
ปชป.เปิดศูนย์ประมวลผลงาน1ปี'รบ.ปู'
ปชป.เปิดศูนย์ประมวลผลงาน 1 ปี 'รบ.ยิ่งลักษณ์' ระบุเตรียมฉาย 'ซีรีส์ 1 ปีของจริงไม่อิงละคร' ประเดิม 19 ส.ค.นี้
18 ส.ค.55 นายสรรเสริญ สมะลาภา ส.ส. กทม.ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (เงา) พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ในโอกาสที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ บริหารประเทศครบ 1 ปี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้มอบหมายให้ครม.เงา ตั้งศูนย์ประมวลผลงานของรัฐบาลในโอกาสครบรอบ 1 ปี เช่นกันตามนโยบาย( policy watch) เพราะทราบว่ารัฐบาลจะนำเสนอผลงาน ประกอบควบคู่ไปกับนโยบายของรัฐบาลในรูปแบบละคร
รมช.คลัง (เงา) กล่าวว่า ครม.เงา พรรคประชาธิปัตย์ ก็จะออกซีรีย์ต่อเนื่องโดยจะแถลง 2 ครั้งต่อ 1 สัปดาห์ ภายใต้แนวคิด “1 ปี ของจริงไม่อิงละคร” ที่จะนำข้อมูลข้อเท็จจริงของเหตุการณ์นโยบายหรือผลกระทบโดยเฉพาะตัวเลขที่จะเน้นเปรียบเทียบให้เห็นด้านเศรษฐกิจเพื่อให้ประชาชนเจ้าของประเทศได้รับทราบถึงการแก้ไขปัญหาต่างๆของประชาชนผ่านนโยบายของรัฐบาลว่าถูกต้องหรือไม่อย่างไร
นายสรรเสริญ กล่าวว่า สำหรับเนื้อหาของการนำเสนอผลงาน การตรวจสอบของครม.เงาจะเน้นหนักไปที่ด้านเศรษฐกิจ โดยไล่ตั้งแต่เศรษฐกิจปากท้องระดับครัวเรือน ขึ้นไปจนไปถึงเศรษฐกิจระดับมหภาค เช่น ของแพง สินค้าเกษตรตกต่ำ สวนทางราคาสินค้าในท้องตลาด ที่จะถึงมือผู้บริโภค การแก้ไขราคาพลังงาน ทั้งน้ำมันและก๊าซ เพื่อที่จะให้ประชาชนได้เปรียบเทียบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น กับความพยายามโฆษณาประชาสัมพันธ์ของรัฐ ว่าแตกต่างกันอย่างไร
รมช.คลัง (เงา) กล่าวว่า พี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาในการปฏิบัติ หรือผลพ่วงจากนโยบายของรัฐบาล สามารถส่งข้อมูลมาให้ครม.เงา หรือพรรคประชาธิปัตย์ได้ ณ ที่ทำการพรรคโดยตรง โดยจะเริ่มแถลงการณ์ตรวจสอบผลงานของรัฐบาลในรอบ 1 ปี ในแนวคิด “1 ปีของจริงไม่อิงละคร” ตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค.นี้ เรื่องแรกที่จะเสนอคือ พลังงานน้ำมัน
ปชป.เตรียมส่งหนังสือถึงมะกันเปิดโปงพฤติกรรม'แม้ว'
วันเดียวกัน นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า พรรคประชาธิปัตย์จะทำจดหมายส่งไปยัง นายจอร์น เคอร์รี วุฒิสมาชิก ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาคองเกรส และพรรครีพับริกัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ในสัปดาห์หน้าเพื่อจะอธิบายเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ มีส่วนอยู่เบื้องหลังและตกเป็นผู้ต้องหาในคดีก่อการร้าย รวมถึงเหตุการณ์ความรุนแรง ระหว่างการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เช่น การเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง ซึ่งหวังว่าสหรัฐน่าจะได้บังคับใช้กฎหมายของตัวเองอย่างเท่าเทียมและถูกต้อง อย่าให้ใครประนามว่ามีการนำทรัพย์สิน มาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ในการเดินทางเข้าประเทศของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อย่างไรก็ตาม ได้ประสานไปยังเลขานุการสภาคองเกรส ประเทศสหรัฐเรียบร้อยแล้ว
