
'สตาร์ส เอิร์น สตริปส์':เกมโชว์ล้างสมอง
'สตาร์ส เอิร์น สตริปส์' : เกมโชว์ล้างสมอง : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์ : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์
"เอ็นบีซี" สถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐเพิ่งจะนำเทปตอนแรกของรายการเรียลิตี้เกมโชว์ชุดใหม่ "สตาร์ส เอิร์น สตริปส์" มาออกอากาศเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมานี้ แต่หลังจากนั้นแค่วันเดียวก็มีเสียงวิจารณ์อื้ออึงไปทั่วอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ถึงขนาดที่ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ 9 คนนำโดยอาร์คบิชอป เดสมอนด์ ตูตู ได้ส่งจดหมายเปิดผนึกฉบับหนึ่งถึงบ็อบ กรีนแบล็ตต์ ซีอีโอฝ่ายบันเทิงของเอ็นบีซีขอให้ถอดรายการนี้ทันที โดยให้เหตุผลว่าเกมโชว์นี้แสดงออกถึงความชื่นชมสงครามและความรุนแรงอย่างโจ่งแจ้งมากเกินไป หนำซ้ำยังเหมือนกับต้องการ "ล้างสมองภาพความรุนแรงของสงครามว่าให้ดูเหมือนกับว่าเป็นแค่การแข่งขันกีฬาเท่านั้น"
ตอนหนึ่งของจดหมายเปิดผนึกของบรรดาเจ้าของโนเบลสาขาสันติภาพทั้ง 9 คนกล่าวว่า "การเตรียมตัวเพื่อทำสงครามไม่ใช่เรื่องสนุกสนานหรือเรื่องบันเทิงใจแต่อย่างใด" ที่เห็นได้ชัดก็คือรายการเรียลิตี้
"สตาร์ส เอิร์น สตริปส์" นี้ไม่ได้มีขึ้นเพื่อยกย่องใครที่ไหน แต่เป็นการต่อยอดประเพณีที่น่ารังเกียจเพราะดีแต่ยกย่องสรรเสริญสงครามและการใช้อาวุธ เหตุนี้เอ็นบีซีจึงควรจะถอดรายการนี้ออกทันที
สำหรับเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอีก 8 คนที่ร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกพร้อมกับอาร์คบิชอป เดสมอนด์ ตูตู ประกอบด้วย โจดี้ วิลเลียมส์, ไมรีด แมกไกร์, ชิริน เอบาดี, โฮเซ รามอส ฮอร์ตา,
อดอลโฟ เปเรซ เอสกุยเวล, ออสการ์ อาริอัส ซานเชซ, ริโกเบอร์ตา เมนชู และเบตตี้ วิลเลียมส์
ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มคนนับร้อยคนไปชุมนุมประท้วงที่หน้าสถานีโทรทัศน์ในนิวยอร์ก แต่ผู้บริหารของเอ็นบีซียังคงหัวแข็งดื้อดึงไม่ยอมถอดรายการนี้ อ้างว่าไม่ได้ชื่นชมสงคราม แค่ชื่นชมผู้รับใช้ชาติและต้องการยกย่องทหารชายหญิงที่ปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพเท่านั้น
ปรากฏว่าหลังจากออกอากาศโดยมีผู้ชมปานกลางราว 5 ล้านคนก็มีเสียงบ่นตามมาว่าเป็นเกมโชว์ที่น่าเบื่อที่สุด
ดึงหน่วยรบพิเศษมาร่วมเกมโชว์
