
'โจรใต้'พลาดทำระเบิดใส่ร่างตัวเองเละ
พบศพถูกระเบิดเสียชีวิตที่ อ.ปะนาเระ ปัตตานี จนท.คาดผู้ก่อความไม่สงบทำระเบิดพลาด นายกเล็กสะบ้าย้อยระดมพลสนธิกำลังสกัดลักลอบขนวัตถุระเบิดของกลุ่มก่อความไม่สงบ เคาะรับอดีตไอ้เณร-อส.ทพ. เป็นตำรวจใต้ 1,500 อัตรา
สืบเนื่องจากเมื่อค่ำของวันที่ 16 ส.ค.2555 กำลังเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.4411 ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดในบริเวณดังกล่าว จึงได้จัดกำลังเข้าตรวจสอบ แต่เนื่องจากเป็นเวลาค่ำมืด อาจจะเป็นกลลวงของคนร้าย ดังนั้น วันที่ 17 สิงหาคม พ.ต.อ.มานิตย์ ยิ้มซ้าย ผกก.สภ.ปะนาเระ พร้อมด้วยตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานี พร้อมกำลังตำรวจ และทหารพราน ร้อย ทพ.4411ฉก.ทพ.44 ได้เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุระเบิดที่บริเวณสวนมะพร้าว บ้านคลอง ม.2 ต.ดอน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี
จากการเข้าตรวจในจุดที่ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดพบ หลุมระเบิด และศพชายไทย สภาพศพถูกแรงระเบิดร่างกายแหลกเหลวมีชิ้นส่วนกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณที่เกิดเหตุ พบเพียงแต่ขาสองข้าง และชิ้นส่วนศีรษะ นอกจากนั้นพบชิ้นส่วนภาชนะบรรจุแก๊ซ และสเก็ดระเบิด ,ชิ้นส่วนวิทยุสื่อสาร, แบตเตอร์รี่ขนาด 9 โวลต์, เหล็กเส้น โว่รถ จักรยานยนต์ กระจัดกระจายไปทั่ว
เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานต่างๆที่พบในที่เกิดเหตุ ทำการตรวจสอบ เพื่อเก็บสารพันธุกรรม DNA พิสูจน์ทราบตัวบุคคล ว่าเป้นใคร ขณะเดียวกันได้ประกาศบริเวณหมู่บ้านจ้างเคียงว่ามีบุคคลสูญหายหรือไม่
ต่อมาเมื่อเวลา 16.30น.วันเดียวกัน พ่อแม่ได้เข้ายื่นหลักฐานว่าเป็นลูกชายทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือนายซะการียา มะเซ็ง อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 76 ม.2 ต.กอลำ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เป็นนักเรียนโรงเรียนสถาบันปอเนาะแห่งหนึ่ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี และเผยว่า ลูกชายเรียนที่สถาบันปอเนาะไม่ได้กลับบ้าน ล่าสุดกลับบ้านช่วงก่อนถือศิลอดแล้วก็หายไป ส่วนตนและภรรยามีอาชีพกีดยางที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ไม่ค่อยได้กลับบ้านที่จ.ปัตตานี มาทราบอีกครั้งมีเพื่อนของลูกชายที่เสียชีวิตแจ้งว่าลูกชายตายจึงมารับศพดังกล่าว ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นอยู่ในกลุ่มแนวร่วมเมื่อใด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า ผู้เสียชี่วิตน่าจะกำลังอุ้มระเบิดเพื่อส่งให้เพื่อนที่จะมารับเพื่อนำไปก่อเหตุที่อื่น แต่ขณะที่ผู้ตายกำลังนำมาจะให้เพื่อนก็เกิดลัดวงจรทำให้เกิดระเบิดเสียก่อนทำให้เสียชีวิตดังกล่าว
ยิงฐานทหารปัตตานีเจ็บ3นาย
เมื่อเวลา 19.20 น.พ.ต.อ.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ ผกก.สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุยิงฐานทหาร ที่บริเวณในหมู่บ้าน บ้านบือแนกือบง ม.3 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี จึงนำกำลังไปตรวจสอบ ปรากฏว่า คนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ป่าละเมาะ ตรงข้ามฐานทหารและใช้อาวุธปืนเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่ฐานทหาร ร้อย ร 1333 ฉก.ปัตตานี 21 ตั้งอยู่ฐานในหมู่บ้าน ที่ ม. 3 บ้านบือแนกือบง ต.ประจัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารกำลังเฝ้าฐาน และส่วนหนึ่งกำลังเตรียมตัวจะออกปฏิบัติงานนอกพื้นที่ ปรากฏว่าทำให้เจ้าหน้าที่ทหารบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 3 นาย ถูกนำส่งโรงพยาบาลยะรัง
สะบ้าย้อยสั่งเข้มสกัดบึ้มหลังโจรขนจยย.บอบ์เข้าพื้นที่
นายธัญพัฒน์ สุวรรณรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลสะบ้ายย้อย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ให้มีความเข้มข้นขึ้น หลังจากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้นำรถจักรยายนต์ฮฮนด้าเวฟ ดัดแปลงถังน้ำมันด้วยการประกอบวัตถุระเบิดน้ำหนัก15กิโลกรัม เข้ามาจอดเพื่อเตรียมก่อเหตุบริเวณตลาดสะบ้าย้อยในช่วงเย็นของวันที่16 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่สังเกตุพบความผิดปกติจึงแจ้งชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบและเก็บกู้ได้ก่อนคนร้ายจะกดชนวนระเบิดได้ทันเวลา ทั้งนี้หากไม่เช่นนั้นจะเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่อย่างแน่นอน