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเปลี่ยนท่าทีของสหรัฐอเมริกาว่า ก่อนหน้านี้ ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อ ปี 54 พ.ต.ท.ทักษิณ เคยขอวีซ่า เดินทางเข้าประเทศสหรัฐฯ ผ่านสถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE โดยทางสถานทูตสหรัฐได้แจ้งรัฐบาลไทย มายังกระทรวงการต่างประเทศไทยว่าไม่อนุมัติวีซ่าให้พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะมีคดีความติดตัวโดยเฉพาะ คดีก่อการร้ายซึ่งเป็นคดีร้ายแรงของสหรัฐ และขัดกับกฎหมายคนเข้าเมืองของสหรัฐ ที่ระบุว่าคนที่มีคดีความหรือต้องโทษเกิน 1 ปี จะอยู่ในกลุ่มที่สหรัฐไม่สามารถออกวีซ่าให้ได้
"ปชป.จึงได้ส่งจดหมายถึงวุฒิสมาชิกให้ถาม รัฐบาลของนายบารักโอบาม่า ว่าเปลี่ยนกฎหมาย หรือกฎหมายเปลี่ยนท่าน หรือทรัพย์สินเงินทอง ที่ได้เจรจากันไว้เปลี่ยนท่าทีของสหรัฐ ทั้งนี้ไม่อยากให้คนไทยมองประเทศสหรัฐในแง่ไม่ดี เพราะเรามีความสัมพันธ์กันยาวนาน ตนจึงขอเตือนไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา และสถานฑูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยว่า อย่าเอาคุณอย่างนายทักษิณมาแลกกับผลประโยชน์ประเทศของ 2 ชาติ เพราะขณะนี้กำลังกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ที่จะออกมาต่อต้านสถานฑูตสหรัฐประจำประเทศไทย และต่อต้านรัฐบาลสหรัฐที่นั่น" นายชวนนท์ กล่าว
ปชป. แฉพบ 4 พิรุธงบฯปี56 เปิดช่องทุจริต-ปิดโอกาสปชช.
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการพิจารณาร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 56 ทั้ง 3 วันที่ผ่านมาว่า ถือว่ารัฐบาลล้มเหลวในการชี้แจงหลายประเด็น ซึ่งตนขอตั้งสมญานามรัฐบาลชุดว่า“เปิดช่องทุจริตและปิดโอกาสประชาชน”โดยจะเห็นได้จาก 4 ประเด็นหลัก คือ 1.เรื่องการใช้จ่ายงบประมาณฟื้นฟูเยียวยาน้ำท่วมและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าปี 55 ที่เป็นงบกลางจำนวน 1.2 แสนล้านบาท การที่รัฐบาลพยายามปิดบังข้อเท็จจริงในเรื่องต่างๆ ว่าเงินดังกล่าวได้ไปใช้ประเภทของการป้องกันน้ำท่วมเรื่องอะไร มีประสิทธิภาพเหมาะสมหรือไม่ ฝ่ายค้านควรที่จะได้รับรู้ และการที่คนในฝั่งรัฐบาล โดยเฉพาะโฆษกพรรคเพื่อไทยที่โชว์ความเบาของสติปัญญาตัวเองอย่างต่อเนื่อง คือ พูดว่าการพิจารณางบปี 56 แล้วจะมาดูการใช้เงินปี 55 เพื่ออะไร ตนก็เสียใจที่มีส.ส.อย่างนี้เข้าไปได้