แต่ไหนแต่ไรมา รายการเรียลิตี้มักจะถูกวิจารณ์ว่าเป็นรายการที่ท้าทายขอบเขตของศีลธรรม โดยเฉพาะรายการ "สตาร์ส เอิร์น สตริปส์" ผลิตโดยมาร์ค เบอร์เนตต์ เจ้าของรายการเซอร์ไวเวอร์ ซึ่งกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อยู่นี้ เป็นเกมโชว์ที่ให้คนดัง 8 คนมาจับคู่กับทหารหน่วยรบพิเศษ ทั้งจากหน่วย
ซีลของกองทัพเรืออันลือชื่อ โดยเฉพาะหลังจากเป็นหน่วยที่ลอบเข้าไปสังหารนายโอซามา บิน ลาเดน ผู้นำกลุ่มอัลไกดาถึงรังลับในปากีสถาน หน่วยเดลตาฟอร์ซ หน่วยกรีนแบเรต์และหน่วยสวาท เป็นต้น
การแข่งขันซึ่งจะมีขึ้นที่ค่ายฝึกในพื้นที่ห่างไกลแห่งหนึ่งจะมุ่งแข่งกันฝึกเทคนิคการรบแบบต่างๆ เช่น การโรยตัวจาก ฮ.มายังแม่น้ำ การยิงปืนระยะไกลโดยใช้กระสุนจริง ถือเป็นการฝึกทั้งทางร่างกาย จิตใจและอารมณ์ ใครแพ้ถูกคัดออก ส่วนผู้ชนะจะได้เงินรางวัล 1 แสนดอลลาร์ (ราว 3 ล้านบาท) ไปมอบให้แก่องค์การกุศลเพื่อทหารผ่านศึก
พิธีกรของรายการนี้ได้แก่พลเอกนอกราชการ เวสลีย์ คลาร์ก ผู้มีประสบการณ์ในกองทัพมายาวนานถึง 34 ปี จนได้เป็นผู้บัญชาการกองกำลังนาโต้และผู้บัญชาการทหารในโคโซโว ได้รับเหรียญกล้าหาญมากมาย รวมทั้งเหรียญเสรีภาพจากประธานาธิบดี นอกจากนี้ยังเคยสมัครเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี 2547 ด้วย โดยพลเอกคลาร์กซึ่งจะเป็นพิธีกรคู่กับซาแมนธา แฮร์รีส อดีตผู้จัดรายการ "แดนซิ่งวิธ เดอะ สตาร์ส" ของเอบีซี สถานีโทรทัศน์คู่แข่ง ให้เหตุผลที่ยอมรับเป็นพิธีกรรายการเกมโชว์นี้ว่าเพราะต้องการให้ชาวอเมริกันเห็นว่าทหารหาญของประเทศต้องเสียสละความสุขหรือถึงขั้นเสียสละชีวิตมากน้อยเพียงไร
ในส่วนของดาราดัง 8 คนที่เข้าร่วมแข่งขันในเรียลิตี้โชว์ชุดนี้ เช่น ไลลา อาลี อดีตนักมวยซึ่งเป็นลูกสาวของมูฮัมหมัด อาลี อดีตแชมป์โลกมวยรุ่นยักษ์, ดีน เคน ดาราหนังทีวีซูเปอร์แมน, อีฟ ทอร์เรส แชมป์มวยปล้ำหญิง, นิค ลาเช่ นักร้องและนักแสดง, พิคาโบ สตรีท นักสกีเหรียญทองโอลิมปิก เทอร์รี ครูวส์ นักแสดงและและดาราเรียลิตี้เกมโชว์, โดลเวตต์ ควินซ์ เทรนเนอร์รายการ "เดอะ บิกเกสต์ ลูสเซอร์ และทอดด์ เพลิน สามีของซาราห์ เพลิน อดีตผู้ว่าการรัฐอลาสกาที่เคยลงชิงรองประธานาธิบดีสหรัฐ
ทหารผ่านศึกโวยเป็นเกมลวงโลก
แม้เอ็นบีซีจะยืนยันว่ารายการเกมโชว์ "สตาร์ส เอิร์น สตริปส์" จะมุ่งยกย่องเชิดชูทหารอเมริกัน แต่อดีตทหารผ่านศึกซึ่งยังคงฝันร้ายกับภาพของสงครามที่ไม่มีความปรานีใดๆ รวมไปถึงองค์การช่วยเหลือทหารผ่านศึกเหล่านั้นต่างตั้งคำถามเป็นเสียงเดียวกันว่าเอ็นบีซีจะสามารถก้าวข้ามกระแสวิจารณ์ที่ว่าเหมือนกับรายการล้างสมองเพื่อบิดเบือนภาพความรุนแรงของสงครามที่น่ารังเกียจให้กลายเป็นสงครามและความรุนแรงอันมีเกียรติได้อย่างไรและด้วยวิธีการใด
