ข่าว

'พัฒนาจิตปรับความคิด'พันธกิจเพื่อสังคมไทย

'พัฒนาจิตปรับความคิด'พันธกิจเพื่อสังคมไทย

18 ส.ค. 2555

'พัฒนาจิต..ปรับความคิด' พันธกิจเพื่ออนาคตสังคมไทย : สารพันตำรวจ โดยไชยฤทธิ์ เสนาะวาที

               "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" นอกจากจะมีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบสุข จับกุมผู้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายมาลงโทษแล้ว ตำรวจสมัยใหม่ยังต้องทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชนในชุมชนของตนเองให้สามารถเติบใหญ่ได้อย่างมีคุณภาพ เนื่องจากเด็กและเยาวชนเป็นเสมือนพื้นฐานหรืออีกนัยหนึ่งเป็นปรอทชี้วัดความเจริญของสังคมในอนาคต
 
                ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาชัย 1 ได้ดำเนินโครงการ "พัฒนาจิตปรับความคิดเพื่อชีวิตมีความสุข" โดยนำเอาเด็กในชุมชนของตนเองที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการก่ออาชญากรรม เข้ามาฝึกอบรบปรับทัศนคติก่อนที่จะให้โอกาสเด็กและเยาวชนเหล่านี้กลับไปใช้ชีวิตปกติในสังคมอีกครั้ง
 
                พ.ต.อ.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผกก.สน.พลับพลาชัย 1 ยืนยันว่า เด็กและเยาวชนเป็นรากฐานที่จะชี้วัดสังคมไทยในอนาคต ถ้าเด็กและเยาวชนเติบโตไปอย่างมีคุณภาพ สังคมไทยก็จะเจริญแข็งแรง แต่ถ้าเด็กและเยาวชนเติบโตไปอย่างไม่มีคุณภาพก็ไม่ต้องเดาเลยว่าสังคมไทยจะเติบโตไปในทิศทางไหน เพราะเขาเหล่านี้คืออนาคตของชาติ
 
                “วันหนึ่งลูกชายของผม เล่าให้ฟังว่าเพื่อนเขามีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวอย่างมาก และผมมีโอกาสไปโรงเรียนของลูกในวันพ่อแห่งชาติ แต่เพื่อนของลูกกับพูดว่าจะไหว้ทำไม ไม่เคยเห็นพ่อมาสนใจไยดีดูแล ผมก็มองสะท้อนกลับไปว่าทำไมเด็กถึงพูดแบบนั้น สังคมเราเกิดอะไรขึ้น แล้วก็ครั้งที่ผมเข้าไปจับโต๊ะพนันบอลในโรงเรียนได้ผู้ต้องหา 23 คน ซึ่งเป็นเด็กนักเรียน ทางโรงเรียนจะไล่พวกเขาออกหลังจากถูกเจ้าหน้าที่จับ ผมเองมองว่าเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องรุนแรงถึงขั้นต้องไล่ออก จึงไปขอร้องทางโรงเรียน และเสนอว่าเราจะเอาเด็กๆ เหล่านี้มาอบรมเพื่อปรับทัศนคติใหม่” พ.ต.อ.เสนิต ย้อนถึงที่มาและความจำเป็นของโครงการดังกล่าว
 
                หลังจากเอาเด็กและเยาวชนที่หลงผิดในเรื่องของการพนันมาอบรมด้านคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันตนเองจากอบายมุขและยาเสพติดนั้น ได้ผลดีเป็นอย่างมาก เด็กๆ และเยาวชนที่ผ่านการอบรมไม่เข้าไปข้องแวะเกี่ยวกับอบายมุขและยาเสพติดอีก โดยตลอด 4 ปีที่ผ่านมาได้อบรมเด็กและเยาวชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะหลงทางไปในทางที่ไม่ดีแล้วถึง 4 รุ่นด้วยกัน
 
                โดยรุ่นแรกสามารถดูแลให้นักเรียนที่จะถูกไล่ออกจากโรงเรียนหลังจากถูกจับกุมในคดีเล่นการพนันในโรงเรียน เมื่อนำตัวมาผ่านการอบรมในโครงการ แล้วสามารถจบการศึกษาระดับมัธยมปลายได้ทั้งหมด ขณะนี้ทุกคนสามารถเข้าไปเรียนต่อในรั้วมหาวิทยาลัยได้ทุกคน และไม่มีประวัติการเข้าไปข้องแวะกับอบายมุขอีก ส่วนรุ่นที่ 2 ยังเรียนอยู่ในระดับมัธยมปลายและได้รับรายงานจากฝ่ายปกครองของโรงเรียนว่ามีความประพฤติดี สนใจการเล่าเรียนมากขึ้นกว่าก่อนได้รับการอบรม รุ่นที่ 3 นั้น ได้รับรายงานจากผู้ปกครองของเด็กแต่ละรายว่าความก้าวร้าวในตัวเด็กลดลงมีความรักในครอบครัวมากขึ้น และรุ่นที่ผ่านมาล่าสุด ได้รับการชมเชยจากทั้งฝ่ายปกครองของโรงเรียนและผู้ปกครองของเด็กโดยตรงว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดีช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติและนิสัยของลูกหลานไปในทางที่ดีมากยิ่งขึ้น
 
                สำหรับโครงการพัฒนาจิตปรับความคิดเพื่อชีวิตมีความสุขครั้งแรก ถูกจัดขึ้นในเดือนเมษายน 2552 ที่บ้านภูมิพิมาน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ครั้งที่ 2 ในเดือนเมษายน 2553 สำนักปฏิบัติธรรม วัดนาคปรก ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 3 มีนาคม 2554 สำนักปฏิบัติธรรม วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2555 ที่สำนักปฏิบัติธรรม วัดเมตตาธรรมโพธิญาณ ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
 
                หลังจากนี้ไปโครงการดังกล่าวก็จะถูกจัดขึ้นทุกๆ ปี เพื่อเพราะบ่มความแข็งแรงให้สังคมไทยในอนาคต และนี่นับเป็นอีกโครงการหนึ่งที่เกิดขึ้นจากแนวคิดการขจัดทุกข์บำรุงสุขของผู้พิทักษสันติราษฎร์อย่างแท้จริง!!

.......

(หมายเหตุ : 'พัฒนาจิต..ปรับความคิด' พันธกิจเพื่ออนาคตสังคมไทย :  สารพันตำรวจ โดยไชยฤทธิ์ เสนาะวาที)