เพราะเขาหวังว่าเราจะหันกลับไปตอบโต้แบบรุนแรง และเหวี่ยงแห ซึ่งถ้าเราหันกลับไปทางนั้น เราจะแพ้ในทางยุทธศาสตร์
ส่วนมาตรการ รปภ.พื้นที่ หลังสิ้นสุดเดือนรอมฎอน พล.ท.อุดมชัยระบุว่า ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงใด ทหารก็มีแผนการปฏิบัติอยู่แล้ว เพียงแต่จะต้องดูว่าอันไหนมีช่องว่างหรือจุดอ่อน ก็จะต้องปรับ ทั้งนี้ ยุทธวิธีเป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีแพ้มีชนะ หรือมีเจ็บกันบ้าง แต่ในทางยุทธศาสตร์เขาไม่ชนะแน่นอน
ขณะที่ความเชื่อมโยงระหว่าง "กลุ่มค้ายาเสพติด" กับกลุ่มที่ก่อเหตุในพื้นที่ พล.ท.อุดมชัยกล่าวย้ำว่า "ผมยืนยันด้วยหลักฐานต่างๆ ว่า กลุ่มยาเสพติด กลุ่มน้ำมันเถื่อน ให้การสนับสนุนคนกลุ่มพวกนี้ให้ก่อเหตุ เพราะถ้าเขาก่อเหตุจุดนั้นจุดนี้จะทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติการกันอย่างชุลมุน ทำให้คนกลุ่มพวกนี้มีอิสระในการค้าขายได้สบาย การแก้ไขปัญหาจะต้องไม่ทิ้งประเด็นเหล่านี้ ผมยืนยันว่าเรื่องภัยแทรกซ้อนจะต้องดำเนินการอย่างจริงจัง ส่วนเส้นทางการเชื่อมโยง คงลงไปในรายละเอียดไม่ได้"
พล.ท.อุดมชัยกล่าวอย่างเชื่อมั่นว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนใหม่ คงไม่ทิ้งปัญหาเรื่องนี้ ซึ่งถ้าจับกุมไม่ได้ก็จะต้องมีการ "ยึดทรัพย์" และไม่ว่าจะถ่ายโอนเงินไปที่ไหน เราก็จะต้องตามจนเจอ
แม่ทัพภาคที่ 4 เชื่อว่า ท้ายที่สุดแล้ว การก่อเหตุอย่างรุนแรง ไร้มนุษยธรรม จะไม่มีทางได้รับการยอมรับจากประชาชน และเจ้าหน้าที่ยังสามารถควบคุมได้อยู่ แต่ถ้าจะทำ(โจมตี) แบบโจ่งแจ้ง หรือเข้ายึดพื้นที่คงไม่มี เพราะยังไม่มีขีดความสามารถเพียงพอ และกลุ่มก่อความไม่สงบตอนนี้มีไม่มาก แต่เมื่อก่อเหตุแล้วจะแอบแฝงเข้าไปอยู่กับญาติเพี่อตบตาเจ้าหน้าที่
"แต่บางทีญาติพี่น้องก็พยายามให้คนที่หลงผิดเข้ามอบตัวเพื่อพัฒนาชาติไทย และเข้ามาต่อสู้คดี ทั้งนี้ ในส่วนของ 4 อำเภอ จ.สงขลา เราใช้มาตรา 21 ของพ.ร.บ.ความมั่นคง เข้าไปดำเนินการ ในอนาคตถ้าเหตุการณ์ปกติมากขึ้นอาจจะประกาศใช้มาตรา 21 ทั้งหมด เพื่อให้คนที่เข้าไปต่อสู้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คนที่ต่อสู้ด้วยอุดมการณ์ ไม่ใช่อาชญากรโดยสันดาน แต่อาจจะถูกปลูกฝังความเชื่อบางอย่าง ซึ่งเราน่าจะมีทางถอยให้เขาหยุดการต่อสู้ด้วยอาวุธ และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม”
เมื่อถามถึงพื้นที่ "เซฟตี้โซน" ทั้ง 13 จุด แม่ทัพภาคที่ 4 เชื่อว่า เพียงพอที่จะดูแลความปลอดภัย แต่จะต้องปรับเปลี่ยนไม่ให้กำลังพล "อยู่กับที่" เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าในการโจมตี ส่วนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ก็เหมือนกับ "การก่อปราสาททราย" ที่ต้องใช้เวลานาน และใช้ความอดทน เพื่อไม่ให้ปราสาททรายพังครืนลงมา
............................