เดวิด วู้ด นักข่าวสายทหารเจ้าของรางวัลพูลิตเซอร์เป็นคนหนึ่งที่ร่วมเรียกร้องให้ถอดรายการเกมโชว์นี้ หรือแทนที่ด้วยรายการข่าวการสูญเสียทหารระหว่างการสู้รบยังจะดีกว่าเสียอีก ขณะที่ลินดา โฮล์มแห่ง เอ็นพีอาร์ให้ความเห็นว่า "รายการนี้ไม่ใช่แค่รายการที่แย่สุดๆ เท่านั้นหากยังน่าเบื่ออีกด้วย"
เธอย้ำว่าเป็นเรื่องน่าละอายยิ่งที่เอ็นบีซีพยายามจะสะท้อนมุมมองในแง่ดีเกี่ยวกับทหารว่าควรจะได้รับการเคารพยกย่อง เพียงเพราะมีการยิงปืนด้วยกระสุนจริงมีการว่ายน้ำด้วยความเร็วสูงสุด "ก็เหมือนกับการพูดว่าคุณเข้าใจดีกว่าการเป็นมะเร็งนั้นเป็นอย่างไรเพียงแค่โกนหัวเท่านั้น ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจว่ารายการแข่งขันแบบโหดๆ นี้มีขึ้นเพื่อการกุศลจริงๆ"
อย่างไรก็ดี นักวิจารณ์บางคนกลับชมว่าเป็นปฏิบัติการทางทหารที่น่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมกับชมเอ็นบีซีที่กล้าทำรายการที่สามารถกระตุ้นให้มีการตอบรับทันทีที่ได้ชมและยังได้ร่วมลุ้นจนกระทั่งภารกิจเสร็จสิ้นลง เธอจึงไม่รู้สึกอะไรที่เห็นผู้ร่วมรายการต่างเหยียบกันเองเพื่อหวังจะเป็นผู้ชนะให้ได้
ส่วนเกล็น กรีนวอลด์ แห่งซาลอน ชี้ว่าเอ็นบีซีกำลังทำในสิ่งที่ถือเป็นศาสนาประจำชาติของสหรัฐอยู่ นั่นก็คือการบูชาทหาร ซึ่งเท่ากับสะท้อนว่าผู้บริหารของเครือข่ายโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่แห่งนี้กล้าเปิดเผยตรงๆ ว่ามีความเห็นอย่างไรต่อสงครามและลัทธิบูชาทหาร เหนืออื่นใดก็คือความบันเทิงและกำไร การเคารพเทิดทูนของทุกอย่างที่เป็นทหารได้เริ่มกลายเป็น "ศาสนาประจำชาติของสหรัฐไปแล้ว ไม่ต้องพูดไปถึงว่าเหมาะกับครอบครัวที่จะร่วมสนุกสนานกับรายการเรียลิตี้ที่เต็มไปด้วยทหารร่างล่ำบึ้กพร้อมกับเหล่าไฮโซหรือไม่ อย่างดีก็แค่เติมเต็มสัญลักษณ์วัฒน
ธรรมและการเมืองอเมริกันที่เราไม่เคยมีอยู่เท่านั้นเอง"
เอมี เอ็น แฟร์เวเธอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายของกลุ่ม "ซอร์ด ออฟ โพลแชร์ส" อันเป็นองค์การไม่แสวงหากำไรที่มุ่งช่วยเหลือทหารผ่านศึกทางด้านร่างกาย จิตใจและเศรษฐกิจหลังกลับจากการรบใหม่ๆ เพื่อให้สามารถปรับตัวให้เข้ากับสังคมภายนอกอีกครั้ง ให้ความเห็นว่า "ฉันถึงกับอึ้งพูดไม่ออกเลยตอนที่ดูรายการนี้เป็นครั้งแรก ทุกคนต่างรู้ดีว่าสงครามไม่ใช่เกมโชว์ นักรบที่แท้จริงที่เดินทางไปยังสนามรบและกลับบ้านหลังสงครามสงบไม่มีใครได้รับรางวัลแท้จริงในชีวิต พวกเขาต้องอยู่กับฝันร้ายที่ตามติดตัวไปตลอดชีวิตแม้จะรอดตายจากสงครามก็ตาม"