การพิจารณางบฯในปี 55 นั้นเราจำเป็นต้องรู้ว่าปีที่แล้วงบฯในหมวดหมู่นี้ใช้ไปมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากน้อยแค่ไหนและเหมาะสมแค่ไหนที่จะขออนุมัติจากสภาเพิ่มในปี 56 แต่รัฐบาลไม่สามารถให้รายละเอียดข้อเท็จจริงได้แต่พยายามเลื่อนการมอบเอกสาร และหาข้อแก้ตัวที่จะไม่มอบเอกสารให้ฝ่ายค้าน ซึ่งตนคิดว่าเป็นการเปิดช่องในการทุจริตโครงการน้ำท่วมปีนี้ ซึ่งจะมีการกู้เงินเพิ่มอีก 3.5 แสนล้าน
นายชวนนท์ กล่าวว่า ขณะนี้คนที่นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ดูแลเงิน 3.5 แสนล้าน ป้องกันน้ำท่วม คือ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ ซึ่งขณะนี้ถูกอัยการสั่งฟ้องในคดีความเดิม สมัยดำรงตำแหน่งในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเรื่องการประพฤติมิชอบ และอาจเข้าข่ายการทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งตนปล่อยให้เรื่องอย่างนี้ผ่านไปไม่ได้ คนที่เป็นรัฐมนตรีแต่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) มีความเห็นสั่งฟ้อง และอัยการมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่นายกรัฐมนตรียังปล่อยให้รับผิดชอบดูแลเงินกู้ 3.5 แสนล้านซึ่งสภาฯ ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเป็นพรก. ตนทราบว่าไม่มีใครสบายใจแน่ ดังนั้นถ้ารัฐบาลไม่ปิดช่องทุจริตอย่างที่ตนกล่าวหา ก็ต้องเปลี่ยนคนที่ดูแลเงินก้อนนี้ และไม่ควรมีรัฐมนตรีที่ถูกอัยการสั่งฟ้องในคดีคอรัปชั่น อยู่ในครม.แต่อยากดูว่ายิ่งลักษณ์จะทำเรื่องนี้อย่างไร
2.การรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ซึ่งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาระบุถึงมาตรการกระตุ้นราคายางพารา โดยการลดพื้นที่สวนยาง และลดปริมาณการส่งออก ซึ่งตนเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ได้ออกจากสมอง แต่ตนไม่สามารถเข้าใจได้ว่าท่านใช้ส่วนไหนของร่างการคิด เพราะสมองคนไม่สามารถคิดอะไรเช่นนี้ได้ และการที่ท่านทำเช่นนี้ ไม่ต่างกับการเอายางไปเผาเล่นที่แยกราชประสงค์ คลองเตย และสามเหลี่ยมดินแดง ในระหว่างการชุมนุมของคนเสื้อแดง
“คำถามที่ชาวสวนยาง ฝากผมไปถามนายณัฐวุฒิ คือ ถ้าโค่นยาง 1 แสนไร่แล้ว พี่น้องชาวสวนยางทั้งหมดจะเอาอะไรกิน เพราะต้องใช้เวลา 7 ปีในการโตเต็มที่ ผมถามนายณัฐวุฒิว่าจะให้เขาไปเผายางทิ้งเล่นที่ไหน เช่นเดียวกันกับการลดการส่งออกยาง 1.5 แสนตัน อยากถามว่าจะเอาปริมาณยางดังกล่าวไปไว้ที่ไหน นายณัฐวุฒิต้องตอบ เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการปิดโอกาสประชาชน
ทั้งนี้นายณัฐวุฒิยังมีหน้าบอกว่าจะขออนุมัติ งบฯ ที่เหลืออีก 1.5 หมื่นล้านบาท ตามที่เคยขอครม.ไว้ 3 หมื่น ใช้ไปแล้ว1.5 พันล้าน ขณะนี้ยางอยู่ที่ 68 บาท ขี้ยางอยู่ที่ 28 บาท ผมถามว่า 1.5 หมื่นแรกที่คุณเอาไปใช้ พยุงราคายางให้ถึง 104 บาท ขณะนี้การประเมินการใช้เงินเป็นอย่างไรบ้าง ณัฐวุฒิต้องตอบ แล้วจะขออีก 1.5 หมื่นล้านไปทำอะไร ในเมื่อคุณจะตัดยางทิ้งแล้ว ดังนั้นก็จะเป็นการเปิดช่องให้ทุจริต โกงกินระหว่างนักการเมืองกับพ่อค้า ที่ไปสะสมยางไว้ในสต๊อกโกดังของตัวเอง วึ่งเป็นการที่รัฐบาลเปิดช่องทุจริต ปิดโอกาสประชาชน” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
