
สภาเดือดคำ'ดีเอสไอรับใช้การเมือง'โผล่
สภาเดือดช่วงดึก ปชป.-พท.ท้วงคำพูดดีเอสไอรับใช้การเมือง เปลี่ยนสีตามรัฐบาล ภท.แตก ศุภชัย เคือง เสี่ยหนู ให้รับ ร่างงบ หัก มติ ด้าน กลุ่มเรียงหิน 7 เสียงหนุน รบ.
เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 17 ส.ค. การอภิปรายพิจารณาร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ได้เข้าสู่การพิจารณาในมาตรา 18 กระทรวงยุติธรรม 19,407,630,100 บาท อย่างไรก็ตามการอภิปรายของ ส.ส.ฝ่ายค้านได้มุ่งเน้นไปที่การทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายติติงการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณไว้เกือบ 1,140 ล้านบาท แต่ที่ผ่านมาดีเอสไอกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองทำร้ายฝ่ายตรงข้ามโดยเอาชาวบ้านมาเป็นเครื่องมือ เช่น การออกหนังสือเรียกผู้บริจาคเงินช่วยเหลือน้ำท่วมปี 2553 ให้สำนักนายกรัฐมนตรีผ่านพรรคประชาธิปัตย์มาสอบ ทั้งที่ประเด็นดังกล่าวยังไม่มีการรับเป็นคดีพิเศษ และคดีนี้ดีเอสไอก็ไม่มีอำนาจสอบสวน นอกจากนี้รองอธิบดีดีเอสไอยังให้สัมภาษณ์ว่าจะเรียกทหารที่ใช้สไนเปอร์มาสอบ แต่ในคดีเกี่ยวกับชายชุดดำในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองกลับไม่มีความคืบหน้า ไม่ทราบว่ากรรมาธิการฯได้สอบถามเรื่องนี้หรือไม่
ด้านนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาการเมืองอีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่สบายใจกับการทำงานดีเอสไอ เมื่อการเมืองเปลี่ยน การเมืองอีกฝ่ายก็ไม่พอใจเช่นกัน ซึ่งรู้สึกเห็นใจข้าราชการ แต่ในการพิจารณาคณะกรรมาธิการฯก็ได้ปรับลดงบประมาณของดีเอสไอไปแล้ว และการทำงานของดีเอสไอกมธ.คงไม่ไปเกี่ยวข้อง
จากนั้นนายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนคำแปรญัตติ ลุกขึ้นอภิปรายโดยอ่านเอกสารที่อ้างว่าเป็นคำชี้แจงของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ต่อคณะกรรมาธิการฯที่ระบุว่า “ดีเอสไอถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายรัฐบาล” ทำให้บรรดาส.ส.พรรคเพื่อไทย พากันลุกขึ้นประท้วง อาทิ นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ที่ลุกขึ้นโดยนำเอกสารที่อ้างว่าเป็นเอกสารจากคณะกรรมาธิการฯ มาอ่านโดยระบุว่า นายธาริตได้ชี้แจงว่า ดีเอสไอถูกใช้เป็นเครื่องมือของฝ่ายรัฐบาลในคดีก่อการร้าย ซึ่งคนฟังจะเข้าใจได้ว่าหมายถึงเป็นเครื่องมือทางการเมืองของรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ดังนั้นนายวัชระ เอาเอกสารมาอ่านไม่หมดถือว่าบิดเบือน และเอาเอกสารออกมาได้อย่างไร จึงอยากให้นายวัชระ ส่งมอบเอกสารให้ประธานและให้ประธานในที่ประชุมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาคนที่ 1 ในฐานะประธานในที่ประชุม ได้พยายามไกล่เกลี่ย ขอให้นายวัชระ อภิปรายให้จบก่อน แล้วให้ส่งเอกสารมาให้ประธานในภายหลัง แต่ส.ส.พรรคเพื่อไทยไม่ยอมพากันลุกขึ้นประท้วงหลายคน ขณะที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ก็ลุกขึ้นประท้วงเช่นกัน โดยเสนอให้ประธานตรวจสอบเอกสารของนายประชา ที่นำมาอ่านในที่ประชุมด้วย ซึ่งการประท้วงดังกล่าวเสียเวลาการประชุมไปถึง 25 นาที ในที่สุดนายเจริญ ได้วินิจฉัยให้นายวัชระ อภิปรายต่อ และเมื่ออภิปรายเสร็จแล้วขอให้ทั้งสองฝ่ายส่งเอกสารให้ประธานคณะกรรมาธิการฯไปพิจารณาว่าเอกสารของฝ่ายไหนเป็นของจริง
อย่างไรก็ตามภายหลังใช้การอภิปรายร่วม 1.30 ชั่วโมง ที่ประชุมจึงมีมติคงไว้ตามกรรมาธิการเสียงข้างมาก ด้วยคะแนน 277 ไม่เห็นด้วย 108 คะแนน
ภท.แตก“ศุภชัย”เคือง“เสี่ยหนู”ให้รับงบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ส.ส.พรรคภูมิใจไทยกลุ่มเพื่อนเนวิน ได้นัดหารือและประชุม โดยได้มีมติจะไม่รับร่างพรบ.งบประมาณปี 2556 ตามที่นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคได้ออกมาแถลงข่าว แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่หัวหน้าพรรค กลับออกมาให้ข่าวว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่มติของพรรค และไม่เห็นด้วยที่จะไม่รับร่างพรบ.งบประมาณ โดยขอให้ส.ส.ของพรรคดูท่าทีการอภิปรายก่อนว่า จะรับหรือไม่รับ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การออกมาแก้ข่าวดังกล่าวของนายอนุทิน ทำให้นายศุภชัย มีท่าทีไม่ค่อยพอใจ และไม่เข้าร่วมประชุมสภาในวันที่ 17 ส.ค.เลย ขณะที่ส.ส.ภูมิใจไทยกลุ่มมัชฌิมา ก็ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมพรรคในวันอังคารที่ 14 ส.ค. ผ่านมา และยืนยันว่าทั้ง 7 เสียงจากกลุ่มมัชฌิมา จะลงมติสนับสนุนร่างพรบ.ดังกล่าวแน่นอน ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้พยายามโทรศัพท์ ติดต่อนายศุภชัย ตลอดทั้งวันแต่ไม่สามารถติดต่อได้