ตัดท่อน้ำเลี้ยง "ยาเสพติด-น้ำมันเถื่อน"
พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดใจในโอกาสครบรอบ 2 ปีในการทำงานว่า ที่ผ่านมาได้พยายามทำงานเต็มความสามารถเท่าที่มีอยู่ และมีอิสระในการทำงานเนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้ความไว้วางใจ ซึ่งในสนามรบบางครั้งก็เกิดเรื่องราวบ้าง และจะต้องใช้ความอดทน แต่ในกรอบใหญ่ยังถือว่าใช้ได้อยู่
อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า สิ่งที่ยังจัดการได้ไม่เรียบร้อย คือ สถานการณ์ที่ยังไม่สามารถจัดการให้เงียบสงบลงได้ แต่ทุกอย่างก็จะต้องใช้เวลาในการดำเนินการ และแม่ทัพภาคที่ 4 คนต่อไปก็จะต้องเข้ามาสานงานต่อ เพราะกรอบที่มีอยู่สามารถที่จะทำให้มันสงบลงได้
"ปัญหาพื้นฐานคือคนที่มันรบจะต้องมีเงิน ผมจึงให้ความสำคัญในเรื่องปัญหายาเสพติด ของเถื่อน น้ำมันเถื่อน ที่ระบาดอยู่ในเวลานี้ ผมพยายามทำอย่างจริงจังในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา"
พล.ท.อุดมชัย ฉายภาพเหตุการณ์ช่วงนี้ว่า ทุกวันนี้กลุ่มคนร้ายพยายามโชว์ศักยภาพ แต่ถึงอย่างไร เขาสู้เราไม่ได้อยู่แล้ว แต่เขาเก่งในเรื่องการ "รักษาความลับ" ซึ่งองค์กรลับของเขาไม่ใหญ่มาก แต่เมื่อคนที่มีอำนาจสั่งการถูกเปิดเผย คนที่อยู่เบื้องหลังก็จะ "ปลดออก" ทันที แล้วให้คนอื่นขึ้นแทน และหากจะถูกเปิดเผยอีกก็จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ เพื่อรักษาองค์กรลับเอาไว้
“คนที่อยู่เบื้องหลังเป็นคนที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน แต่กองทัพก็ไม่ยอมอยู่แล้ว ซึ่งกลุ่มของเขาไม่ค่อยโตเท่าไหร่ แต่เขาทำให้เหตุการณ์มันใหญ่โตด้วยเสียงระเบิด โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนยุทธวิธีคาร์บอมบ์ แต่ผมแก้ไขพยายามอดทน ให้อภัย อดกลั้น และบังคับใช้กฎหมายด้วยการเคารพสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย"
แม่ทัพภาคที่ 4 ย้ำว่า ทุกวันนี้ยังมีกำลังใจเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ที่จะแก้ไขปัญหา แม้ว่าหน้าตาจะเคร่งเครียดไปบ้าง แต่ยังมีกำลังใจในการทำงานอยู่ และในฐานะที่เป็นทหารอาชีพก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่จะให้ปฏิบัติภารกิจต่างๆ ส่วนจะอยู่ในตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ต่อไปหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับผู้บัญชาการทหารบก
...............
(หมายเหตุ : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 : 'ปรับยุทธวิธี...ชนะทางยุทธศาตร์' โดย ทีมข่าวความมั่นคง)