"ฉันคิดว่าเป็นสงครามที่ไร้สาระมากที่สุดมากกว่า มีการสู้รบที่ไหนบ้างที่บอกว่าระวังจะถูกคู่ต่อสู้น็อกเอาท์ในอาทิตย์หน้า สงครามที่คุณไม่ต้องเอาชีวิตเข้าเสี่ยงแม้แต่น้อย สงครามที่ร่างกายคุณไม่บุบสลาย ชีวิตก็ยังดำเนินไปอย่างที่เคยเป็น" แฟร์เวเธอร์ให้ความเห็นด้วยว่า "น่าขันสิ้นดี เพราะจากประสบการณ์ของทหารเวลาเกิดระเบิดขึ้น ไม่ใครก็ใครก็ต้องได้รับบาดเจ็บ อย่างรายของเจ.อาร์. มาร์ติเนซซึ่งกับถูกไฟลวกทั้งตัวเมื่อรถฮัมวีเกิดแล่นทับกับระเบิดในอิรักเมื่อหลายปีที่แล้ว ไหนจะมีเรื่องของผลกระทบทางด้านจิตใจอีกเวลาได้รับบาดเจ็บ จนกลายเป็นโรคเครียดโรคหวาดระแวง...ฉันคิดว่าคนที่เข้าแข่งขันคงคิดว่าการฝึกนี่สุดโหดจริงๆ และคงด่าทหารไปตลอดทาง แต่สิ่งนี้เทียบไม่ติดกับสงครามนรกแม้แต่น้อย"
เธอยังให้ความเห็นว่าทหารผ่านศึกที่เธอคลุกคลีด้วยนั้นล้วนเป็นเด็กหนุ่มอายุแค่ 17-18 ปีเท่านั้นตอนที่ถูกส่งไปออกรบ พอได้ดูรายการเรียลิตี้โชว์นี้แล้วต่างสบถลั่นไปหมดว่า "เกมห่วยแตกจริง" เพราะในชีวิตจริงยามออกไปรบจริงนั้น ไม่มีใครมานั่งบ่นว่าหนาวนะ เพราะทุกอย่างหมายถึงเลือดเนื้อจริงๆ การตายจริงๆ แถมคนตายยังเป็นเด็กและพลเรือนซึ่งทำให้คุณถึงกับผวาเลยทีเดียว"
แฟร์เวเธอร์เผยด้วยว่าจริงๆ แล้ว ทหารผ่านศึกเหล่านั้นต่างชอบดูรายการของโทรทัศน์เอบีซีตอนที่นำเสนอเรื่องของเจ.อาร์. มาร์ติเนซ วีรบุรุษสงครามอิรักวัย 28 ปี ซึ่งร่างกายถูกไฟลวกถึง 40 แห่ง รวมถึงที่ใบหน้าจากผลของสงครามในอิรัก แต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมแพ้ชีวิตและได้ผันตัวเองมาเป็นนักพูดและนักแสดงละครทีวีชุด "ออล มายชิลเดร็น" มานำเสนอในรายการ "แดนซิ่ง วิธ เดอะ สตาร์ส" จนสามารถคว้ารางวัลมาได้ "อันที่จริงมาร์ติเนซเป็นวีรชนเอกชนที่ถูกไฟลวกทั้งตัวแต่ก็ประสบความสำเร็จในที่สุด"
แต่ทหารน้อยรายนักที่จะประสบความสำเร็จเช่นนี้ เกมโชว์ "สตาร์ส เอิร์น สตริปส์" จึงเป็นเกมโชว์ล้างสมองหรือเกมโชว์ลวงโลกมากกว่า
.......................................................
('สตาร์ส เอิร์น สตริปส์' : เกมโชว์ล้างสมอง : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์ : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)