3.การจำนำข้าว ที่ในขณะนี้ทุกหน่วยงาน ทั้งภาคเอกชน ภาครัฐและวิชาการต่างยอมรับว่า โครงการนี้มีการทุจริตคอรัปชั่นแน่นอน จะมากหรือน้องเท่านั้น แต่รัฐบาลพยายามตัดตอนการทุจริตและสร้างภาพว่าการทุจจริต เป็นเรื่องของผู้ปฏิบัติ ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล หรือผู้มีอำนาจหรือนักการเมือง และให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ สร้างภาพว่าลงไปตรวจสอบอย่างเต็มที่ป้องกัน ตนเรียนว่าท่านทำตอนนี้ เพราะเป็นช่วงของงบประมาณ เพราะต้องการเงินก้อนโตอีก 2.6 แสนล้าน ที่จะนำไปรับจำนำถลุงกันเล่นในปีฤดูการผลิตที่กำลังจะถึงนี้ ซึ่ง 2.6 แสนล้านตามตัวเลขของ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ จะถึงมือประชาชนประมาณ 17 - 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
“อีก 2 แสนล้านคือ 80 % จะตกอยู่ในมือของนักการเมือง และผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการทุจริตจำนำข้าว นี่เป็นการทุจริตมหาศาลและทำลายประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง ทั้งเรื่องโครงสร้างเศรษฐกิจและโครงสร้างการเกษตร แต่รัฐบาลชุดนี้ยังเดินหน้าทำ ผมไม่รู้ว่า “เจ๊ ด.เด็ก” ที่กล่าวถึงเกี่ยวข้องเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน แต่มีข่าวลือว่า คนที่อยู่ในอาณัติต้องผลักดันโครงการนี้ให้ได้ เพราะโดนเจ๊ดัน นอกจากนี้ม.หอการค้าไทยได้เปิดเผยผลการสำรวจหนี้ครัวเรือนของเหษตรกร เฉลี่ยจากปี 55 ไปปี 54 เพิ่มขึ้นประมาณ 3-5 เปอร์เซ็น จากปี 54 ที่มีหนี้ 103,000 บาท ปีนี้มาอยู่ที่ 1.1 แสนบาท คือ ขึ้นมาอีก 7,000 บาท ถามว่าถ้าหากโครงการนี้ดีจริง แล้วทำไมหนี้เกษตรกร ถึงเพิ่มขึ้น 5% ทั้งที่รัฐบาลอุตส่าห์ลดหนี้ พักหนี้อุตลุตไปหมด” นายชวนนท์ กล่าว
นายชวนนท์ กล่าวว่า 4.เรื่องน้ำมัน ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (19 ส.ค.) นายสรรเสริญ สมะลาภา ส.ส.กทม.และรมช.คลังเงาจะแถลง อย่างไรก็ตาม ในอดีตที่ผ่านมาตั้งแต่มีกองทุนน้ำมันมา เมื่อไหร่ที่กองทุนน้ำมันติดลบ ก็แปลว่า เราใช้เงินในกองทุนน้ำมันไปอุดหนุนน้ำมันในประเทศ ซึ่งน้ำมันในประเทศ ก๊าซแอลพีจี เอ็นจีวีจะไม่สูง ทำให้ประชาชนใช้พลังงานในราคาถูก แต่รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลแรกที่สร้างปาฏิหาร กองทุนน้ำมันติดลบด้วย น้ำมันและก๊าซแพงด้วย เจ๊งทั้ง 2 ขาไม่เคยมีใครทำได้แบบนี้ และตนไม่รู้ว่าต้องไปศึกษาความรู้ความสามารถของน.ส.ยิ่งลักษณ์แบบนี้ที่ไหน ถึงจะทำได้แบบนี้
“กองทุนน้ำมันติดลบ ประชาชนเจ๊งด้วย ประเทศชาติเจ๊งด้วย เจ๊งกันหมดทุกฝ่าย แอลพีจีต้องลอยตัวเงินกองทุนน้ำมันก็ต้องติดลบ ตกลงว่าเงิน2 หมื่นล้านบาทที่กู้มาตอนต้นปีกู้มาให้เอกชน