นายธัญพัฒน์ กล่าวต่อว่า ล่าสุดเทศบาลตำบลสะบ้าย้อยได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าสนธิกำลังกับตำรวจ ทหาร และข้าราชการฝ่ายปกครองเพื่อตั้งด่าน ตรวจสอบยานพาหนะ รวมทั้งบุคคลต้องสัยในเส้นทางเข้าออกที่สำคัญทุกจุดเพื่อสกัดการลอบขนวัตถุระเบิดเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ รวมทั้งปิดเส้นทางการเคลื่อนย้ายวัตถุระเบิดไปยังพื้นที่ใกล้เคียงในจังหวัดสงขลา
“เราต้องเพิ่มความเข้มข้นในการเอ็กซเรย์วัตถุระเบิดที่อาจซุกซ่อนมาในยานพาหนะอื่นๆอีก เพราะหลังจากคนร้ายลอบนำ จยย.บอมบ์เข้ามาโดยมหายจะก่อเหตุในตลาดสะบ้าย้อย ซึ่งเป็นจุดดังกล่าวเป็นจุดเดียวกันกับสถานที่ซึ่งเคยเกิดเหตุระเบิดมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อไม่กี่ปีก่อน ดังนั้นต้องหาทางสกัดทุกช่องทางเพื่อให้ได้มีการก่อเหตุได้อีกในช่วงนี้”นายธัญพัฒน์ กล่าว
ตร.หารือทหาร เคาะรับอดีตไอ้เณร-อส.ทพ.เป็นตำรวจใต้ 1,500 อัตรา
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พล.ต.อ.สุวัฒน์ จันทร์อิทธิกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) ซึ่งกำกับดูแล ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศชต.) เป็นประธานการประชุม พิจารณาแนวทางการทดแทนกำลังพลทดแทนในพื้นที่ ศชต. โดยมีตัวแทนจากกองทัพบก ทัพเรือ ทัพอากาศและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ส่วนหน้า ร่วมหารือใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง
พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร.ให้มาประชุมหารือแนวทางการรับทหารกองหนุน หรือทหารเกณฑ์ที่ปลดประจำการแล้ว มาสอบคัดเลือกเข้าเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนประจำในพื้นที่ศชต. โดยที่ประชุมวันนี้ได้ข้อสรุปว่าจะเปิดรับกรณีนี้1,500 อัตรา ลงในสายปราบปรามทั้งหมด โดยผู้มีสิทธิเข้ามาคัดเลือกต้องมีอายุไม่เกิน 27 ปี และต้องเข้าข่าย อย่างใดอย่างหนึ่งใน3 กรณี คือ 1.เคยเป็นทหารเกณฑ์ในสังกัดกองทัพภาคที่ 4 หรือ ในพื้นที่ 14จังหวัดภาคใต้ แต่ปลดประจำการมาแล้วอย่างน้อย 2 ปี 2. เคยเป็นทหารเกณฑ์ ในพื้นที่ใดก็ได้แต่เคยปฏิบัติงานในพื้นที่ จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส หรือ อ.จะนะ นาทวี เทพา สะบ้าย้อย จ.สงขลา เป็นเวลาอย่างน้อย6 เดือน แต่ปลดประจำการแล้วอย่างน้อย 2 ปี และ 3. เป็นอาสาสมัครทหารพรานในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนใต้หรือ 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี โดยผู้สมัครคัดเลือกต้องมีวุฒิการศึกษา ม.6 หรือปวช. ทั้งนี้เมื่อสอบคัดเลือกได้ ต้องมีใบรับรองจากกองทัพ จากอดีตผู้บังคับบัญชา ว่าเป็นผู้มีความประพฤติดีด้วย ถึงจะผ่าน
พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า จะเสนอผลประชุมให้ พล.ต.อ.อดุลย์ทราบ และพล.ต.อ.อดุลย์ จะเป็นประธานการประชุมเรื่องนี้เองอีกครั้งใน สัปดาห์หน้า เมื่อได้ข้อสรุปต้องมีการขอยกเว้นหลักเกณฑ์ บางข้อในการเปิดรับสมัคร จากคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.)และคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ(ก.ต.ช.) อีกครั้งก่อนดำเนินการเปิดรับสมัครโดยเร็วที่สุดเพื่อให้กำหลังเหล่านี้ลงไปประจำตามโรงพักในพื้นที่ ศชต. เนื่องจากตอนนี้กำลังพลตำรวจชั้นประทวนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ขาดแคลนอยู่กว่า 3,800 อัตรา อย่างไรก็ตาม ในการสอบบุคคลภายนอกเข้าเป็นตำรวจชั้นประทวนครั้งล่าสุด ที่เพิ่งประกาศผลสอบข้อเขียนไปเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม มีอัตราบรรจุในศชต.ถึง 2,125 อัตรา ซึ่งทันทีที่กำลังเหล่านี้รับมาผ่านการฝึกเสร็จก็จะลงพื้นที่และสามารถผลัดเปลี่ยนกำลังชั้นประทวนในพื้นที่ ซึ่งอ่อนล้า ออกจากศชต. ได้ถึง 1,125อัตรา
.......
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



